ระทึกขบวน ‘รบ.พิเศษ’ กับหัวรถจักร ‘เพื่อไทย’

14.08.23 | 12:20 น.

ระทึกขบวน ‘รบ.พิเศษ’ กับหัวรถจักร ‘เพื่อไทย’

เค้าหน้าค่าตารัฐบาลใหม่เริ่มชัดขึ้น เมื่อพรรคเพื่อไทยที่พลิกกลับเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ประกาศเป็นสารตั้งต้นกับพรรคภูมิใจไทย รวมได้ 212 เสียง

จากนั้นแถลงอย่างเป็นทางการร่วมกับพรรคต่างๆ ได้ 238 เสียง มาจากพรรคชาติไทยพัฒนา 10 เสียง พรรคประชาชาติ 9 เสียง พรรคเพื่อไทรวมพลัง 2 เสียง พรรคชาติพัฒนากล้า 2 เสียง และอีก 3 เสียงจากพรรคเสรีรวมไทย พรรคพลังสังคมใหม่ และพรรคท้องที่ไทย 

ส่วนที่ว่ารวมได้แล้ว 315 เสียงนั้น เพิ่มมาจากพรรคพลังประชารัฐ 40 เสียง พรรครวมไทยสร้างชาติ 36 เสียง และพรรคประชาธิปไตยใหม่อีก 1 เสียง ซึ่งทั้ง 3 พรรค ยังไม่มีการแถลงร่วมกันและประกาศอย่างเป็นทางการ

ทางพรรคพลังประชารัฐ มาจากการออกมาเปิดเผยของไผ่ ลิกค์..กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ คนสนิทของ..ธรรมนัส พรหมเผ่าเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ที่ระบุว่า 40 ..ของพรรคพลังประชารัฐ พร้อมโหวตหนุนนายกฯจากพรรคเพื่อไทย โดยไม่มีเงื่อนไขต่อรองการเข้าร่วมรัฐบาล

Advertisement

แต่ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ออกมาบอกว่าทางพรรคยังไม่มีการคุยกันเรื่องที่จะยกเข่ง 40 ..โหวตหนุนนายกฯจากพรรคเพื่อไทย พร้อมปฏิเสธข่าวที่ระบุว่า หากพรรคพลังประชารัฐเข้าร่วมรัฐบาลจริงบิ๊กป้อมพล..ประวิตร วงษ์สุวรรณหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะไม่รับตำแหน่ง

อย่างไรก็ตาม ดีลกับพรรคพลังประชารัฐน่าจะโอเคกันแล้วภูมิธรรม เวชยชัยรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จึงรวม 40 เสียงของพรรคพลังประชารัฐ 40 เสียงมารวมเป็น 278 เสียงในขณะนี้

ส่วนพรรครวมไทยสร้างชาติ 36 เสียงภูมิธรรมบอกว่ายังไม่ชัดเจน แม้แกนนำของพรรครวมไทยสร้างชาติบางคนออกมาเปิดม่านแล้วว่าพร้อมสนับสนุนเพื่อไทย ซึ่งทางพรรครวมไทยสร้างชาติจะประชุมพรรควันที่ 15 สิงหาคมนี้คงจะมีท่าทีชัดเจนออกมา

ขณะที่พรรคประชาธิปไตยใหม่อีก 1 เสียง ก็ยังไม่ได้ตอบรับอย่างชัดเจนนัก

ดังนั้น ในสัปดาห์นี้ทางพรรคเพื่อไทย คงมีการแถลงหรือประกาศให้รู้ว่า พรรคร่วมรัฐบาลจะมีกี่เสียง ที่เกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร ก่อนผ่านด่านรัฐสภา ไม่วันที่ 18 ก็ 22 สิงหาคมนี้ 

หากเป็นไปตามกระแสข่าวว่าจะมี ส.. 315 เสียง ที่ประกาศหนุนนายกฯที่คาดว่าจะเป็นชื่อเศรษฐา ทวีสินจากพรรคเพื่อไทย เท่ากับว่าจะต้องหาเสียงจากฝั่ง ส..อีกแค่ 59 เสียง คงไม่ยากเย็นนัก เพราะหากมีพรรคพลังประชารัฐและพรรครวมไทยสร้างชาติมาร่วมก็คงจะมี ส..พ่วงมาด้วย

อีกทั้ง ไร้เงื่อนไขที่ ส..เคยอ้างไว้ว่าไม่เอาพรรคก้าวไกล และต้องไม่แก้มาตรา 112 ก็คงไม่มีเหตุอะไรจะขวางนายกฯจากพรรคเพื่อไทย

ส่วนพรรคอื่นๆ ที่ไม่ได้ร่วมขบวนทั้งพรรคก้าวไกล อาจงดออกเสียงหรือฟรีโหวต เช่นเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่บางส่วนอาจโหวตหนุน เผื่อลุ้นไปเพิ่มโควต้าเก้าอี้รัฐมนตรีให้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในพรรคที่ร่วมรัฐบาล

แม้ขณะนี้ ยังไม่รู้ว่าการโหวตนายกฯจะผ่านฉลุย หรือเกิดเหตุพลิกผันอะไรหรือไม่ แต่ข่าวโผ ครม.ก็ว่อนกันไปทั่ว ตามสูตร ส.. 9 คนต่อ 1 เก้าอี้รัฐมนตรี

อย่างพรรคภูมิใจไทย ขอจองกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีช่วยอีก 4 เก้าอี้

ส่วนพรรคพลังประชารัฐ ขอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรัฐมนตรีช่วยอีก 2 เก้าอี้

ขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นที่ฮือฮามากเพราะขอกระทรวงพลังงาน และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

หากเป็นตามโผนี้ ก็เป็นอีกต้นทุนหนึ่งที่พรรคเพื่อไทยต้องจ่ายเพื่อแลกกับการจัดตั้งรัฐบาลพิเศษนี้ให้ได้

อีกทั้ง จะมีคำถามตามมามากมายถึงการจัดโผรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ และคงฝุ่นตลบอีกพอสมควรกว่าจะลงตัว

ขณะนี้ขบวนรถด่วนรัฐบาลพิเศษเศรษฐา 1” จอดรอหน้าสถานีรัฐสภาแล้ว พรรคเพื่อไทยเริ่มนำขบวนแห่ ส..ไปเตรียมขึ้นโบกี้ ท่ามกลางเสียงโห่ตลอดสองข้างทาง

ต้องลุ้นกันต่อว่า ขบวนรัฐบาลใหม่นี้ ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นหัวรถจักร จะได้เศรษฐาเป็นคนคุมหรือไม่ จะมีผู้ช่วยฝีมือดีแค่ไหน ในการขับเคลื่อนฝ่ามรสุมวิกฤตต่างๆ ของประเทศ เพื่อจ่ายคืนต้นทุนต่างๆ ที่พรรคเพื่อไทยต้องเสียไปมากมาย โดยเฉพาะชื่อเสียงและภาพลักษณ์ฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งไม่ตรงปกกับที่หาเสียงไว้

พรรคเพื่อไทยจะทำแต้มเรียกทุนคืน หรือขาดทุนเข้าเนื้อคำตอบรออยู่เบื้องหน้า