บทนำ – รัฐบาลพิเศษ
เค้าโครงการจัดตั้งรัฐบาล ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ ชัดเจนขึ้นอีกระดับ เมื่อสามารถรวบรวมเสียงเบื้องต้น รวมถึงมีพรรคการเมืองต่างขั้วประกาศโหวตเห็นชอบแก่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ตัวเลขปัจจุบันเป็นฝ่ายเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้หากนับเสียงที่ชัดเจน ที่จะโหวตให้กับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ตัวเลขที่ชัดเจนอยู่ที่ 278 เสียง ประกอบด้วยเพื่อไทยพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล 141 เสียง พรรคภูมิใจไทย 71 พรรคชาติไทยพัฒนา 10 พรรคประชาชาติ 9 พรรคเพื่อไทรวมพลัง 2 พรรคชาติพัฒนากล้า 2 พรรคเสรีรวมไทย พรรคพลังสังคมใหม่ พรรคท้องที่ไทย พรรคละ 1 เสียง รวม 238 เสียง เมื่อรวมกับพรรคพลังประชารัฐ 40 เสียงที่ประกาศยกมือให้ ทำให้มีเสียงรวมกันอยู่ที่ 278 เสียง
การจัดตั้งรัฐบาลซึ่งก้าวหน้าโดยลำดับนั้น นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย และที่ปรึกษาการลงทุน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) เปิดเผยว่า สิ่งที่ย้ำกันมาตลอด คือความกังวลจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า ที่จะกระทบต่อแผนการออก พ.ร.บ.งบประมาณ 2567 จากปกติเริ่ม 1 ตุลาคม ต้องขยับออกไป คาดว่าเลื่อนจากมีนาคมออกไปต้นเดือนเมษายน ซึ่งหมายความว่า ช่วงหลังจากวันนี้ จะเห็นการใช้จ่ายที่ออกมาจากภาครัฐบาลแผ่วลง จนกว่างบปี 2567 ผ่านความเห็นชอบ นอกจากนี้ยังต้องจับตาหลังจัดตั้งรัฐบาลว่าจะประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจหรือกระตุ้นการใช้จ่ายอย่างไร รวมถึงปัจจัยที่อาจมีผลต่อเศรษฐกิจ การปรับค่าแรงขั้นต่ำ ฯลฯ โดยรวมปี 2566 แม้ตั้งรัฐบาลล่าช้า แต่ไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจช็อก และคาดการณ์จีดีพีทั้งปี 2566 ขยายตัวได้ 3.3%
พรรคเพื่อไทยรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง โดยใช้เศรษฐกิจนำ ที่เป็นจุดขายสำคัญคือ นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ให้กับประชาชนที่มีอายุ 16 ปี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ให้ฟื้นคืนชีพแต่แม้มีนโยบายเศรษฐกิจชัดเจน รวมถึงได้ประกาศนโยบายด้านการเมืองเร่งด่วนเพิ่มเติม คือเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นต้นตอปัญหาประเทศทันที แต่ก็มีเสียงวิตก ห่วงใยในความเป็นรัฐบาลผสม และองค์ประกอบพรรคร่วม ซึ่งเป็นองค์ประกอบเดิมเป็นหลัก มิได้มีภาพของความสดใหม่ สะท้อนความต้องการเปลี่ยนแปลงของประชาชนตามผลเลือกตั้งแต่อย่างใด แต่มุ่งไปที่การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.-ส.ว.เป็นด้านหลัก นโยบายรัฐบาลก็จะเขียนขึ้นจากของแต่ละพรรครวมกัน บางเรื่องต่างกันสิ้นเชิง และอาจเป็นปัญหาต่อการผลักดันให้สำเร็จลุล่วง เรื่องนี้เป็นอีกโจทย์ของพรรคเพื่อไทย จะนำอย่างไร ให้เป็นขบวนและมีความใหม่ ก้าวหน้าในการพัฒนาประเทศ ยกระดับความเป็นอยู่ประชาชน เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน ขณะที่องค์ประกอบรัฐบาลพิเศษค่อนข้างเก่า

