หน้าแรก การเมือง ปธ.หอค้า ชี้เ...

ปธ.หอค้า ชี้เงินดิจิทัล 1 หมื่น หลักการทำได้ แต่ให้อัดฉีดกลุ่มความจำเป็น-เดือดร้อนหนักก่อน

11.08.23 | 14:49 น.

ปธ.หอค้า ชี้เงินดิจิทัล 1 หมื่น หลักการทำได้ แต่ให้อัดฉีดกลุ่มความจำเป็น-เดือดร้อนหนักก่อน

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงประเด็นนโยบายเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท ที่พรรคเพื่อไทย ประกาศว่าจะใช้เพื่อได้จัดตั้งรัฐบาลแล้ว นั้น วันนี้ประมาณการณ์จำนวนผู้มีอายุ 16 ปี ขึ้นไป น่าจะอยู่ราว 50 ล้านคน หากจะอัดฉีดเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท ไปสู่ทุกคน ต้องใช้งบประมาณ 5 แสนล้านบาท หอการค้าฯ มีมุมมอง 2 ประเด็น คือ 1. ประเด็นที่ 1 ในหลักการการอัดฉีดเม็ดเงินดังกล่าวเข้าถึงมือประชาชนเลยก็จะทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยและกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ GDP บวกเพิ่มประมาณ 2.5 – 3%

อย่างไรต้องพิจารณา เรื่อง การใช้เงินดิจิทัล ในรัศมี 4 กิโลเมตร บางพื้นที่ที่เป็นเมืองใหญ่ อาจจะมีร้านค้าทั้งขนาดใหญ่ กลาง เล็ก แต่บางพื้นที่ที่ห่างไกลมีอาจจะมีเฉพาะร้านขนาดเล็ก ร้านขนาดกลาง ขนาดเล็ก ส่วนใหญ่ไม่เข้าสู่ระบบภาษี ส่วนนี้ต้องพิจารณาด้วยว่ารัฐบาลจะจัดเก็บภาษีคืนได้มากและคุ้มค่าพอหรือไม่ หรือ หากมองว่านี่เป็นโอกาสก็อาจจะต้องดึงดูดให้ร้านค้าขนาดกลาง และขนาดเล็กเข้าสู่ระบบภาษีให้ถูกต้อง ส่วนนี้จะช่วยขยายฐานการจัดเก็บภาษีของประเทศได้ แต่เชื่อว่าประชาชนจะตื่นตัวและเข้าถึงระบบดิจิทัลมากขึ้น

ส่วนประเด็นที่ 2 งบประมาณที่แจก 1 หมื่นบาททุกคน 16 ปีขึ้นไป คือการให้ทุกคน แต่ในข้อเท็จจริงควรให้กับกลุ่มที่ยังต้องการความช่วยเหลือจริงๆ ก่อนหรือไม่ เพราะจะได้ไม่ต้องใช้งบประมาณที่สูงมาก หรือ บางคนอาจจะไม่ได้ต้องการเงินเพราะมีกำลังซื้ออยู่แล้ว ส่วนนี้ 1.ต้องพิจารณาทบทวนว่าการใช้งบประมาณก้อนนี้ บางส่วนจะนำไปใช้เพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การจ้างงาน หรือการลงทุนในสาธารณะประโยชน์จะเกิดความคุ้มค่ากว่าหรือไม่ และที่สำคัญจะนำเงินจากแหล่งใดมาใช้ในการจัดทำนโยบาย ต่สิ่งสำคัญคือความคุ้มค่าและไม่สร้างภาระทางการคลังของชประเทศ

นายสนั่น กล่าวว่า สรุปความเห็นโดยรวม ในหลักการสามารถทำได้ แต่ต้องดูเงื่อนไขและความจำเป็นในการอัดฉีดเงินลงไปให้ประชาชนที่มีความจำเป็นหรือเดือดร้อนเป็นหลักก่อน ขณะเดียวกันก็ต้องใช้นโยบายนี้เพื่อช่วยดึงดูดให้ผู้ประกอบการขนาดกลาง และเล็ก เข้าสู่ระบบภาษีให้ถูกต้อง เพื่อเป็นการขยายฐานภาษี และต้องประเมินผลความคุ้มค่าในแง่เศรษฐกิจให้ชัดเจนและรอบด้านด้วย

Advertisement