หน้าแรก การเมือง ปริญญา ชี้พท....

ปริญญา ชี้พท.ไม่ทำตามสัญญา อ้างไม่แลนด์สไลด์ ไปจับมือ 2 ลุง ทำรบ.มีปัญหาศรัทธาตั้งแต่เริ่ม

22.08.23 | 00:58 น.

ปริญญา ชี้พท.อ้างเหตุผลมีปัญหา ไม่แลนด์สไลด์ จึงไปจับมือ 2 ลุง ชี้นโยบายหาเสียงไว้ถือเป็นสัญญาประชาคม ไม่ใช่วาทกรรม ทำรบ.นี้มีวิกฤตศรัทธาตั้งแต่เริ่มต้น

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุลคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อเขียนผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว เรื่อง “ไม่แลนด์สไลด์ จึงไม่อาจทำตามที่หาเสียงไว้ เป็นเหตุผลที่รับฟังได้หรือไม่” มีเนื้อหาดังนี้ 

เหตุผลของพรรคเพื่อไทยที่ต้อง จับมือกับพรรครวมไทยสร้างชาติและพรรคพลังประชารัฐ เพื่อจัดตั้งรัฐบาล นั้น คุณแพรทองธาร ชี้แจงว่าเป็นเพราะ “แลนด์สไลด์ไม่สำเร็จ เพื่อให้ประเทศไปต่อจึงต้องปรับเปลี่ยนแผน”

ในฐานะที่เป็นอาจารย์สอนวิชาพรรคการเมืองและการเลือกตั้ง ผมเห็นว่า การให้เหตุผลแบบนี้มีปัญหา ครับ เพราะเท่ากับว่า พรรคการเมืองจะมีหน้าที่ต้องทำตามที่หาเสียงหรือตามที่สัญญากับประชาชนไว้ ต่อเมื่อ “แลนด์สไลด์” หรือได้ ส.ส. เกินครึ่งเท่านั้น ถ้าไม่ “แลนด์สไลด์” ก็ไม่จำเป็นต้องทำ ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วพรรคการเมืองก็แทบจะไม่ต้องทำตามที่หาเสียงไว้กับประชาชนเลย เพราะน้อยครั้งมากที่จะมีพรรคการเมืองได้ ส.ส. เกินครึ่ง ซึ่งในอดีตมีเพียงสองครั้งคือพรรคไทยรักไทยในปี 2548 และพรรคเพื่อไทยในปี 2554 เท่านั้น

การหาเสียงว่า จะทำอะไร หรือ จะไม่ทำอะไร ถ้าได้รับเลือกตั้ง ไม่ใช่แค่วาทะกรรม แต่คือ สัญญาประชาคม ที่ให้ไว้กับประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตยครับ มันคือ กระบวนการสร้างนโยบายสาธารณะ หรือนโยบายประเทศโดยผ่านการเลือกตั้ง ประชาชนชอบนโยบายพรรคไหนเขาก็เลือกพรรคนั้น จากนี้ไปก็จะไม่มีความหมายอะไรเลย เพราะพรรคต่างๆ สามารถปฏิเสธไม่ทำได้หมดด้วยเหตุผลว่า “ไม่แลนด์สไลด์”

Advertisement

พรรคเพื่อไทยจะจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคใดคงไม่ได้เป็นปัญหาอะไร ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่ได้มี “สัญญาประชาคม” ในเรื่องนี้กับประชาชนไว้ แล้วถ้าพรรคของสองลุงหรือพรรคอื่นใดก็แล้วแต่ จะไม่ทำตามที่หาเสียงไว้โดยให้เหตุผลว่า “ไม่แลนด์สไลด์” บ้าง ก็จะพึงต้องถูกวิจารณ์เช่นเดียวกันนี้

เหตุผลว่าไม่แลนด์สไลด์จึงไม่ใช่เหตุผลที่รับฟังได้ แม้จะเป็นเรื่องถูกต้องที่ขอโทษประชาชนแต่ต้องให้เหตุผลอื่น (ซึ่งเหตุผลจริงๆ ก็คือต้องการเสียง ส.ว.) แล้วเมื่อคุณเศรษฐาได้เป็นนายกรัฐมนตรี (คือได้เสียง ส.ว. เห็นชอบมากพอ) ผมเข้าใจว่าก็จะเกิดความคาดหวังจากคุณเศรษฐาเรื่องการขอโทษประชาชน เพราะคุณเศรษฐาก็มีสัญญาประชาคมกับประชาชนในเรื่องนี้ไว้เช่นกัน ถึงตอนนั้นเหตุผลควรรับฟังได้มากกว่านี้ ส่วนผู้คนจะยกโทษให้แค่ไหนอย่างไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่อง สนามอารมณ์ ของประชาชนนะครับ แต่คือ วิกฤตศรัทธา ที่พรรคไม่ทำตามสัญญาประชาคมที่ตกลงไว้กับประชาชน ซึ่งหากประชาชนจะมีอารมณ์บ้างก็เป็นสิทธิของประชาชน แล้วหากว่า พรรคเพื่อไทยไม่แก้ไขเรื่องนี้ หรือ ปล่อยไหลไปมากกว่านี้ ปัญหาจะไม่ได้เกิดแค่ในการเลือกตั้งครั้งหน้านะครับ แต่จะเกิดตั้งแต่ตอนนี้ ทั้งเรื่องคนในพรรคที่เป็นฝ่ายประชาธิปไตยจะทยอยกันลาออก และการเป็นรัฐบาลที่มีปัญหาเรื่องความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนตั้งแต่เริ่มต้นครับ”