หน้าแรก การเมือง เพื่อไทย แย้ม...

เพื่อไทย แย้มสูตร 9 : 1 แบ่งโควต้ารมต. จ่อคุยพรรคร่วม ส่งหน้าเก่านั่งเก้าอี้เดิมไม่ได้

11.08.23 | 16:47 น.

เพื่อไทย แย้มสูตร 9 : 1 แบ่งโควต้ารมต. จ่อตั้งเงื่อนไข คนเก่าห้ามนั่งเก้าอี้เดิม 

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 11 สิงหาคม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวในรายการ “อยากมีเรื่องคุย” ทาง ข่าวสดออนไลน์ ถึงการแบ่งโควต้ารัฐมนตรีว่า การเลือกคณะรัฐมนตรี (ครม.) 1.เราควรพยายามคิดใหม่ เอาวาระประชาชน วาระประเทศเป็นตัวตั้ง 2.ต้องยอมรับความจริงของกำลังทางการเมืองที่จะเข้ามาร่วมรัฐบาล เราอยู่ในระยะเปลี่ยนผ่าน ต้องมาดูว่า เราทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าคิดแบบอุดมคติล้วนก็ตั้งไม่ได้

ถ้าเราเป็นเหมือนปี 2548 ได้ 377 เสียง เราตั้งได้หมด เราคัดเลือกคนของเราได้หมด แต่วันนี้เมื่อเป็นรัฐบาลร่วม มีข้อจำกัดของแต่ละพรรค แต่เราก็ไม่ได้ยอมจำนนแบบนั้น เราอยากให้การรวมตัวของเราเป็นวาระแห่งชาติ เป็นรัฐบาลพิเศษ ในสถานการณ์พิเศษ เราไม่อยากให้โควตาเป็นเรื่องหลัก แต่เรื่องโควต้าก็ปฏิเสธไม่ได้

“สมมติวันนี้เราตั้งรัฐบาลให้มีเสถียรภาพ 300 หรือ 310 เสียง มีกี่พรรค แต่ละพรรคมีคนเท่าไหร่ ก็เอามาหาร 310 เฉลี่ย 9 คนมีรัฐมนตรี 1 คน พรรคอื่นๆ ก็เป็นแบบนี้ เป็นวิธีที่ทำมาตลอด แต่มีเงื่อนไขว่า เราขอได้หรือไม่ ต้องต่อรองกันและเคารพพรรคที่มาร่วม ต่อรองได้มากน้อยแค่ไหนอยู่ที่การพูดคุยกัน” นายภูมิธรรม กล่าว

เมื่อถามว่า สังคมกลัว ครม.ยี้ กลัวคนหน้าเดิม ที่เป็นรัฐมนตรีจากรัฐบาลที่แล้ว นายภูมิธรรม กล่าวว่า ใครเคยอยู่กระทรวงไหนมา เราอาจบอกว่า ไม่ต้องอยู่กระทรวงเดิม เพื่อแสดงความโปร่งใส ดังนั้น ต้องคุยกันหลังจากนี้ แต่อย่างที่บอก ถ้าคุณไม่เลือกก็อยู่นอกสมการ ถ้าอยู่ในสมการก็จะคุย โควต้าพรรคคุณจะเลือกก็ได้ แต่ขอดูตัวคน ถ้าเขายอมก็ได้

Advertisement

เมื่อถามว่า คนที่ถูกกล่าวหาทุจริตหรือมีข้อครหาก็ยังมีโอกาสเป็นรัฐมนตรี นายภูมิธรรม กล่าวว่า ต้องว่ากันตามกฎหมาย ซึ่งผู้ที่ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์ เราต้องยอมรับปัจจัยนี้

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยคุมกระทรวงเศรษฐกิจทั้งหมดหรือไม่ ถ้าไม่ได้ จะมีปัญหาในการสั่งการระหว่างพรรคหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ถ้าเราได้ 377 ถึงจะกำหนดอย่างนั้นได้ ถ้าไม่ได้ ก็ต้องดูว่า ได้โควต้ากี่คน พรรคเพื่อไทยมี 141 เสียง ก็จะได้รัฐมนตรี 10 คน เราก็มาเลือกมาเป็นอย่างไร ก็ต้องไปต่อรองกันอีก พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ มีหน้าที่ประสานงานให้เกิดการต่อรองนี้ขึ้น จึงต้องคิดใหม่