หน้าแรก Election Slide กกต.ไม่หนักใจ...

กกต.ไม่หนักใจ ศาลสั่งแจง ‘พิธา’ ถือหุ้นสื่อ เผย คกก.ไต่สวนเอาผิดม.151 สรุปสำนวนส่งสนง.แล้ว

10.08.23 | 11:59 น.

ปธ.กกต.ไม่หนักใจ ศาลสั่งแจงปม “พิธา” ถือหุ้นสื่อ ยันหลังปิดสมัคร ส.ส.ไม่มีหน่วยงานรายงานข้อมูลครองหุ้นไอทีวี เผย คกก.ไต่สวนสอบเอาผิดรู้อยู่แล้วไม่มีสิทธิสมัครสรุปสำนวนส่ง สนง.แล้ว

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 สิงหาคม ที่โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวกรณีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ สั่ง กกต.ชี้แจง 8 ประเด็นเกี่ยวกับกระบวนการจัดการเลือกตั้งและกรณีมีมติว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) มีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ว่า เบื้องต้นได้ทราบข่าวว่าศาลให้ กกต.ชี้แจง 8 ประเด็น แต่ขณะนี้หนังสือยังมาไม่ถึง จึงยังอยู่ในระหว่างกระบวนการของสำนักงานว่า 8 ประเด็นนั้น กกต.จะตอบว่าอะไรบ้าง แต่ขอให้มั่นใจว่า กกต.จะตอบครบทั้ง 8 ประเด็น และไม่คิดว่ามีอะไรหนักใจ รายละเอียดรอสำนักงานเสนอขึ้นมา ส่วนที่มีประเด็นคำถามว่า กกต.เคยได้รับทราบหรือมีการชี้แจงจากนายพิธาเรื่องการถือหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) เมื่อครั้งนายพิธาเป็นส.ส.ปี 2562 หรือไม่นั้น กกต.ยังไม่ได้รับแจ้งอะไร จึงยังไม่สามารถตอบรายละเอียดได้ แต่การเลือกตั้งครั้งล่าสุดนี้ กกต.ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร ส.ส.5 พันกว่าคนด้วยกระบวนการเดียวกัน คือมีหนังสือสอบถามไปยังหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในด้านต่างๆ และถ้าได้รับผลมาแล้วพบว่ามีลักษณะต้องห้ามก็จะพิจารณาไม่ประกาศชื่อ แต่ถ้าไม่มีลักษณะต้องห้ามก็จะประกาศชื่อ และก็มีกระบวนการที่ว่าประกาศชื่อไปแล้วพบว่ามีลักษณะต้องห้ามก็จะมีการถอนชื่อได้ ก็ดำเนินการเหมือนทุกครั้ง ซึ่งกรณีการถือหุ้นของนายพิธา มีผู้มาร้องเรียนภายหลัง 3 ราย แต่ตอนที่ กกต.ตรวจคุณสมบัติไม่มีหน่วยงานไหนรายงานมาว่าพบนายพิธาถือหุ้น

นายอิทธิพรกล่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนเอาผิดนายพิธา กรณีรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งแต่ยังลงสมัครตามมาตรา 151 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนซึ่งทราบว่ามีการส่งเรื่องมาให้กับสำนักงาน ซึ่งเมื่องานของคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนดำเนินการเสร็จแล้วก็จะส่งมายังส่วนกลางที่มีเลขาธิการ กกต. และก่อนได้มีการส่งเรื่องมาให้ กกต.พิจารณาก็ต้องผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยและคดี ซึ่งทราบว่าขณะนี้เรื่องเคลื่อนที่มาอยู่ที่สำนักงานแล้ว