22 สิงหาคมนี้ ระทึกอีกครากับการโหวตนายกฯ เมื่อ วันมูหะมัดนอร์ มะทาประธานรัฐสภา นัดประชุม ส.ส.-ส.ว.มาพร้อมหน้าลงมติอีกครั้ง หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นขอให้วินิจฉัยประเด็นมติรัฐสภาไม่ให้เสนอชื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกฯซ้ำนั้นขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่
เหตุที่ไม่รับคำร้อง เพราะผู้ที่ยื่นเรื่องนั้นไม่ใช่บุคคลที่ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรง จึงไม่อาจใช้สิทธิยื่นคำร้องได้
ดังนั้น ถ้าอยากจะรู้ดำรู้แดงว่ามติรัฐสภา ดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก็ต้องให้ “พิธา” หรือพรรคก้าวไกล ที่เป็นผู้ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรง เป็นผู้ยื่นร้องเอง
แต่ทว่า ทางพรรคก้าวไกลยืนยันว่า “พิธา” จะไม่ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในประเด็นนี้ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องของรัฐสภา โดยจะเดินหน้าต่อญัตติที่ค้างไว้ให้รัฐสภาแก้มติดังกล่าวกันเอง
ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งเป็นคิวของพรรคเพื่อไทย ที่เป็นแกนนำก็เดินหน้าต่อ หลังต้องหยุดพักยกไปหลายวัน
ทางแกนนำพรรคเพื่อไทยหลายคนมั่นใจว่า ชื่อ เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯของ
พรรค ที่เสนอให้รัฐสภาโหวตวันที่ 22 สิงหาคมนี้ จะผ่านฉลุยแน่นอน
แต่จะเป็นเช่นนั้นไหม หลายคนยังหวั่นๆ เมื่อยังไม่ผ่านพ้นการโหวต เกมอาจพลิกได้อีก
ขณะนี้ การประกาศรวมเสียง ส.ส.จากพรรคต่างๆ อย่างเป็นทางการที่ทยอยตั้งโต๊ะแถลงร่วมกันก่อนหน้านี้ ยังอยู่ที่ 9 พรรค จาก พรรคเพื่อไทย 141 เสียง พรรคภูมิใจไทย 71 เสียง พรรคชาติไทยพัฒนา 10 เสียง พรรคประชาชาติ 9 เสียง พรรคเพื่อไทรวมพลัง 2 เสียง พรรคชาติพัฒนากล้า
2 เสียง พรรคเสรีรวมไทย 1 เสียง พรรคพลังสังคมใหม่ 1 เสียง และ พรรคท้องที่ไทย 1 เสียง รวมได้ 238 เสียง ยังไม่เกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร 251 เสียง
ส่วน พรรรคพลังประชารัฐ 40 เสียง และ พรรครวมไทยสร้างชาติ 36 เสียง ยังไม่มีการแถลงเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เพียงแค่ส่งสัญญาณว่าจะมาร่วมด้วยแน่
เป็นสัญญาณจาก ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ว่าพร้อมยกเข่ง 40 ส.ส.ของพรรคช่วยโหวตแคนดิเดตนายกฯจากพรรค
เพื่อไทย แต่หากยังไม่ใช่มติพรรค หรือเป็นสัญญาณจาก “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็ยังมิอาจวางใจได้
เช่นเดียวกับพรรครวมไทยสร้างชาติ แม้ อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี และโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่แถลงหลังประชุม ส.ส.พรรคเมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า
พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค แจ้งว่า ได้รับสัญญาณบวกจากพรรคเพื่อไทย พร้อมเชิญพรรครวมไทยสร้างชาติร่วมรัฐบาล แต่ก็ยังไม่มีการหารืออย่างเป็นทางการ
เมื่อยังไม่ประกาศชัดว่ามีพรรครวมไทยสร้างชาติ และ/หรือพรรคพลังประชารัฐมาร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการ เสียงก็ยังไม่ข้ามเส้น 251 เสียงของสภาผู้แทนราษฎร และเสี่ยงที่จะไม่มี ส.ว.พ่วงมาโหวตช่วยให้ผ่านด่าน 374 เสียงในรัฐสภา
เหตุที่ทั้ง 2 พรรคหลังนี้ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ เพราะอยู่ระหว่างเจรจาเงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะโควต้ารัฐมนตรี ในสัดส่วน 9 ส.ส.ต่อ 1 เก้าอี้รัฐมนตรี
ขณะที่พรรคอื่นๆ ที่จะร่วมรัฐบาลต่างก็ยื่นข้อเสนอขอดูแลกระทรวงต่างๆ แต่ทางพรรคเพื่อไทยต้องกันกระทรวงหลักไว้ก่อน โดยเฉพาะกระทรวงที่ดูแลด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง ส่วนจะยอมแบ่งกระทรวงใดให้พรรคอื่นได้แค่ไหน ต้องเจรจาต่อรองกัน
อีกทั้งบางกระทรวงหลายพรรคก็ขอมาทับซ้อนกัน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพลังงาน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ แต่ละพรรคมีอำนาจต่อรองมากน้อยต่างกันไป ไม่ใช่แค่จำนวน ส.ส.ในมือ แต่ยังมีทั้งกำลังภายใน-ภายนอก อีกทั้งมีบางข้อเสนอที่มิอาจปฏิเสธได้
ทำให้การเจรจาต่อรองมีเงื่อนไขมากมาย ไม่ใช่เพียงความยุ่งยากแค่ระหว่างพรรค แต่ภายในแต่ละพรรคเองก็มีกลุ่มมุ้งต่างๆ ที่ตั้งแง่แย่งชิงเก้าอี้เช่นกัน
หากตกลงกันไม่ได้ และถึงขั้นแตกหักกัน จะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลต้องสะดุด เกมอาจพลิกอีกก็เป็นได้
ดังนั้น พรรคเพื่อไทยต้องเคลียร์ไปทีละปม ให้ทุกฝ่ายพอจะยอมและถอยกันได้
อีกทั้ง ต้องมีข้อตกลงหรือสัญญาใจกันให้ชัด และประกาศให้รับรู้ก่อนวันโหวตนายกฯ เพราะพรรคต่างๆ ไม่ยอมตีเช็คเปล่าให้พรรคเพื่อไทยแน่
เป็นเกมร้อน และเกมวัดใจ ให้ระทึกในการโหวตนายกฯวันที่ 22 สิงหาคมนี้

