การเมือง เรื่องตลก กรณีศึกษา ไล่หนู ตีงูเห่า เพื่อไทย ภูมิใจไทย

9.08.23 | 12:55 น.

ยุทธการ “ไล่หนู ตีงูเห่า” ที่ขับเคลื่อนโดย “ครอบครัวเพื่อไทย”กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างสูง

เมื่อผ่าน “ตีความ” ใหม่โดย “เพื่อไทย”

ความแหลมคมของยุทธการนี้มิได้อยู่ที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ร่วมอยู่ใน “โลโก้” เท่านั้น หากแต่อยู่ที่ “รากฐาน” อันเป็นที่มา

เพราะคนรับผิดชอบคือ “ครอบครัวเพื่อไทย”

ความสำคัญมิได้อยู่ที่มีชื่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็น “หัวหน้า” ประการเดียว หากอยู่ที่การเปิดตัว นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

Advertisement

ในฐานะ “ผู้อำนวยการ”ครอบครัว

และที่สำคัญอย่างยิ่งยวดก็คือ การนำเอา “เสื้อแดง” มาเป็น “สัญลักษณ์” และเป็น “เครื่องมือ”ในทางการเมือง

การตีความของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว จึงทรงความหมาย

ความหมายมิได้มาจากตำแหน่ง “หัวหน้าพรรค” ของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หากแต่ยังมาจากการเปิดตัว น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ในทางการเมือง

หัวหน้า “ครอบครัว” กับ หัวหน้า “พรรค”

ขณะเดียวกัน ยังกำหนดให้นายจาตุรนต์ ฉายแสง เป็นขุนพลขึ้นปราศรัยพร้อมกับ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อีกด้วย

เป้าหมายของยุทธการ คือ“ไล่หนู ตีงูเห่า”

คำว่า “หนู” หมายถึงใครย่อมรู้กันอยู่ คำว่า “งูเห่า” หมายถึงอะไร คนในแวดวงการเมืองไม่จำเป็นต้องอธิบาย

ที่แหลมคมอย่างมากในวันที่ 7 สิงหาคม

การอธิบายความหมาย “ไล่หนูตีงูเห่า” บังเกิดขึ้น ณ เบื้องหน้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะพันธมิตรอันเป็น “สารตั้งต้น” ทางการเมือง

อธิบายด้วย “รอยยิ้ม” และขานรับด้วย “รอยยิ้ม”

พลันที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ใช้คำว่า “เทคนิค” มาเป็นเครื่องมือเพื่อนำไปสู่เป้าหมายเฉพาะหน้าเพื่อหา “คะแนนเสียง”

ก็บดบัง “ความหมาย” แห่ง “คำมั่น”

และมีผลสะเทือนไปถึงศัพท์คลาสสิกในทางการเมืองตั้งแต่ยุคของ “มองเตสกิเอ” ยุคของ จังค์ ญาค รุสโซ่

ที่ว่า “สัญญาประชาคม”

ผลเฉพาะหน้าแห่งคำอธิบายเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ก่อให้สำนวนว่าด้วย “สัญญาประชาคม” กลายเป็นเรื่องของการหาเสียง

มิได้เป็น “คำประกาศ” เยี่ยง “สุภาพบุรุษ”

ดำรงอยู่เหมือนกับสถานะแห่ง “น้ำยาบ้วนปาก” เพื่อเป็นเครื่องมือหนึ่งในการหาคะแนนจากประชาชน

ก่อให้เกิดลักษณะ “สามานย์”ขึ้นโดยพลัน

ยิ่งเมื่อมีการนำเอาเนื้อหาแห่งยุทธการ “ไล่หนู ตีงูเห่า” มาทบทวน ประสานเข้ากับที่มีการอภิปรายในญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป

ยิ่งกลายเป็นเรื่อง “น่าหัวร่อ”
ยิ่งเป็นเรื่อง “ชวนขัน”

การเมืองจึงกลายเป็น “เรื่องตลก” มิได้เป็นเรื่องของ “อำนาจ”มิได้เป็นเรื่องของ

“อุดมการณ์” และความเชื่อในทางความคิด ทฤษฎี

เป็นเช่นนั้น จริงละหรือ