‘ดิเรกฤทธิ์’ ยึด 3 หลักการ โหวตนายกฯ รอ พท.ชงชื่อใคร เอาให้ชัด จี้ เศรษฐา เคลียร์ข้อกล่าวหาให้จบ
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ให้สัมภาษณ์ถึงแนวโน้มการโหวตนายกฯของฝั่ง ส.ว. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) จะเสนอชื่อ นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ต่อที่ประชุมรัฐสภาจะมีแนวทางอย่างไรว่า หากถามถึงความเห็นของวุฒิสภาทั้งหมด คงให้ความเห็นไม่ได้ แต่ในส่วนตัวก็ยังเหมือนหลักเดิม คือต้องอยู่บน 3 หลักการ ได้แก่ 1.ต้องได้เสียง ส.ส.ส่วนใหญ่ 2.ต้องไม่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ และ 3.นโยบายที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ถ้าเขาเงื่อนไขเหล่านี้ ไม่มีปัญหา ก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่เลือก
“ผมก็ไม่แน่ใจว่านายเศรษฐา เขาจะถูกเสนอชื่อหรือเปล่า ในวาระจะมีการเสนอจริงหรือไม่ ฉะนั้น การจะถามว่าจะเลือกนายเศรษฐาหรือไม่ ผมว่ามันเร็วเกินไป มันตอบไม่ได้ แต่จะเป็นใครก็ตามเราก็จะดูทั้ง 3 เรื่อง ก็เป็นอย่างนี้” นายดิเรกฤทธิ์กล่าว
เมื่อถามว่า ทาง ส.ว.ได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับกรณีที่ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยื่นให้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง และการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ตรวจสอบคุณสมบัตินายเศรษฐา เสร็จสิ้นแล้วหรือมีความคืบหน้าอย่างไร นายดิเรกฤทธิ์กล่าวว่า เป็นคนรับหนังสือเอง เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเห็นว่ามันจะมีเรื่องของการใช้ดุลยพินิจของ ส.ว. ที่จะต้องโหวตเลือกนายกฯ และเขาก็มีข้อมูลว่าบุคคลที่ได้ข่าวว่าจะถูกเสนอชื่อ เขาคุณสมบัติที่ไม่เหมาะสม แต่ว่าที่ไม่เหมาะสมไม่ใช่ลักษณะต้องห้ามอย่างเดียวตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายกำหนด แต่ไม่เหมาะสมในเรื่องจริยธรรม เมื่อ กมธ.รับเรื่องแล้วก็จะดูข้อเท็จจริง และประสานสอบถามไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมที่ดิน กรมสรรพากร และทางบริษัท แสนสิริ จำกัด เพื่อให้ข้อเท็จจริงเรื่องเหล่านี้ได้ปรากฏ
“การพิจารณาของ ส.ว. ต้องรับฟังทุกฝ่าย ทุกความเห็น และทุกข้อมูลเพื่อที่จะมาประกอบ และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ถ้าเรารับเรื่องแล้ว ตรวจสอบแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขาดูแล้ว ปรากฏว่ามันไม่มีพฤติการณ์อย่างนั้น เขาก็ได้รับความเป็นธรรม ที่จะไม่มีตำหนิที่จะไปเสนอต่อรัฐสภา” นายดิเรกฤทธิ์กล่าว
เมื่อถามว่า คิดว่าน่าจะตรวจสอบคุณสมบัติของนายเศรษฐาเสร็จก่อนที่ประธานรัฐสภาจะโหวตนายกฯ รอบ 3 ใช่หรือไม่ นายดิเรกฤทธิ์กล่าวว่า ถ้าเสร็จก่อนก็จะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย แต่ถ้าไม่เสร็จก็จะคล้ายกับกรณีของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่จะมีปัญหาว่า กกต.ส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา แล้วก็มาพิจารณาในสภา คนก็ไม่กล้าเลือกอะไรอย่างนี้
เมื่อถามย้ำว่า หากเป็นเช่นนั้นอาจจะทำให้การโหวตนายกฯยืดเยื้อออกไปอีกใช่หรือไม่ นายดิเรกฤทธิ์กล่าวว่า ก็เป็นไปได้ อยู่ที่ว่าฝ่ายที่เกี่ยวข้องเขาจะเห็นอย่างไร เพราะส่วนนี้เป็นประเด็นหนึ่ง คือ นายเศรษฐาไม่ใช่ ส.ส. เป็นแคนดิเดตนายกฯ ที่อยู่นอกสภา ก็มีการเสนอชื่อเข้าไปพิจารณา
“การที่มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนายเศรษฐา เขาจะชี้แจงอย่างไร หรือทางพรรคเพื่อไทยเตรียมคนชี้แจงอย่างไร และการชี้แจงโดยคนอื่น โดยพรรคการเมือง มันจะทำให้สิ้นสงสัย เหมือนกับที่ตัวบุคคลที่ถูกกล่าวหาชี้แจงเองหรือไม่ อันนี้ก็เป็นประเด็นที่จะต้องติดตามกัน” นายดิเรกฤทธิ์กล่าว
เมื่อถามว่า หากมีการกำหนดวันโหวตนายกฯที่ชัดเจนแล้วเป็นไปได้หรือไม่ที่จะโหวตให้จบภายในรอบนี้ นายดิเรกฤทธิ์กล่าวว่า ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น ถ้ามีความชัดเจนทุกเรื่อง ข้อมูลประกอบการตัดสินใจมี เขาก็ยกมือ เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ หรืองดออกเสียง ก็สามารถที่จะดำเนินการได้อยู่แล้ว
เมื่อถามว่า พรรค พท.อ้างว่ารวมเสียงได้เกินกึ่งหนึ่งแล้ว นายดิเรกฤทธิ์กล่าวว่า นั่นแหละ แต่ในความเป็นจริงที่ประชุมจะมีการเสนอกันอย่างไร มีใครรับรองแค่ไหน ส.ส.ที่จะมารวมมันจะเป็นจำนวนตามที่เป็นข่าวกันหรือไม่ ก็ต้องคอยเฝ้าติดตามข่าว

