ระทึกขบวน ‘รบ.พิเศษ’ กับหัวรถจักร ‘เพื่อไทย’
เค้าหน้าค่าตารัฐบาลใหม่เริ่มชัดขึ้น เมื่อพรรคเพื่อไทยที่พลิกกลับเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ประกาศเป็นสารตั้งต้นกับพรรคภูมิใจไทย รวมได้ 212 เสียง
จากนั้นแถลงอย่างเป็นทางการร่วมกับพรรคต่างๆ ได้ 238 เสียง มาจากพรรคชาติไทยพัฒนา 10 เสียง พรรคประชาชาติ 9 เสียง พรรคเพื่อไทรวมพลัง 2 เสียง พรรคชาติพัฒนากล้า 2 เสียง และอีก 3 เสียงจากพรรคเสรีรวมไทย พรรคพลังสังคมใหม่ และพรรคท้องที่ไทย
ส่วนที่ว่ารวมได้แล้ว 315 เสียงนั้น เพิ่มมาจากพรรคพลังประชารัฐ 40 เสียง พรรครวมไทยสร้างชาติ 36 เสียง และพรรคประชาธิปไตยใหม่อีก 1 เสียง ซึ่งทั้ง 3 พรรค ยังไม่มีการแถลงร่วมกันและประกาศอย่างเป็นทางการ
ทางพรรคพลังประชารัฐ มาจากการออกมาเปิดเผยของ “ไผ่ ลิกค์” ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ คนสนิทของ“ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ที่ระบุว่า 40 ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ พร้อมโหวตหนุนนายกฯจากพรรคเพื่อไทย โดยไม่มีเงื่อนไขต่อรองการเข้าร่วมรัฐบาล
แต่ “ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์” รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ออกมาบอกว่าทางพรรคยังไม่มีการคุยกันเรื่องที่จะยกเข่ง 40 ส.ส.โหวตหนุนนายกฯจากพรรคเพื่อไทย พร้อมปฏิเสธข่าวที่ระบุว่า หากพรรคพลังประชารัฐเข้าร่วมรัฐบาลจริง “บิ๊กป้อม–พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะไม่รับตำแหน่ง
อย่างไรก็ตาม ดีลกับพรรคพลังประชารัฐน่าจะโอเคกันแล้ว “ภูมิธรรม เวชยชัย” รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จึงรวม 40 เสียงของพรรคพลังประชารัฐ 40 เสียงมารวมเป็น 278 เสียงในขณะนี้
ส่วนพรรครวมไทยสร้างชาติ 36 เสียง “ภูมิธรรม” บอกว่ายังไม่ชัดเจน แม้แกนนำของพรรครวมไทยสร้างชาติบางคนออกมาเปิดม่านแล้วว่าพร้อมสนับสนุนเพื่อไทย ซึ่งทางพรรครวมไทยสร้างชาติจะประชุมพรรควันที่ 15 สิงหาคมนี้คงจะมีท่าทีชัดเจนออกมา
ขณะที่พรรคประชาธิปไตยใหม่อีก 1 เสียง ก็ยังไม่ได้ตอบรับอย่างชัดเจนนัก
ดังนั้น ในสัปดาห์นี้ทางพรรคเพื่อไทย คงมีการแถลงหรือประกาศให้รู้ว่า พรรคร่วมรัฐบาลจะมีกี่เสียง ที่เกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร ก่อนผ่านด่านรัฐสภา ไม่วันที่ 18 ก็ 22 สิงหาคมนี้
หากเป็นไปตามกระแสข่าวว่าจะมี ส.ส. 315 เสียง ที่ประกาศหนุนนายกฯที่คาดว่าจะเป็นชื่อ “เศรษฐา ทวีสิน” จากพรรคเพื่อไทย เท่ากับว่าจะต้องหาเสียงจากฝั่ง ส.ว.อีกแค่ 59 เสียง คงไม่ยากเย็นนัก เพราะหากมีพรรคพลังประชารัฐและพรรครวมไทยสร้างชาติมาร่วมก็คงจะมี ส.ว.พ่วงมาด้วย
อีกทั้ง ไร้เงื่อนไขที่ ส.ว.เคยอ้างไว้ว่าไม่เอาพรรคก้าวไกล และต้องไม่แก้มาตรา 112 ก็คงไม่มีเหตุอะไรจะขวางนายกฯจากพรรคเพื่อไทย
ส่วนพรรคอื่นๆ ที่ไม่ได้ร่วมขบวนทั้งพรรคก้าวไกล อาจงดออกเสียงหรือฟรีโหวต เช่นเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่บางส่วนอาจโหวตหนุน เผื่อลุ้นไปเพิ่มโควต้าเก้าอี้รัฐมนตรีให้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในพรรคที่ร่วมรัฐบาล
แม้ขณะนี้ ยังไม่รู้ว่าการโหวตนายกฯจะผ่านฉลุย หรือเกิดเหตุพลิกผันอะไรหรือไม่ แต่ข่าวโผ ครม.ก็ว่อนกันไปทั่ว ตามสูตร ส.ส. 9 คนต่อ 1 เก้าอี้รัฐมนตรี
อย่างพรรคภูมิใจไทย ขอจองกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีช่วยอีก 4 เก้าอี้
ส่วนพรรคพลังประชารัฐ ขอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรัฐมนตรีช่วยอีก 2 เก้าอี้
ขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นที่ฮือฮามากเพราะขอกระทรวงพลังงาน และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
หากเป็นตามโผนี้ ก็เป็นอีกต้นทุนหนึ่งที่พรรคเพื่อไทยต้องจ่ายเพื่อแลกกับการจัดตั้งรัฐบาลพิเศษนี้ให้ได้
อีกทั้ง จะมีคำถามตามมามากมายถึงการจัดโผรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ และคงฝุ่นตลบอีกพอสมควรกว่าจะลงตัว
ขณะนี้ขบวนรถด่วนรัฐบาลพิเศษ “เศรษฐา 1” จอดรอหน้าสถานีรัฐสภาแล้ว พรรคเพื่อไทยเริ่มนำขบวนแห่ ส.ส.ไปเตรียมขึ้นโบกี้ ท่ามกลางเสียงโห่ตลอดสองข้างทาง
ต้องลุ้นกันต่อว่า ขบวนรัฐบาลใหม่นี้ ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นหัวรถจักร จะได้ “เศรษฐา” เป็นคนคุมหรือไม่ จะมีผู้ช่วยฝีมือดีแค่ไหน ในการขับเคลื่อนฝ่ามรสุมวิกฤตต่างๆ ของประเทศ เพื่อจ่ายคืนต้นทุนต่างๆ ที่พรรคเพื่อไทยต้องเสียไปมากมาย โดยเฉพาะชื่อเสียงและภาพลักษณ์ฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งไม่ตรงปกกับที่หาเสียงไว้
พรรคเพื่อไทยจะทำแต้มเรียกทุนคืน หรือขาดทุนเข้าเนื้อ…คำตอบรออยู่เบื้องหน้า

