ป.ป.ช.ฟัน ‘อัยการตะกั่วป่า’ พร้อมพวก เรียกเงิน 5 แสน แลกลงโทษสถานเบา คดีครอบครองปืน

10.08.23 | 17:12 น.
นิวัติไชย เกษมมงคล

ป.ป.ช.แถลงฟัน ‘อัยการตะกั่วป่า’ พร้อมพวก คดีเรียกรับผลประโยชน์ เป็นเงิน 5 แสนบาท จากญาติผู้ต้องหา แลกช่วยเหลือให้ลงโทษสถานเบาคดีครอบครองอาวุธปืน


เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงข่าวถึงกรณีชี้มูลความผิด นายธรรมะ หรือ ชินโชติ สอนใจ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง อัยการจังหวัดตะกั่วป่า สำนักงานอัยการจังหวัดตะกั่วป่า จ.พังงา พร้อมพวก เรียกรับประโยชน์จากญาติของผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในคดีครอบครองอาวุธปืน เพื่อแลกกับการช่วยเหลือให้มีการลงโทษผู้ต้องหาในสถานเบา

นายนิวัติไชยกล่าวว่า สืบเนื่องจากคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติมอบหมายคณะไต่สวนเบื้องต้นเพื่อดำเนินการไต่สวนเบื้องต้น กรณีกล่าวหานายธรรมะ หรือชินโชติ สอนใจ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอัยการจังหวัดตะกั่วป่า สำนักงานอัยการจังหวัดตะกั่วป่า จ.พังงา พร้อมพวก เรียกรับประโยชน์จากญาติของผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในคดีครอบครองอาวุธปืน เพื่อแลกกับการช่วยเหลือให้มีการลงโทษผู้ต้องหาในสถานเบา

ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 เวลาประมาณ 02.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเขาหลัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ได้จับกุมผู้ต้องหารายหนึ่ง พร้อมแจ้งข้อหาฐานมีอาวุธปืนและ เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้ รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันควร ภายหลังส่งสำนวนการสอบสวนให้กับพนักงานอัยการได้มีการสั่งสอบสวนเพิ่มเติมและแจ้งข้อหาเพิ่มเติมฐานยิงปืนที่ใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน ระหว่างการพิจารณาสั่งฟ้องคดี

Advertisement

นายธรรมะ หรือชินโชติ สอนใจ ในฐานะอัยการจังหวัดตะกั่วป่า ได้เรียกเงินจากญาติของผู้ต้องหา จำนวน 500,000 บาท เพื่อช่วยเหลือให้มีการลงโทษผู้ต้องหาในสถานเบา ซึ่งมีหลักฐานเป็นคลิปเสียงการสนทนาระหว่างนายธรรมะ หรือชินโชติ สอนใจ กับญาติผู้ต้องหา เมื่อญาติของผู้ต้องหาไม่จ่ายเงินตามที่เรียก นายธรรมะ หรือชินโชติ สอนใจ ได้มีคำสั่งฟ้องโดยบรรยายฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมร่างคำฟ้องของพนักงานอัยการเจ้าของสำนวนบิดเบือนข้อเท็จจริงในคดีว่าผู้ต้องหาได้พาอาวุธและเครื่องกระสุนปืนเข้าไปในสถานบริการบิ้วแฟคทอรี่ ทั้งที่ในสำนวนการสอบสวนไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหาได้พาอาวุธและเครื่องกระสุนปืนเข้าไปในสถานบริการบิ้วแฟคตอรี่แต่อย่างใด อีกทั้งยังได้ร่างคำฟ้องเพิ่มเติมเพื่อขอให้ศาลพิจารณาลงโทษผู้ต้องหาในสถานหนัก

นายนิวัติไชยกล่าวอีกว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วมีมติว่า การกระทำของนายธรรมะ หรือชินโชติ สอนใจ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 มาตรา 200 วรรคสอง และมาตรา 201 ประกอบมาตรา 90 และมาตรา 91 และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 173 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ.2553 มาตรา 85 (8)

สำหรับมูลความผิดทางวินัย เนื่องจากคณะกรรมการอัยการได้มีคำสั่งที่ 5/2565 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2565 ลงโทษไล่ออกนายธรรมะ หรือชินโชติ สอนใจ ในการกระทำความผิดนี้เหมาะสมแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะต้องส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัยตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 91 (2) อีก

ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษากับนายธรรมะ หรือชินโชติ สอนใจ ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง