หน้าแรก การเมือง เพื่อไทย ลั่น...

เพื่อไทย ลั่นเศรษฐาต้องผ่าน โวฉากหลังมีเสียงเกินแล้ว โต้ข่าวส.ส.ขู่ย้าย ถ้าข้ามขั้ว

9.08.23 | 16:30 น.

‘เพื่อไทย’ ย้ำ ยินดีรับทุกเสียงโหวตแคนดิเดตนายกฯ ฟุ้ง ‘เศรษฐา’ ยื่นแล้วต้องผ่าน โว หลังฉากคุยกันเสียงเกินแล้ว บอก พร้อมสนับสนุนทุกแนวทางที่เป็นประโยชน์

เมื่อเวลา 12.35 น. วันที่ 9 สิงหาคม ที่รัฐสภา พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่านและหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการ พร้อมด้วยอีก 6 พรรค ประกอบด้วย พรรคประชาชาติ (ปช.) พรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) พรรคเสรีรวมไทย (สร.) พรรคพลังสังคมใหม่ พรรคท้องที่ไทย พรรคเพื่อไทรวมพลัง ร่วมแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาล ร่วมกับพรรค พท.

เมื่อถามว่า เสียง ส.ส.ที่ระบุมีเกินกึ่งหนึ่งแล้ว แต่ที่มีการตอบตกลงร่วมรัฐบาลแล้วมีเพียง 238 เสียง เสียงที่เหลือจะเป็นของพรรคใด และจะดึงพรรค 2 ลุงร่วมรัฐบาลหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า วันที่ 10 สิงหาคม จะมีพรรคการเมืองเข้ามาเพิ่มเติม ส่วนจะเป็นพรรคใดนั้น ขอให้รอติดตามการแถลงข่าว คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะจบทั้งหมด ส่วนจะมีพรรคลุงเข้าร่วมหรือไม่นั้น พรรค พท.ออกแถลงการณ์ไปแล้วว่า ขอความร่วมมือจากทุกพรรคเพื่อสลายขั้ว แก้วิกฤต ขอเสียงสนับสนุน

เมื่อถามว่า ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จะมาร่วมรัฐบาลเป็นรายบุคคลใช่หรือไม่ และหากพรรคก้าวไกล (ก.ก.) มาร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีให้พรรค พท.จะทำให้ ส.ว.ไม่สบายใจหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เราแสวงหาความร่วมมือจากทุกพรรคทุกบุคคล ทั้งแง่องค์กรตัวบุคคล แต่การโหวตนายกรัฐมนตรีเป็นเอกสิทธิ์ที่สามารถตัดสินใจได้

นพ.ชลน่านกล่าวต่อว่า ส่วนพรรค ก.ก.ก็มีความชัดเจนว่า เรามีข้อจำกัดที่มีการตั้งรัฐบาลร่วมกัน เพราะเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีไปสองครั้งก็ไม่ได้รับความเห็นชอบ แต่เราเคารพเอกสิทธิ์ของพรรค ก.ก.ว่าจะโหวตให้พรรค พท.หรือไม่ แต่เราปรารถนาเสียงจากทุกพรรคเพื่อทำให้สถานการณ์การเมืองขณะนี้ก้าวสู่ความเรียบร้อยปิดวิกฤตรัฐธรรมนูญ เรายินดีถ้าพรรค ก.ก.มาร่วมโหวตให้ และสิ่งที่เราดำเนินการจะไม่ทำให้ ส.ว.กังวล เพราะไม่ได้ตั้งรัฐบาลกับพรรค ก.ก.และไม่ได้แก้มาตรา 112 และทำให้ชัดเจนว่า ส.ว.จะไว้ใจและสนับสนุนเรา

Advertisement

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าว ส.ส.พรรค พท.ไม่เห็นด้วย หากตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว ถึงขั้นขู่ย้ายพรรค นพ.ชลน่านกล่าวว่า ในที่ประชุม ส.ส.พรรค พท. เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ไม่มี ส.ส.คนใดแสดงแนวคิดไม่เห็นด้วยในเรื่องดังกล่าว มีแค่การแสดงความห่วงใยที่เกิดขึ้นจริง แต่ถึงขั้นจะย้ายพรรคไม่มี พรรค พท.มีเอกภาพทุกคนรับสภาพที่เป็นอยู่และพร้อมชี้แจงประชาชน

เมื่อถามว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค พท.ที่จะเสนอรัฐสภาคือนายเศรษฐา ทวีสิน ใช่หรือไม่ และหากชื่อนายเศรษฐาไม่ผ่าน จะเสนอชื่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาต่อหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค พท.ที่จะเสนอต่อรัฐสภา ยืนยันคือชื่อนายเศรษฐา ส่วนที่ตั้งคำถามว่าหากชื่อนายเศรษฐาไม่ผ่านความเห็นชอบนั้น บอกได้เลย ไม่มีคำว่าถ้า ต้องผ่านเท่านั้น

ด้านนายภูมิธรรมกล่าวเสริมว่า ประเด็นข้อสังเกตเกี่ยวกับนายเศรษฐานั้น ยืนยันพรรค พท.ตรวจสอบหมดแล้ว ไม่มีปัญหาตามที่มีผู้ออกมาท้วงติงแต่อย่างใด

นายภูมิธรรมกล่าวด้วยว่า เราเอาวาระประชาชนและวาระประเทศเป็นที่ตั้ง เราเจรจากับพรรคต่างๆ โดยวันที่ 10 สิงหาคม จะมีพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) มาเข้าร่วมรัฐบาล ยืนยันว่าเรามีเสียงเกินครึ่งแล้ว โดยจะให้ทุกพรรคทุกฝ่ายทุกกลุ่มเข้าร่วมเป็นรัฐบาลพิเศษแก้วิกฤต 3 ด้าน คือด้านวิกฤตรัฐธรรมนูญ วิกฤตความขัดแย้ง และวิกฤตด้านเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นถือเป็นการเริ่มนับหนึ่งหลังมีปัญหาความขัดแย้งกว่า 20 ปี เราต้องคิดกระดานใหม่ ไม่เช่นนั้นเราจะพ้นวิกฤตไม่ได้ เป้าหมายเราต้องมีเสียงกิน 375 เสียงเพื่อโหวตนายกรัฐมนตรีให้ได้

แต่ทั้งนี้ นโยบายใดแม้อยู่ฝ่ายค้านถ้ามีประโยชน์เราก็พร้อมดำเนินการ แต่ข้อเสนอที่กระทบสถาบันหรือมาตรา 112 เราไม่สนับสนุน เราแบ่งแยกหน้าที่กันทำงานแต่ไม่ได้รวมกันเป็นรัฐบาล เราเชื่อมั่นในวาระประเทศ อย่างไรก็ตาม เรามุ่งหน้าตั้งรัฐบาลพิเศษ เราแสวงหาความร่วมมือจากทุกพรรคทุกฝ่ายทุกคน สิ่งที่เราต้องการคือการสนับสนุนให้พรรค พท.เป็นแกนนำและมีนายกรัฐมนตรีจากพรรค พท. ถ้าทำสำเร็จเราก็จะตั้งรัฐบาลได้

เมื่อถามว่า การตั้งรัฐบาลหากเสียงสนับสนุนของพรรค 2 ลุงไม่มาในรูปแบบพรรคจะตั้งรัฐบาลสำเร็จได้อย่างไร นายภูมิธรรมกล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่สามารถคิดแบบเดิมเหมือนในอดีตได้ ที่แค่ไม่กี่พรรคจับมือกันตั้งรัฐบาลได้ แต่วันนี้จะต้องใช้ความพยายามจากทุกพรรคในการตั้งรัฐบาล บางส่วนอาจมาเป็นกลุ่มหรือเป็นรายบุคคลก็มาได้

“วันนี้ถ้าให้พูดชัดเจนคงยังไม่ได้ แต่ที่พูดกับเราข้างหลังมันเกินไปแล้ว และเราต้องการรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ เรามีความต้องการรัฐบาลที่มีความเข้มแข็งสามารถผลักดันนโยบายได้ ฉะนั้น หากคิดมิติใหม่ อยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันแก้วิกฤตประเทศช่วงนี้ อยากให้ ส.ส.และ ส.ว.ที่มีเอกสิทธิ์ ใช้เอกสิทธิ์มามีส่วนร่วมในการแก้ไขวิกฤตประเทศ และจากข้อจำกัดในหลักการนี้ มันจะไม่มีข้อจำกัด ถ้าจะมองว่าพรรคนั้นจะมา พรรคนี้จะมาอาจไม่ถูกต้องนัก อาจมีบางกลุ่ม บางคนมา

เมื่อถามถึง กระแสข่าว นายจาตุรนต์ ฉายแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. ไปอยู่พรรค ก.ก. หาก พท.จับมือข้ามขั้ว นายภูมิธรรมกล่าวว่า ยืนยันว่านายจาตุรนต์อยู่พรรค พท. เรื่องนี้ต้องถามนายจาตุรนต์ถึงความชัดเจน แต่พรรค พท.ยืนยันไม่มีปัญหา