09.00 INDEX บทเรียน ชัยชนะ ความสำเร็จ อดีต กำลังหลอน ต่อปัจจุบัน
ปัจจัยอะไรทำให้ “คำประกาศ” อันมาจากคนของพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าที่ว่า “ปล่อยนักโทษความคิด คืนเสรีภาพการแสดงออก ใช้รัฐสภาหาข้อสรุปความเห็นต่าง”
จึงมากด้วย “ความหมาย” และได้รับการเน้นในลักษณะตอกย้ำพลันที่พรรคเพื่อไทยจับมือร่วมกับพรรคภูมิใจไทย
ไม่เพียงเพราะว่าสิ่งที่มาพร้อมกับความร่วมมือระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทย คือ 3 เงื่อนไขอันมาจากพรรคภูมิใจไทยที่ว่า
1 จักต้องไม่แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ 1 จักต้องไม่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย และ 1 จักต้องไม่มีพรรคก้าวไกลร่วมอยู่ในรัฐบาล
แม้จะมีบางคนของพรรคเพื่อไทยออกมาเสนอหลักการเพื่อเป็นฐานรองรับความชอบธรรมที่ว่า “ถ้าเราไม่ลืมอดีต เราจะไม่สามารถแก้ไขปัจจุบันให้ดี และก็จะไม่อนาคต”
กระนั้น คำประกาศว่าด้วยให้มีการ “ปล่อยนักโทษความคิด คืนเสรีภาพการแสดงออก” ก็ยังคงมีความหมายและดำรงบทบาทอยู่ในตัวเองอย่างจำหลักหนักแน่น
หรือว่าทั้งหมดนี้เสมอเป็นเพียง “เทคนิค” เพื่อสร้าง “คะแนน”
หากย้อนกลับไปยัง ยุคการเลือกตั้งเมื่อเดือนมกราคม 2544 ก็จะต้องยอมรับว่า อาการหลอกหลอนในทางการเมืองซึ่งเกิดขึ้นจากสถานการณ์วันที่ 7 สิงหาคม 2566 เหตุใดจึงรุนแรง
เนื่องจากสัมฤทธิภาพอันยอดเยี่ยมของพรรคไทยรักไทยเมื่อ 22 ปีก่อนคือ พูดอย่างไรก็สามารถทำได้อย่างนั้น
นั่นก็คือ เมื่อเสนอนโยบายที่เรียกว่า “30 บาท รักษาทุกโรค” เมื่อเสนอนโยบายที่เรียกว่า “กองทุนหมู่บ้าน” พรรคไทยรักไทยก็สามารถแปร “นามธรรม” เป็น “รูปธรรม” ได้ครบถ้วน
ชัยชนะจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนมกราคม 2544 จึงได้รับการสนองตอบเป็นชัยชนะในระดับแลนด์สไลด์เมื่อเข้าสู่การเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ 2548
ไม่เพียงเท่านั้น แม้จะถูกรัฐประหาร ยุบพรรคไทยรักไทย แต่เมื่อเป็นพรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทยก็ยังได้ชัยชนะ
ชัยชนะอย่างต่อเนื่องจากยุคพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน กระทั่งเมื่อมาถึงพรรคเพื่อไทย ล้วนตอกย้ำยืนยันการประกาศเป็นนโยบายแล้วกระทำตามคำประกาศทั้งสิ้น
ยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับพรรคการเมืองอื่นยิ่งชัดเจน
ไม่ว่าจะเป็นชัยชนะต่อพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ว่าจะเป็นชัยชนะต่อพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะเป็นชัยชนะต่อพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นชัยชนะต่อพรรคภูมิใจไทย
ยืนยันสัจจะทางการเมืองที่ว่า เมื่อท่านพูดคนจะฟัง เมื่อท่านลงมือทำคนจะเชื่อมั่นและศรัทธา
นี่ย่อมเป็นบทเรียนต่อทุกพรรคการเมือง ณ วันนี้

