เทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ระหว่างขุนพลแห่งพรรคเพื่อไทยกับขุนพลแห่งพรรคก้าวไกล เด่นชัดยิ่งว่าพรรคเพื่อไทยเหนือกว่า
ภาพเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม มีความเด่นชัด
แม้พรรคก้าวไกลจะกำหนดฤกษ์การลงนามร่วม MOU เอาไว้ที่เวลา 16.00 ตรงกับ วินาทีแห่งการยึดอำนาจเมื่อ 9 ปีก่อน
เท่ากับเป็นการ “ตัดไม้ข่มนาม” อย่างทรงความหมาย
กระนั้น เมื่อประสบกับการต่อรองอย่างมากด้วยชั้นเชิงจากขุนพลแห่งพรรคเพื่อไทยยืนยันให้ปรับแก้ “ข้อความ” หลายข้อความ
ใบหน้าอันมากด้วยความมั่นใจของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก็เริ่ม “จ๋อย”
ในเมื่อน้ำเสียงจากพรรคเพื่อไทยมิได้มีเพียง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หากแต่หนักแน่นและจริงจังในแบบ นายภูมิธรรม เวชยชัย
ยิ่งเข้าสู่ตำแหน่ง “ประธานสภา” ยิ่งต้องปรับขบวน
การเปิดช่องทางให้ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ให้ นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ออกโรงมิได้เป็นเรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน
เมื่อ “รุก” ได้อย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ
นายภูมิธรรม เวชยชัย ก็โยนชื่อ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ขึ้นบนเวทีแห่งการต่อรอง
เทียบกับ “หมออ๋อง” ย่อม “ห่างชั้น” ชัดเจน
แม้จะสงสัยในสายสัมพันธ์เร้นลับระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาชาติที่มี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นตัวเชื่อม
ก็จำต้อง “จำยอม”
อีกไม่นานต่อมา บทบาทของ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ว่ามีความเอนเอียงอย่างไรในทางการเมืองก็เริ่มชัดเจน
และนั่นคือ “เงาสะท้อน” แห่งความเขี้ยวอันมากด้วยคม
เบื้องหน้า “ละอ่อน” ของพรรคก้าวไกล บรรดา “พญาเสือตัวหาญ” ของพรรคเพื่อไทยทระนงองอาจอย่างยิ่ง
มั่นใจเป็นอย่างยิ่งในการต่อรอง กำหนดทิศทาง
แต่พลันที่ “พญาเสือตัวหาญ” จากพรรคเพื่อไทยเผชิญเข้ากับคนของพรรคภูมิใจไทย คนของพรรคชาติไทยพัฒนา คนของพรรคชาติพัฒนากล้า
ก็เริ่มปรากฏอาการในแบบ “นะจังงัง”
ยิ่งกระบวนท่าอันมาจากพรรคพลังประชารัฐเริ่มฉายโชน อย่างประสานกับกระบวนท่าอันมาจากพรรครวมไทยสร้างชาติ
จังหวะก้าวแห่ง “รัฐบาลพิเศษ” ก็เริ่มรวนเร
มองผ่าน นายไผ่ ลิกค์ อาจราบรื่นเหมือนยืนอยู่บนเนินเขา มองผ่าน นายธนกร วังบุญคงชนะ ทุกอย่างฉลุยอย่างชนิดลุยลาย
มองข้าม “เสียงคำราม” จาก “บูรพาพยัคฆ์” โดยเจตนา
ไม่ว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย จะงัดวิทยายุทธ์อันได้จากเขาสูงทะลุฟ้าอันโอ่อ่าผ่านวาทกรรม “เริ่มต้นจากความจริง” อย่างไร
แต่เมื่อปะเข้ากับ “ข้อเสนอ” อันเป็นดั่ง “คำขาด”
ประเภทต้องกำหนด “โควต้า” ต้องจัดแบ่ง “กระทรวง” พร้อมกับความไม่แน่นอนในเรื่องการโหวต “แคนดิเดต” นายกรัฐมนตรี
คำว่า “รัฐบาลพิเศษ” ก็ยิ่ง “ซุปเปอร์” พิเศษ

