หน้าแรก การเมือง เอสเอ็มอี ฝาก...

เอสเอ็มอี ฝากให้คิด 4 ด้าน ก่อนใช้ ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ 1 หมื่นบาท

12.08.23 | 19:13 น.

เอสเอ็มอี ฝากให้คิด 4 ด้านก่อนใช้ ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ 1 หมื่นบาท

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดเผย มติชน ว่า มาตรการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต (Digital Wallet) 10,000 บาท ตั้งแต่อายุ 16 ปี ขึ้นไป โดยมีระบบบล็อกเชนรองรับ (Blockchain) เพื่อเข้าระบบเศรษฐกิจ มุมมองข้อสังเกต คือ เป็นมาตรการที่ดีน่าสนใจและก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกกับระบบเศรษฐกิจในการกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศ หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจที่กระจายผู้รับประโยชน์ทุกกลุ่มและส่งเสริมการเข้าถึง เข้าใจและพัฒนาทักษะดิจิทัล (Digital literacy) ในภาคประชาชนมากยิ่งขึ้น

“แต่ผลประโยชน์ของมาตรการนี้จะมีความคุ้มค่างบประมาณ 5 แสนล้านบาทไหม ต้องพิจารณารายละเอียดประกอบรอบด้าน ทุกมิติ” นายแสงชัย กล่าว

นายแสงชัย กล่าวถึงประเด็นต้องพิจารณา ได้แก่

1. แหล่งที่มาของเงิน งบประมาณภาครัฐที่จัดเก็บรายได้ปีละประมาณ 3 ล้านล้านบาท หากงบประมาณมาตรการดิจิทัลวอลเล็ตใช้ถึงประมาณ 5 แสนล้านบาทจริง หรือคิดเป็นร้อยละ 17 ของงบประมาณทั้งประเทศ จะส่งผลกระทบต่องบประมาณมาตรการอื่นที่จำเป็นหรือไม่ และเพียงพอการขับเคลื่อนมาตรการนี้จริงหรือไม่ และงบพอประมาณ สร้างเศรษฐกิจที่พอเพียง

Advertisement

2. การกำหนดกลุ่มเป้าหมายควรจะมุ่งเป้าไปสู่เศรษฐกิจฐานราก กลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี วิสาหกิจชุมชน เกษตรกร และภาคแรงงานให้ได้รับประโยชน์ ใช้มาตรการที่จูงใจดึงเข้าระบบเพื่อพัฒนาส่งเสริมยั่งยืน หรือ จะดำเนินการแบบเหมารวมทุกกลุ่มถ้างบประมาณ (ข้อ 1) เพียงพอ “รับเงินแจก หมดแล้วแยกกันไป” และ

3.วิธีการดำเนินการมาตรการ จะเน้นการแจก หรือ ส่งเสริมการพัฒนาแบบยั่งยืน ที่ไปเพิ่มขีดความสามารถสร้างผลิตภาพทางเศรษฐกิจ และความเข้มแข็งให้ภาคแรงงานทั้งในและนอกระบบ กระจายโอกาส กระจายรายได้ให้กลุ่มเศรษฐกิจฐานราก แรงงานที่กระทบในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา อาทิ ทุนดิจิทัลวอลเล็ตเพื่อวิสาหกิจชุมชน เกษตรกร เอสเอ็มอี เติมสภาพคล่อง ทุนหมุนเวียนรายย่อย ลดภาระดอกเบี้ย และส่งเสริมการจ้างงานพัฒนาต่อเนื่อง

นายแสงชัย กล่าวอีกว่า ส่วน 4. ผลลัพธ์ตัวชี้วัด ที่ต้องเชื่อมโยงใช้งบประมาณกับการเพิ่มมูลค่าให้ทุนมนุษย์ ลดความเหลื่อมล้ำ มีความชัดเจนในการสื่อสารความคุ้มค่า

ผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ใน 3 ด้าน คือ

  1. ดิจิทัลวอลเล็ตเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ผู้ประกอบการรายย่อย 2.7 ล้านราย วิสาหกิจชุมชน 90,000 แห่ง
  2. ดิจิทัลวอลเล็ตเพื่อแรงงานนอกระบบ 20 ล้านคน เพื่อลดภาระค่าครองชีพ สร้างแรงงานทักษะสูง ส่งเสริมอาชีพเสริมสร้างรายได้
  3. ดิจิทัลวอลเล็ตเพื่อการศึกษา นักเรียน นักศึกษา วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ ตำราที่ใช้ในการเรียน ค่าใช้จ่ายในการศึกษา กิจกรรมการเรียนส่วนเกินจากที่รัฐช่วยดูแล

“นโยบายดีๆที่จะเกิดขึ้นจากรัฐบาลชุดใหม่เป็นความหวังของคนไทยทั้งประเทศที่เฝ้ารอการเปลี่ยนแปลงไปสู่ทิศทางที่ใช้ นวัตกรรมนโยบายขับเคลื่อนประเทศ สิ่งสำคัญ คือ การปรับเปลี่ยนรูปแบบการวางมาตรการที่ต้องใช้เงินงบประมาณน้อยที่มีอย่างจำกัด ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่คุ้มค่ายั่งยืน สร้างคนในชาติให้มีขีดความสามารถแข่งขัน รองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกได้” นายแสงชัย กล่าว