หน้าแรก การเมือง กลิ่น รัฐบาลใ...

กลิ่น รัฐบาลใหม่ ‘เพื่อไทย’ นำโชยฉุน

21.08.23 | 10:15 น.

กลิ่น รัฐบาลใหม่ ‘เพื่อไทย’ นำโชยฉุน

การฟอร์มรัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยคืบหน้าเป็นลำดับ เห็นเค้าลางมากขึ้น โดยภูมิธรรม เวชยชัยรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่ารวบรวม ส..มาร่วมรัฐบาลได้แล้ว 314 เสียง จาก 11 พรรค 

เช็กลิสต์อีกที พรรคเพื่อไทย 141 พรรคภูมิใจไทย 71 พรรคพลังประชารัฐ 40 พรรครวมไทยสร้างชาติ 36 พรรคชาติไทยพัฒนา 10 พรรคประชาชาติ 9 พรรคเพื่อไทรวมพลัง 2 พรรคชาติพัฒนากล้า 2 พรรคเสรีรวมไทย 1 พรรคพลังสังคมใหม่ 1 และพรรคท้องที่ไทย 1 

หากเป็นไปตามนี้แสดงว่าการเจรจาต้าอ้วย จัดสรรโควต้าเก้าอี้รัฐมนตรีให้กับพรรคต่างๆ ลงตัวไปมากแล้ว ตามสูตร 9 ..ต่อ 1 เก้าอี้รัฐมนตรี

พรรคเพื่อไทยเตรียมนำพรรคร่วมต่างๆ มาโชว์ตัวอย่างเป็นทางการวันที่ 21 สิงหาคม ส่วนสถานที่แถลงข่าวคงเป็นที่รัฐสภา เพื่อให้อยู่ในระยะที่ปลอดภัยจากกลุ่มผู้ชุมนุมที่จะมาจัดกิจกรรมคัดค้านการจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว 

Advertisement

เป็นการแถลงข่าวสัญญาใจโดยไม่ต้องเซ็นเอ็มโอยูที่อาจกลายเป็นเอ็มโอยัวะเหมือนที่ผ่านมา ก่อนจะให้รัฐสภาลงคะแนนโหวตชื่อ เศรษฐา ทวีสินเป็นนายกฯจากพรรคเพื่อไทยในวันที่ 22 สิงหาคม

ถ้ามัดแน่น 314 เสียงก็ขาดอีก 60 เสียงที่จะก้าวผ่าน 374 เสียงจากรัฐสภา แต่มีมือดี เพาเวอร์เต็มร้อย ช่วยดีล ส..และการันตีให้แล้วว่าได้เกิน 100 เสียงขึ้นไปแน่

ดังนั้น หากพรรคพลังประชารัฐยังยึกยักเล่นเหลี่ยมคู แม้จะหายไป 40 เสียง ก็ไม่มีปัญหา ชื่อเศรษฐายังผ่านชัวร์ป้าบ 

สำหรับโผโควต้ารัฐมนตรีของแต่ละพรรคที่ว่อนไปทั่วโซเชียลนั้น มีทั้งใกล้เคียง และห่างไกลความจริง เพราะบางส่วนเป็นการปล่อยข่าวออกมาเพื่อชิมลาง หยั่งกระแส และกดดัน

อย่างเช่น พรรคเพื่อไทยจะได้ 14-16 เก้าอี้ ทั้งรองนายกฯและ รมว.กระทรวงหลัก อาทิ มหาดไทยคมนาคมคลังเกษตร

พรรคภูมิใจไทย 8 เก้าอี้ เช่น รองนายกฯรมว.การท่องเที่ยวฯรมว.พาณิชย์รมว.วัฒนธรรม 

พรรคพลังประชารัฐ 4-6 เก้าอี้ เช่น รองนายกฯรมว.กลาโหมรมว.ศึกษาธิการ

พรรครวมไทยสร้างชาติ 4 เก้าอี้ เช่น รองนายกฯรมว.พลังงานรมว.แรงงาน 

พรรคชาติไทยพัฒนา 1 ที่นั่ง ขอเก้าอี้เดิม รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ 

หลังแบ่งโควต้ารัฐมนตรีแล้ว จากนั้นแต่ละพรรคก็จะจัดคนลงนั่งเก้าอี้ บางพรรคอาจราบรื่น อย่างพรรคภูมิใจไทยเริ่มนิ่งแล้ว ไม่มีปัญหาแตกคอกันในพรรค แต่หลายพรรคยังมีแรงกระเพื่อมภายใน 

ดังนั้น คิวต่อไปจะได้เห็นศึกภายในพรรคระหว่างกลุ่มมุ้งต่างๆ จะมี ส..บางคนออกมาโวยวาย กระจองอแง หากแกนนำมุ้งตัวเองวืดเก้าอี้เสนาบดี ถ้าไม่ได้เป็นรัฐมนตรีก็ต้องมีอะไรแลกเปลี่ยนให้สมน้ำสมเนื้อบ้าง ไม่อย่างนั้นอาจกลายเป็นรอยร้าวในพรรคได้

เหมือนเป็นฉากบังคับต้องมีให้ชมกับภาพของ ส..ออกมาโวยวายทุกครั้งในการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี 

ส่วนเก้าอี้นายกฯที่ชื่อเศรษฐายังร้อนฉ่า ถูกขุดเรื่องเก่ามาใส่สีตีไข่ เมื่อครั้งนั่งเป็นผู้บริหารบริษัทแสนสิริ เรื่องการซื้อขายที่ดิน โดยกล่าวหาว่ามีการทำนิติกรรมอำพรางเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี หวังสกัดไม่ให้ผ่านด่าน ส..

แม้ตอนนี้จะการันตีว่ามี ส..มาช่วยโหวตให้เศรษฐาเกินเป้าแน่ แต่ก็มี ส..ตัวตึงบางส่วนยังตั้งแง่จะไม่โหวตให้ โดยอ้างเรื่องคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160(4) เรื่องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์

จึงมีการเรียกร้องให้เศรษฐาเข้าที่ประชุมรัฐสภาในวันโหวตนายกฯ เพื่อชี้แจงเคลียร์ข้อสงสัยต่างๆ 

แต่ที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายก็มีมติแล้วว่าเศรษฐาไม่ต้องเข้าสภาไปแสดงวิสัยทัศน์ หรือชี้แจงใดๆ โดยพรรคเพื่อไทยจะจัดทีมจัดการให้แทน

ส่วนตัวเศรษฐาแม้จะไม่ได้เข้าสภาไปชี้แจงก็ออกมาเคลียร์ผ่านคลิป ตอบโต้ข้อกล่าวหาต่างๆ พร้อมแฉกลับเบื้องหลังเหตุจูงใจของคนที่ออกมาปูดเรื่องต่างๆ นั้นมีวาระซ่อนเร้นเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง 

ดังนั้น การโหวตนายกฯวันที่ 22 สิงหาคมนี้ คงไม่น่ามีปัญหานัก หากมองข้ามช็อตว่าผ่านฉลุย สเต็ปต่อไปคือการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งแต่ละพรรคจะเสนอชื่อคนที่จะนั่งรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ตามโควต้า แต่ก็อย่างที่ว่าไว้ แต่ละพรรคคงจะยุ่งวุ่นวายเรื่องการแย่งชิงเก้าอี้กัน แต่สุดท้ายก็คงตกลงกันได้ ไม่น่าจะถึงขั้นทำให้พรรคแตก

ส่วนโฉมหน้าว่าที่ ครม.ใหม่ หลับตานึกภาพดูก็พอจะเห็นว่า คงไม่อาจดีเด่นเก่งเจ๋ง อย่างที่หลายคนคาดหวังไว้ โดยเฉพาะคนที่จะเข้ามาดูแลด้านเศรษฐกิจ

ส่วนใหญ่คงเป็นนักการเมืองหน้าเดิมๆ ส่วนคนนอกระดับมือโปรที่จะเข้าช่วยให้ ครม.ดูดีขึ้นบ้างนั้น คงยากที่จะอยากเข้ามาร่วม เพราะต้องถูกสปอตไลต์การเมืองฉายล่อนจ้อน

แค่เบาะๆ คือจะถูกลากไส้เรื่องเก่าออกมาแฉ จริงบ้างเท็จบ้าง คงอ่วมอรทัยไม่น้อย ดูว่าที่นายกฯเศรษฐาเป็นตัวอย่าง เจอซะอ่วม เลยทำให้หลายคนเข็ดขยาด

นอกจากนี้ การเป็นรัฐมนตรียังต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินที่ต้องเปิดโชว์ให้รู้ว่าอู้ฟู่แค่ไหน ถ้าดันลืมแจ้งบางรายการก็เสี่ยงไปนอนคุกตะราง

อีกทั้งการบริหารงาน มีกฎระเบียบราชการยุบยับ หากพลาดไปก็จะถูกร้องให้ตรวจสอบ ไม่เพียงแต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา แต่อาจไปเข้าซังเตได้ง่ายๆ 

ดังนั้น รัฐบาลสเปเชียล ที่พรรคเพื่อไทยอ้างเป็นสถานการณ์พิเศษ จำเป็นต้องจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้วโดยเร็วเพื่อเข้ามาแก้วิกฤตต่างๆ นั้น คงพอจะนึกภาพโฉมหน้า ครม.ใหม่ได้ว่าจะออกมาประมาณไหนแต่กลิ่นฉุนรัฐบาลใหม่โชยมาเบาๆ แล้ว