แฟลชสปีช : สู่ ‘สลายความขัดแย้ง’

13.08.23 | 14:57 น.

 ใ นความโกลาหลที่เกิดจากการรวมเสียง ส..เพื่อจัดตั้งรัฐบาล มีศัพท์คำหนึ่งถูกหยิบมาใช้เพื่อให้เห็นความเป็นไปอย่างเป็นรูปธรรม

คือสลายความขัดแย้ง

ทำให้นึกไปถึงช่วงการหาเสียงเลือกตั้งที่มีคำก้าวข้ามความขัดแย้งที่เป็นแนวทางที่เสนอขายอย่างครึกโครมของลุงป้อมพล..ประวิตร วงษ์สุวรรณในนามหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ

สลายความขัดแย้งที่เสนอโดยภูมิธรรม เวชยชัยขุนพลผู้รับภารกิจต้องตั้งรัฐบาลให้ได้ของเพื่อไทยกับก้าวข้ามความขัดแย้งของพล..ประวิตรน่าจะนำเสนอเพื่อยึดกุมความชอบธรรมในการขึ้นเป็นผู้นำทางการเมืองในมุมที่ไม่ต่างกัน

เป็นการหยิบเอาปัญหาที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ของประเทศมาใช้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายมาร่วมมือ

Advertisement

นั่นคือความขัดแย้งที่นำสู่ความแตกแยกของคนในชาติ ด้วยการชี้ชวนให้เชื่อว่า หากก้าวข้ามหรือสลายได้ประเทศจะเดินหน้าพัฒนาไปสู่ความรุ่งเรือง

เมื่อครั้งที่พล..ประวิตรนำเสนอคือ สองฝ่ายที่แตกแยกกันต้องหยุดเอาชนะอย่างเด็ดขาด โดยทำให้อีกฝ่ายต้องแพ้อย่างราบคาบทำนองว่าแทนจะมุ่งเอาแพ้เอาชนะให้กลับมาเน้นความร่วมมือเพื่อทำงานร่วมกันโดยเอาประโยชน์ของประเทศและปากท้องของประชาชนเป็นเป้าหมาย

หากย้อนไปในช่วงการหาเสียง จะพบว่าในครั้งที่มีการแสดงวาทกรรมบนเวทีหาเสียงนักไฮปาร์กของเพื่อไทยดูจะหมิ่นแคลน หรือไม่รับแนวคิดก้าวข้ามความขัดแย้งของพลังประชารัฐด้วยทุ่มเทกับเพื่อไทยแลนด์สไลด์อันหมายถึงชัยชนะแบบเด็ดขาดของฝ่ายประชาธิปไตยที่ต้องการให้ฝ่ายสืบทอดอำนาจต้องพ่ายแพ้อย่างเด็ดขาดมากกว่า

แต่วันนี้ ไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว เพราะแม้ผลการเลือกตั้งพรรคฝ่ายประชาธิปไตยจะชนะอย่างเด็ดขาด และฝ่ายสืบทอดอำนาจจะแพ้อย่างราบคาบ สมดังตั้งใจ

แต่เพื่อไทยไปไม่ถึงแลนด์สไลด์ชัยชนะส่วนใหญ่ถูกแบ่งไปให้ก้าวไกลซึ่งแม้จะเป็นพรรคที่เชิดชูอุดมการณ์ประชาธิปไตยด้วยกัน กลับน่าจะเป็นอุปสรรคต่อภารกิจที่เพื่อไทยต้องการเป็นรัฐบาลให้ได้เสียมากกว่า

ดังนั้น หนทางเดียวที่ภารกิจที่จำเป็นต้องยึดครองอำนาจรัฐ ทำให้เพื่อไทยต้องผลักก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้าน แล้วหาทางประสานมือ รวมใจกับกลุ่มสืบทอดอำนาจ

และเมื่อเป็นเช่นนั้น เหตุผลที่นำมาใช้เพื่อเป็นข้ออ้างเพื่อสร้างความคิดว่าชอบธรรมคือสลายความขัดแย้งทำนองหลอมรวมใจไทยให้เป็นหนึ่งเดียวที่ลุงป้อมใช้เป็นมอตโตหยิบมาชูเพื่อขอเป็นผู้นำประเทศก่อนหน้านั้น

อย่างที่บอกว่าเป็นมอตโตที่บนเวทีปราศรัยของเพื่อไทยเยาะเย้ย เอามาล้อเลียนด้วยซ้ำ

แต่วันนี้ไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว ในวันที่ต้องเป็นรัฐบาลคุมอำนาจรัฐให้ได้ วิธีทำให้ประเทศไทยต้องไปต่อกลับเป็นว่าเพื่อไทยเป็นผู้ใช้สลายความขัดแย้งมาเป็นมอตโตชี้ชวนให้เห็นว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเสียเอง

อย่างเหมือนไม่เคยที่เย้ยเยาะ ล้อเลียน

หรือว่าทุกวาทกรรมที่เป็นแค่เทคนิคการหาเสียงที่หลังจากนั้นไม่ต้องมาถือสา เหมือนๆ กับเรื่องไล่หนู ตีงูเห่าอะไรนั่น

การ์ตอง