ขบวนหยุดวัดปทุมฯ ส่องไฟ-ตะโกนสนั่น ‘ที่นี่มีคนตาย’ เตือนความจำ พท.ลืมแล้วหรือ ไปจับมือคนสั่งสังหารเพื่อน?
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่แยกปทุมวัน กรุงเทพฯ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นัดหมายชุมนุม “ส่องไฟให้ทางประชาธิปไตย” โดยจะมีการเดินขบวนจากแยกปทุมวัน ไปยังแยกราชประสงค์ เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์
บรรยากาศเวลา 17.30 น. ที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) เยาวชนชาย ตัวแทนแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ กล่าวปราศรัยบนรถโมบาย 8 ล้อ โดยนัดหมายเส้นทาง นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา หรือ แอมป์ แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ กล่าวว่า คุณไม่สามารถก้าวข้ามอดีตได้ เพราะหากความตายเหล่านั้นยังไม่ได้รับความยุติธรรม คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆ่าคน 99 ศพ ยังไม่ได้รับโทษ เราจึงยังไม่สามารถพูดได้ว่าจะก้าวข้ามอดีต เพราะอดีตยังไม่ได้รับคำพิพากษา
ขณะที่ประชาชนร่วมเขียนข้อความที่ป้ายผ้าสีแดงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังแจกจ่ายโบสีส้มให้แก่ผู้ร่วมกิจกรรม ก่อนช่วยกันผูกโบที่ผมและร่างกาย เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์
เวลา 18.00 น. ประชาชน เยาวชน ตั้งขบวนก่อนเดินเท้าไปบนถนนพระรามที่ 1 มุ่งหน้าแยกปทุมวัน โดยจะไปทำกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ที่จุดหมายแรกคือ วัดปทุมวนาราม เพื่อแสดงความอาลัยผู้เสียชีวิต 6 ศพ จากเหตุการณ์สลายการชุมนุม 19 พฤษภาคม 2553 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตภายในวัดดังกล่าว 6 ราย ซึ่งเป็นเขตอภัยทาน ก่อนเดินขึ้นขบวนไปแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ด้วยการแปรอักษร 99 ศพ ที่แยกราชประสงค์
เวลา 18.20 น. ที่ถนนพระราม 1 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศขณะเดินขบวน มีประชาชนที่จับจ่ายใช้สอยภายในห้างสรรพสินค้าออกมายืนชู 3 นิ้ว นอกจากนี้ ยังมีคนขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างและขนขับรถส่งอาหาร ร่วมชู 3 นิ้วด้วย ขณะที่เยาวชนรายหนึ่งร่วมเปิดแฟลชจากโทรศัพท์มือถือขณะขบวนเคลื่อนผ่าน

นายณวรรษกล่าวว่า เราต้องการมารำลึกว่าครั้งหนึ่งเคยมีการเข่นฆ่าประชาชนครั้งใหญ่กลางเมืองหลวง คนที่สั่งการให้เกิดการเข่นฆ่าประชาชนต้องชดใช้
“เรายอมรับได้หรือ ยังเป็นรัฐมนตรี คอยกดหัวพวกเราอยู่ทุกวันนี้ รับได้หรือ ถ้ารัฐมนตรีบริหารงานผิดพลาด จนเกิดการเสียชีวิตของมวลชน ยังหน้าสลอนรับตำแหน่งรัฐมนตรี รับได้หรือ คนที่ออกมาบอกว่าเป็นนักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย มาจากการเลือกตั้ง ทรยศประชาชน แล้วหันไปจับมือกับเผด็จการ เรายอมรับได้หรือ”
“เห็นหัวกูบ้าง ถ้าไม่ยอมเห็น เตรียมหัวแม่เท้าได้เลย” นายณวรรษกล่าว
นายณวรรษกล่าวอีกว่า เรามาเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทย แกนนำจัดตั้งรัฐบาล ไม่ลืมว่าพื้นที่แห่งนี้เคยเกิดอะไรขึ้น
“มีกระสุนฝังหัวของเพื่อนเรา มีคนสั่งเข่นฆ่าประชาชนบริเวณนี้ เราจะยอมรับได้จริงๆ หรือ พรรคเพื่อไทยจะยอมรับได้จริงๆ หรือ ว่ามีเพื่อนของคุณถูกสั่งฆ่าในวันนั้น แล้วคุณยังใจไม้ไส้ระกำ ไปจับมือกับคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้จริงๆ หรือ”
“ถ้าวันนี้เรายังยอมให้พรรคเพื่อไทยจับมือกับเผด็จการที่โกงกินเรา คอยดูวันหน้าเราจะยังอยู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย หรือถูกเปลี่ยนไปเป็นเผด็จการกันแน่” นายณวรรษกล่าว

เวลา 18.36 น. ขบวนเคลื่อนถึงหน้าวัดปทุมวนาราม ผู้ชุมนุมร่วมเปล่งเสียง “ที่นี่มีคนตาย” อย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดแฟลชและไฟฉาย
นายณวรรษกล่าวอีกว่า ที่นี่เคยใช้เป็นโรงพยาบาลสนาม เมื่อปี 2553 แม้กระทั่งจุดที่เป็นโรงพยาบาลสนามก็ยังเคยมีการสั่งให้ทหารบางส่วนส่องปืน ลั่นไกลงมาสังหารชีวิตของผู้ที่ออกมาเรียกร้อง สังหารได้แม้กระทั่งคนที่เจ็บปวด คุณยอมรับการกระทำที่ป่าเถื่อนอย่างนี้ได้หรือ
“พวกคุณจะมองข้ามได้จริงๆ หรือ กับ 99 ศพวัดปทุมฯ” นายณวรรษกล่าว

จากนั้นเวลา 19.00 น. ผู้ชุมนุมร่วมร้องเพลงธุลีดิน โดยมีการเปิดแฟลชจากโทรศัพท์มือถือ รวมถึงจุดเทียนและถือดอกกุหลาบ ส่องไฟฉายไปยังด้านบน หรือสถานีรถไฟฟ้า ซึ่งเป็นจุดที่ทหารส่องกล้องยิงลงภายมาในวัดปทุมวนาราม กระทั่งมีผู้เสียชีวิต 6 ราย
ก่อนยืนสงบนิ่งไว้อาลัยให้กับดวงวิญญาณประชาชนที่เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงในเหตุการณ์เมษายน-พฤษภาคม 2553
จากนั้นเวลา 19.05 น. ประชาชนนำดอกกุหลาบและเทียนไปวางรำลึกใต้ต้นไม้ และหน้าป้ายวัดปทุมวนาราม ก่อนเคลื่อนขบวนต่อไปยังแยกราชประสงค์







