‘ศรีสุวรรณ’ จ่อยื่น ป.ป.ช.รอบสอง-ปมผู้ว่าฯกปภ.เอื้อผู้รับเหมาสร้างสถานีจ่ายน้ำหรือไม่
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม นายศรีสุวรรณ จรรยา แกนนำกลุ่มประชาชนผู้รักชาติรักแผ่นดิน กล่าวถึงกรณีความคืบหน้าในการยื่นตรวจสอบนายวิบูลย์ วงสกุล ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) กรณีมีคำสั่งยกเลิกหนังสือบอกเลิกสัญญาผู้รับเหมาก่อสร้างสถานีจ่ายน้ำและวางระบบท่อจ่ายน้ำของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาสุราษฎร์ธานี ที่ล่าช้ามากว่า 5 ปีโดยไม่ต้องเสียค่าปรับตามสัญญานั้นเป็นการทุจริตต่อหน้าที่หรือไม่ ว่า
ตั้งแต่ตนยื่นหนังสือไปช่วงวันที่ 17 มี.ค.2566 ก็เป็นเวลาเกือบ 5 เดือนแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ คาดว่าอยู่ระหว่างการสอบสวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งตนเพิ่งได้รับเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว คาดว่าจะเป็นหลักฐานอันเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนคดีของ ป.ป.ช. ขณะนี้อยู่ระหว่างการนัดหมายเพื่อยื่นข้อมูลเพิ่มเติม
นายศรีสุวรรณกล่าวว่า สำหรับกรณีดังกล่าวมีเรื่องน่าสงสัย เนื่องจากการที่บริษัทรับเหมาไม่สามารถก่อสร้างโครงการดังกล่าวให้เสร็จ แถมล่าช้ามากว่า 5 ปี ส่งผลให้ประชาชนผู้ใช้น้ำประปาในพื้นที่เสียหาย และเมื่อตรวจสอบลงไปอีกก็พบว่ามีลักษณะการให้ความช่วยเหลือ ไม่ปรับเงินค่างานล่าช้า โดยยกเหตุผลเรื่องสถานการณ์โควิดมาเป็นข้ออ้าง แถมต่อมายังยกเลิกสัญญา แทนที่จะปรับเงินตามสัญญา สร้างความคลางแคลงใจว่ามีการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนผู้รับงานหรือไม่ ซึ่งเชื่อว่า ป.ป.ช.จะตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อให้ได้ผลออกมาถูกต้องเป็นธรรม และคุ้มครองประโยชน์ของประชาชน
“ทราบว่านายวิบูลย์มอบหมายให้บุคคลเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผมที่ สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อให้เอาผิดเรื่องการหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา แต่ต่อมาอัยการไม่สั่งฟ้อง นายวิบูลย์คงคิดว่าตัวเองเสียหายจากเรื่องดังกล่าว ทั้งที่จริงๆ แล้วผมทำหน้าที่ตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ ไม่ได้มีเจตนาร้าย และไม่ได้เป็นเรื่องส่วนตัว” นายศรีสุวรรณระบุ
นายศรีสุวรรณกล่าวด้วยว่า นอกจากเรื่องการเลิกสัญญาโดยมิชอบนี้แล้ว ยังมีประเด็นที่ตนไปร้อง ป.ป.ช.อีกเรื่อง นั่นคือ ข้อสงสัยว่าจะมีการใช้อำนาจหน้าที่ของผู้ว่าการ กปภ. เอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องด้วยการแต่งตั้งคนใกล้ชิด 2 คนเข้ามารับตำแหน่งภายใน กปภ.เอง ล่าสุดเรื่องดังกล่าวทราบว่า ป.ป.ช.ได้สั่งสอบสวนแล้ว น่าจะมีความคืบหน้าในไม่ช้านี้
ต่อจากนี้จะยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.ให้พิจารณาการทำหน้าที่ของ “บอร์ดการประปาส่วนภูมิภาค” ว่าได้กำกับดูแลให้ผู้ว่าการ กปภ.ทำหน้าที่อย่างถูกต้อง สุจริต โปร่งใส หรือไม่ เพราะหากปล่อยปละละเลย ไม่ควบคุมดำเนินการ หากส่งผลให้เกิดความเสียหาย บอร์ด กปภ.ย่อมต้องรับผิดชอบด้วยเช่นกัน

