เปิดประวัติ เศรษฐา ทวีสิน ครึ่งปี จากซีอีโอ สายคอลเอาต์ ทะยานนั่ง นายกฯ คนที่ 30
“เป็นเกียรติที่ได้รับมอบหมายจากสมาชิกให้ชิงนายกรัฐมนตรี จะพยายามเต็มที่สุดความสามารถ นำรัฐบาลเพื่อแก้ไขทุกปัญหาด้วยความตั้งใจจริง ไม่ลืมความเหน็ดเหนื่อย ไม่ลืมเพื่อนเราหลายคนที่ต้องจำใจออกจากพรรค ด้วยอุดมการณ์แรงกล้า ด้วยความปรารถนา ไม่มีทรยศต่อมิตรภาพที่ดี และไม่ขว้างหินใส่บ้านที่เคยอยู่ เชื่อว่าทุกคนเข้าใจในความจำเป็นที่พรรเพื่อไทย ต้องเดินมาทางนี้”
เศรษฐา ทวีสิน กล่าวกับเหล่าส.ส.พรรคเพื่อไทย ภายหลังจากการประชุมร่วมกับเหล่าส.ส.ของพรรค
เย็นก่อนรัฐสภา โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เสนอชื่อ “เศรษฐา ทวีสิน” นั่งนายกฯ คนที่ 30 ของประเทศ
เศรษฐา ยังบอกด้วยว่า ภูมิใจที่ยืนอยู่ตรงนี้เวลานี้ ตลอดระยะเวลาที่ก้าวสู่เวทีการเมืองและเข้าสู่บ้านหลังนี้ ภายใต้การเชิญโดยแพทองธาร ก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและได้รับการช่วยเหลือจากทุกคนอย่างดีจากสมาชิกในพรรค ตนเดินเข้ามาคนเดียวไม่มีใครเข้ามา แต่ได้รับการประคับประคองอย่างดีจากสมาชิกพรรค และกราบขอบคุณทุกท่านด้วยใจจริง
“ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามามีประหม่าและกังวล แต่มีคนเข้ามาช่วยให้คำแนะนำหลายคน หนึ่งในคนที่ซึ้งใจคือ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายจาตุรนต์ ฉายแสง”
ก่อนจะขึ้นแท่นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย เศรษฐา ไม่ใช่หน้าใหม่ในหน้าข่าวการเมือง ไม่เพียงบทบาทการเป็นนักธุรกิจ “ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)” ยักษ์ใหญ่อสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย ที่เป็นที่สนใจ แต่บอสนิด มักแสดงความเห็นต่อเศรษฐกิจ การเมือง ทั้งในงานเสวนาระดับประเทศ รวมไปถึง โลกออนไลน์อย่างทวิตเตอร์

ชีวิตส่วนตัว
“เศรษฐา ทวีสิน” เกิดเมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2505 ชื่อเล่น “นิด” เป็นลูกชายคนเดียวของ ร.อ.อำนวย ทวีสิน และ ชดช้อย ทวีสิน (จูตระกูล) เป็นตระกูลที่มีความเกี่ยวข้องกับสายเครือญาติ 5 ธุรกิจยักษ์ใหญ่ไทย ทั้ง ตระกูลยิบอินซอย จักกะพาก จูตระกูล ล่ำซำ และ บูรณศิริ จบการศึกษาระดับปริญญาโท ด้านการเงินจาก Claremont Graduate School สหรัฐอเมริกา
สมรสกับ พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญความงามด้านผิวพรรณ มีทายาท 3 คน ได้แก่ น้อบ-ณภัทร ทวีสิน จบการศึกษา มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ และฮาร์วาร์ด บิสิเนส สกูล สหรัฐอเมริกา , แน้บ-วรัตม์ ทวีสิน จบปริญญาตรีและปริญญาโท มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สหรัฐอเมริกา และ นุ้บ-ชนัญดา ทวีสิน จบปริญญาตรีและปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา
เศรษฐา สูง 192 เซนติเมตร ซึ่งอาจจะถือเป็น นายกฯที่สูงที่สุดในประเทศไทย ทั้งยังเป็นแฟนตัวยงของทีมฟุตบอล “ลิเวอร์พูล” เลยมักเห็นเศรษฐากับลุคถุงเท้าแดง
โดยตั้งแสนสิริอะคาเดมี (SANSIRI ACADEMY) ขึ้นในปี พ.ศ. 2549 เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนทุกคนที่อยู่ในชุมชนโดยรอบโครงการให้ได้เรียนรู้พื้นฐานทางด้านกีฬาฟุตบอลอย่างถูกต้อง และไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งมีนักฟุตบอลอาชีพอย่าง เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่ได้เรียนฟุตบอลในอะคาเดมี่นี้ด้วย

นักธุรกิจ มากความสามารถ
บอสนิด ถือเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่ง เริ่มชีวิตการทำงานในปี 2529 เป็นผู้ช่วยผู้จัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เป็นเวลา 4 ปี ก่อนย้ายไปทำงานที่ บจก.แสนสำราญ ของอภิชาติ จูตระกูล ลูกพี่ลูกน้อง ซึ่งหลังจากนั้นเปลี่ยนชื่อเป็น บมจ. แสนสิริ ต่อมาเศรษฐาได้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทดังกล่าว
พาบริษัทเข้าจดทะเบียนบริษัทมหาชน ในปี 2538 ซึ่งต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ไม่กี่ปีผ่านมา และพาบริษัทผ่านพ้นวิกฤตอย่าง แฮมเบอร์เกอร์ และ โควิด 19
CEO สายคอลเอาต์
ภาคการบริหารธุรกิจที่สำเร็จแล้ว เศรษฐา ยังได้มีความสนใจในประเด็นเกี่ยวกับนโยบายสาธารณะ และการบริหารประเทศ โดยได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลหลายครั้ง ทั้งเรื่อง วัคซีนโควิด 19
18 พฤษภาคม 2563 เศรษฐา ทวีสิน ในฐานะกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เขียนจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม เรื่องการให้ความร่วมมือระดับชาติ เพื่อเอาชนะการแพร่ระบาดของโควิด 19 ไปด้วยกัน เปิดบัญญัติ 10 ประการ อาทิ การทำให้มีการเลิกจ้างน้อยที่สุด ประครองแรงงานด้วยการให้หน่วยงานราชการจ้างคนเพิ่มให้ได้มากที่สุด ให้ความสำคัญกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และลดความเหลื่อมล้ำ มากกว่าเสถียรภาพทางการเงิน
และในขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ใช้ความรุนแรงในการสลายการชุมนุม และปราบปรามผู้ชุมนุม สี่แยกปทุมวัน ซึ่งเป็นข่าวกระฉ่อนไปทั่วโลก 19 ตุลาคม 2563 เศรษฐา ร่อนจดหมายถึง ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ในฐานะ 1 ในพันธมิตรของยูนิเซฟ ที่ได้มีโอกาสทำงานด้านสวัสดิภาพของเด็กและเยาวชนมานานกว่า 10 ปี และฐานะเป็น Unicef’s Selected Partner องค์กรเดียวในไทย เรียกร้องให้ยูนิเซฟ ประเทศไทย ออกแถลงการณ์เป็นทางการ เน้นย้ำรัฐบาลไม่ให้มีการปราบปรามผู้ชุมนุม

ทั้งยังออกมาทวิตให้ความเห็นในประเทศ 250 ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้ง ที่ว่า “อยากทราบจริงๆ ว่ามีประเทศไหนในโลกที่มีสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในสัดส่วนที่มากถึง 1 ใน 3 ของรัฐสภา (250 จาก 750 คน) ที่มาจากการแต่งตั้ง โดยประชาชนไม่มีส่วนร่วมที่มีสิทธิเลือกผู้นำสูงสุดของประเทศ ผมว่านี่คือประเด็นใหญ่ประเด็นหนึ่งที่เป็นต้นเหตุของความขัดแย้ง/ความวุ่นวายของประเทศเราในตอนนี้”
อย่างไรก็ตาม การแสดงออกทางด้านการเมือง ก็มีกระแสข่าวว่า เศรษฐา จะเข้าร่วมโครงการ “The Change Maker : นวัตกรรมทางการเมืองที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง” (people-centric) กับพรรคเพื่อไทย แต่อย่างไรก็ตาม เศรษฐาได้ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว
ทวิตสั้นๆได้ใช้ความว่า “ยืนยันอีกครั้งว่าไม่มีความทะเยอะทะยานเรื่องเล่นการเมืองแน่นอน ขออยู่แสนสิริครับ”
มิเพียงขึ้นเวทีสัมนา เปิดวิชั่นทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ไปจนถึงกีฬา และการวิพากษ์วิจารณ์ผ่านโลกออนไลน์อยู่เสมอ
ทำให้ เศรษฐา ได้ฉายาว่า CEO สายคอลเอาต์

เส้นทางการเมือง
แม้ว่าจะวิพากษ์วิจารณ์การเมือง รวมไปถึงประเด็นสาธารณะมาโดยตลอด รวมทั้งกระแสข่าวที่จะเข้าพรรคเพื่อไทย แต่ภาพของ “เศรษฐา” กับเส้นทางการเมือง ก็ชัดเจนเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2565 เมื่อมีคนทวีตถึงเศรษฐาว่า “ถ้าท่านมาอยู่เพื่อไทย ผมเลือกเพื่อไทยครับ” ซึ่งเศรษฐาก็โควททวิตดังกล่าวและว่า “ผมอยู่เพื่อไทยครับ”
ท่ามกลางกระแสข่าวว่า “เศรษฐา ทวีสิน” จะเป็น 1 ใน 3 แคนดิเดตของพรรคเพื่อไทย โดยมี แพทองธาร ชินวัตร ร่วมด้วย กระทั่งทั้งคู่ ปรากฏตัวร่วมกันครั้งแรก “ควง” กันไปฟังปัญหาจากชาวเยาวราช เมื่อ 21 มกราคม 2566 ในช่วงเทศกาลตรุษจีน
1 มีนาคม พรรคเพื่อไทยได้เปิดตัว “เศรษฐา” ในฐานะประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เข้าพรรคทำงานครั้งแรก นับหนึ่งให้คำปรึกษาอุ๊งอิ๊ง ให้สัมภาษณ์สื่อหลังจากนั้นว่า “จะรับตำแหน่งนายกฯ เท่านั้น และไม่รับตำแหน่งใด ๆ ทางการเมือง หากไม่ได้เป็นนายกฯ”
ก่อนที่จะลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครส.ส.ครั้งแรกที่ มูลนิธิดวงประทีป ชุมชน 70 ไร่คลองเตย และ ขึ้นปราศรัยที่ พิจิตร ลั่นอยากเห็นประเทศชาติมีอนาคต นำลูกหลานไปสู่อนาคตที่สดใส
หลังจากยื่นหนังสือ “ลางานชั่วคราวโดยไม่ขอรับค่าตอบแทน” เพื่อมุ่งหน้าทำงานการเมืองได้เพียง 2 วัน 10 มีนาคม 2566 เศรษฐา ได้โอนหุ้นทั้งหมดจำนวน 661,002,734 หุ้น หรือคิดเป็น 4.44% ของทุนจดทะเบียน ให้แก่ ชนัญดา ทวีสิน บุตรสาว โดยระบุว่าเป็นการโอน “โดยเสน่หา ไม่มีค่าตอบแทน” ก่อนลาออกจากแสนสิริ ทุกตำแหน่ง มีผล 3 เมษายน
หลังลุยการเมืองอย่างเต็มที่ เศรษฐา ขึ้นเวทีเปิดตัวผู้สมัครส.ส.เขต 400 คน แถลงนโยบาย ได้ซีนใหญ่เป็นผู้ประกาศนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท นโยบายที่เรียกว่าเป็นหมัดเด็ดเพื่อไทย แจกเงิน 10,000 บาท ให้คนไทยอายุ 16 ปีขึ้นไป เมื่อ 17 มีนาคม และเป็นไปตามคาดหมาย เมื่อ 5 เมษายน เพื่อไทย ประกาศ 3 แคนดิเดต มีชื่อ เศรษฐา ทวีสิน เป็น 1 ในแคนดิเดต ร่วมกับ ชัยเกษม นิติสิริ และ แพทองธาร ชินวัตร

โค้งสุดท้ายของการหาเสียง เศรษฐา ขึ้นเหนือ ล่องใต้ บุกอีสาน ปราศรัยบนเวทีไม่เว้นวัน ประกาศจุดยืนอย่าง มีลุงไม่มีเรา หรือโจมตีนโยบายกัญชาเสรี
แม้ว่า 14 พฤษภาคม ชัยชนะ อาจไม่ได้เป็นของเพื่อไทย เมื่อ พรรคก้าวไกล ชนะเลือกตั้ง มีสัดส่วนส.ส.ห่างกันเพียงไม่ถึง 10 ที่นั่ง เศรษฐา ก็ลุกขึ้นมาแท็กมือกับอุ๊งอิ๊ง พร้อมซัพพอร์ทพรรคก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาล ก่อนที่ 3 เดือนผ่านไป เหตุการณ์จะพลิกผัน พรรคก้าวไกล โดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เบนเข็มให้พรรคเพื่อไทย จัดตั้งรัฐบาลแทน
22 สิงหาคม รัฐสภา ยกมือโหวตเห็นชอบ “เศรษฐา ทวีสิน” นั่งเป็นนายกฯคนที่ 30 ของประเทศไทย
คนที่ 2 นับจาก สมัคร สุนทรเวช ที่ไม่ใช่คนในครอบครัวชินวัตร จากไทยรักไทย พลังประชาชน ถึงเพื่อไทย
ใช้เวลาเพียงไม่ถึงครึ่งปี ลิ่วฉลุยนั่ง “นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย”

อ่านข่าวเพิ่มเติม
- เศรษฐา ทวีสิน อัด 250 ส.ว.ต้นเหตุความขัดแย้ง ชี้ทางแก้ไม่ยาก วอนทุกฝ่ายเลี่ยงปะทะ หวั่นประเทศหายนะ
- ‘เศรษฐา’ โต้ข่าวร่วม Change Maker กับเพื่อไทย ยันชัด ไม่ได้อยากเล่นการเมือง
- เศรษฐา ทวีสิน เขียนจม.ถึงยูนิเซฟ ช่วยออกแถลงการณ์เน้นย้ำรบ. ป้องสวัสดิภาพเด็กไทย
- “เศรษฐา” เปิดวิชั่นทำงานการเมือง ยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง หล่อหลอมหลายเจเนอเรชั่น ลดความแตกแยก
- ย้อนมุมมอง ‘เศรษฐา’ สะท้อนภาวะผู้นำ ‘ไม่ต้องเก่งภาษา ขอหัวการค้า เข้าใจปชช.’ จากเวทีเสวนามติชน

