หน้าแรก Election Slide ‘ดิเรกฤ...

‘ดิเรกฤทธิ์’ ข้องใจ ‘เศรษฐา’ พฤติการณ์ส่อโกง-ชงยกร่าง รธน.ฉบับใหม่ ชี้ ช่องแจง ส.ส.-ส.ว.ในสภา

21.08.23 | 11:37 น.

‘ดิเรกฤทธิ์’ ข้องใจ ‘เศรษฐา’ พฤติการณ์ส่อโกง-ชงยกร่าง รธน.ฉบับใหม่ ชี้ ช่องแจง ส.ส.-ส.ว.ในสภา

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ส.ว. กล่าวถึงแนวโน้มโหวตนายกรัฐมนตรีในวันที่ 22 สิงหาคมว่า การโหวตของ ส.ว.เป็นไปตามหลักการ โดยตนยังยืนยันว่าถ้าเสียงส่วนใหญ่เสนอใครคนนั้นมีโอกาส 95-100 เปอร์เซ็นต์ที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนประเด็นที่สมาชิกรัฐสภาน่าจะสนใจคือ หากเป็นคนใดที่ถูกเสนอชื่อท่านนั้นต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญซึ่งถือเป็นเรื่องพื้นฐานอยู่แล้ว และมาตรฐานจริยธรรม คุณธรรม และความประพฤติอันเป็นที่ประจักษ์ว่ามีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรู้ความสามารถ นำไปประเทศไปได้ และนำรัฐบาลของประชาชนไปสู่ความสำเร็จตามนโยบายที่วางไว้ได้

นายดิเรกฤทธิ์กล่าวอีกว่า อีกเรื่องที่ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้รับการเสนอชื่อ ต้องเสนอความชัดเจนว่านโยบายของท่านนำพาประเทศไปสู่ความสงบเรียบร้อย นำความรุ่งเรืองมาให้ประเทศชาติและประชาชน อย่างประเด็นที่บางคนออกมาแสดงความคิดเห็นว่า หากได้เป็นนายกรัฐมนตรี จะให้มีมติจัดทำประชามติเพื่อยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ซึ่งเลือกมาจากตัวแทนทั้งประเทศ ซึ่งตนต้องการคำอธิบายที่ชัดเจน เพราะการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีความจำเป็นมากน้อยเพียงใดที่จะต้องแก้ทั้งฉบับ ในขณะที่ ส.ส.ก็เลือกมาจากตัวแทนทั้งประเทศ ทำไมไม่แก้เป็นรายมาตรา เรื่องที่จะต้องจำเป็นแก้ไขมีสาระสำคัญจนต้องแก้ทั้งฉบับอย่างไร และหากแก้ทั้งฉบับจะมีขอบเขตอย่างไร เช่น หมวดหนึ่ง ความมั่นคงแห่งรัฐ หมวดสอง สถาบันพระมหากษัตริย์ ฝ่ายบริหาร ตุลาการ องค์อิสระ ศาล เป็นต้น ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นข้อมูลสำคัญที่สมาชิกรัฐสภาจะต้องใช้ประกอบการพิจารณาให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามว่า หากวันที่ 22 สิงหาคม แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ยังเป็นนายเศรษฐา ทวีสิน ทาง ส.ว.ยังมีข้อกังขาเรื่องคุณสมบัติและความเหมาะสมหรือไม่ นายดิเรกฤทธิ์กล่าวว่า ถ้ายังเป็นนายเศรษฐาก็ยังมีข้อกังวล เพราะนายเศรษฐามีกรณีถูกกล่าวหาว่าสมัยเป็นผู้บริหารบริษัทมหาชน มีพฤติการณ์ทุจริต เลี่ยงภาษี จ้างนอมินีทำให้ราคาที่ดินที่ซื้อไม่ตรงกับข้อเท็จจริง มีเงินทอน นี่คือข้อกล่าวหา ซึ่งนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง นำมากล่าวหาพร้อมหลักฐาน รวมถึงกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ก็ได้นำประเด็นของนายชูวิทย์มาร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมือง วุฒิสภา ซึ่งทาง กมธ.ได้ทำหนังสือไปสอบถามยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมที่ดิน กรมสรรพากร ซึ่งนี่เป็นเรื่องของคุณธรรม จริยธรรม ความประพฤติ ที่เราจะนำมาพิจารณานายเศรษฐา รวมถึงเรื่องการประกาศแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นคำถามใหญ่ที่จำเป็นจะต้องให้ข้อเท็จจริงต่อสมาชิกรัฐสภา

นายดิเรกฤทธิ์กล่าวอีกว่า ต้องให้ความเป็นธรรมกับนายเศรษฐา เพราะถูกกล่าวหาหลายประเด็น และเป็นข้อกังวลที่ ส.ส. ส.ว.ได้เป็นห่วง โดยมีการแนะนำนายเศรษฐาจำเป็นต้องทำความชัดเจนในเรื่องนี้ก่อนมีมติโหวตนายกรัฐมนตรี ซึ่งทางนายเศรษฐา และพรรค พท.สามารถชี้แจงต่อประชาชนได้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเกิดความสง่างามในการเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แม้นายเศรษฐาจะไม่ได้เป็น ส.ส. ไม่สามารถเข้ามาชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภาได้ แต่เพื่อไม่ให้เสียประโยชน์ก็สามารถทำหนังสือประธานรัฐสภาขอชี้แจงได้ ประธานก็จะใช้ดุลพินิจให้นายเศรษฐาเข้ามาชี้แจงได้ด้วยตัวเองเหมือนกับตัวแทนหน่วยราชการอื่นที่ต้องการเข้ามาชี้แจง หรือ ส.ส.สามารถเสนอญัตติให้นายเศรษฐาเข้ามาชี้แจงได้ ซึ่งทั้งหมดเป็นข้อเสนอแนะส่วนตัว แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนายเศรษฐาและพรรค พท.จะพิจารณา เพื่อความน่าเชื่อถือของตนเอง

Advertisement