‘แสวง’ ตอบแล้ว ‘กกต.มีไว้ทำไม’ เชื่อคนถามแค่ไม่พอใจ ยันจัดเลือกตั้งสุจริต พัฒนาการดีขึ้น โวติดท็อปเท็นประเทศคนใช้สิทธิเยอะ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 สิงหาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง โดยนักศึกษาหลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 13 (พตส.13) จัดอภิปราย หัวข้อ “กกต.มีไว้ทำไม” โดย นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวตอนหนึ่งว่า ถึงวันนี้จะมาเป็นจำเลย แต่ก็ยินดีมาร่วมอภิปราย ซึ่งคำถามว่า “กกต.มีไว้ทำไม” นั้นได้ฟังมาตั้งแต่ปี 2562 เข้าใจว่าเป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบว่า กกต.ทำอะไรบ้าง แต่เป็นคำถามที่แสดงความรู้สึกผิดหวัง ไม่ชอบใจ กกต. ซึ่งที่ผ่านมาไม่ค่อยมีเวทีอธิบาย และในการเลือกตั้งปี 2566 ก็ยังมีคำถามลักษณะนี้ทั้งก่อนเลือกตั้งและหลังการเลือกตั้ง
เลขาฯกกต.กล่าวว่า สำหรับหน้าที่ กกต.นั้น อันดับแรกเลยคือทำให้การเลือกตั้งสุจริต ยุติธรรม 2.ให้ความรู้เรื่องประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้งนี้ เพื่อทำให้บ้านเมืองดี การเมืองดี อย่างไรก็ตาม กกต.ทำเพียงคนเดียวไม่สำเร็จหากไม่ได้รับความร่วมมือจากทุกคน
“การเมืองมีปัญหามานานกว่า 20 ปี ไม่ได้เดินไปสู่จุดที่เราออกแบบว่าอยากจะไป ยังมีผู้เล่นคือพรรคการเมือง และผู้สมัครลงเลือกตั้ง จึงต้องอาศัยคนเข้ามามีส่วนร่วมขับเคลื่อนการเมืองให้ไปข้างหน้า สำหรับการเลือกตั้งที่ผ่านมา ผมพอใจระดับหนึ่ง แม้มีปัญหาระหว่างการเลือกตั้ง ซึ่งไม่รู้ว่าเกิดจากกฎหมาย หรือตัวเราเอง ปี 2562 ได้รับผลกระทบเรื่องความเชื่อถือ รวมถึงปี 2566 ที่คิดว่าดีขึ้น และจะเดินหน้าพัฒนาให้ดี เพื่อไม่ให้ประชาชนมองว่าเราบกพร่อง” เลขาฯกกต.กล่าว
เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า เลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าส่วนตัวรู้สึกพอใจระดับหนึ่ง มีปัญหาระหว่างทางเกิดขึ้น ขณะที่พัฒนาการทางการเมืองในแง่จำนวนผู้มาใช้สิทธิบ้านเราไม่ได้มีปัญหาเรื่องนี้ โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 10 ประเทศที่มีผู้ใช้สิทธิเกิน 70% บางประเทศใช้สิทธิไม่ถึง 50% ส่วนคุณภาพของคะแนนที่ได้มา หรือคุณภาพคนมาใช้สิทธิน่าจะเป็นโจทย์ใหม่ของประเทศเรา มีปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งกฎหมายรัฐธรรมนูญก็ออกมาเพื่อแก้ตรงนี้ ระยะสั้นคือการปราบปรามให้ใบเหลือง ใบแดง แต่ระยะยาวคือการให้ความรู้ที่ถูกต้องในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
เลขาฯกกต.กล่าวต่อว่า การเลือกตั้ง 2566 จะเห็นพัฒนาการอย่างมีนัยสำคัญ วิธีการลงคะแนนของคนมีการเปลี่ยนแปลงไป มีการเลือกการเมืองตามอุดมคติ และเลือกจากนโยบาย โดยเฉพาะประชานิยม ส่วนจะดีไม่ดีเป็นอีกเรื่องหนึ่ง จึงทำให้เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการซื้อสิทธิขายเสียงจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้วซึ่งมีร้องเรียนเข้ามานับพันเรื่อง แต่ทุกวันนี้บางจังหวัดไม่มีเรื่องร้องเรียนเลย ทั้งๆ ที่เป็นพื้นที่ที่มีการแข่งขันรุนแรง จึงคิดว่านี่เป็นสัญญาณบวกที่ดีในการพัฒนาการเมือง และต้องหาวิธีในการทำให้เกิดพื้นที่ที่คนสามารถอยู่ร่วมกันได้แม้จะมีความเห็นที่แตกต่างกัน เพราะหลักประชาธิปไตยต้องพูดด้วยหลักเหตุและผล นี่ก็คือหน้าที่ของสำนักงาน กกต.ที่ต้องร่วมกับเครือข่ายที่จะทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีคุณภาพ
“ผมเป็นนายทะเบียนพรรคการเมือง เป็นคนแรกที่จะเสนอให้ยุบพรรค ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้คนร้องยุบพรรคมา 135 เรื่อง พิจารณาเสร็จ ยกไปแล้ว 111 เรื่อง ที่เหลืออยู่ระหว่างพิจารณา แต่ฝ่ายการเมืองเอาไปพูดว่าจะมีการยุบพรรคเกิดขึ้น แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้นจริง เพราะเราพิจารณาตามกฎหมาย กกต.ไม่ได้มีหน้าที่ทำเกินกว่ากฎหมาย การที่เราทำตามกฎหมายแต่ไม่ได้ผลตามที่ต้องการก็จะถูกคำถามว่าทำไมไม่ทำแบบนั้น ไม่ทำแบบนี้ ดังนั้น ยืนยันว่าเราทำตามกฎหมาย แต่ถ้าเราทำผิดกฎหมายเราจะโดน” นายแสวงกล่าว และว่า พรรคที่ถูกร้องเรียนยุบพรรคส่วนใหญ่ก็เป็นพรรคใหญ่
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

