สื่อนอกเกาะติด ‘ทักษิณ’ กลับไทย หลังลี้ภัย 15 ปี
สำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนัก อาทิ บีบีซี รอยเตอร์ เอเอฟพี ต่างพากันรายงานข่าวการเดินทางกลับประเทศไทยของนายทักษิณ ชินวัตร ในวันที่ 22 สิงหาคม หลังจากที่ต้องเดินทางไปลี้ภัยอยู่นอกประเทศนานถึง 15 ปี แต่ทักษิณก็ยังคงเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการเมืองไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
บีบีซีระบุว่าทักษิณเป็นบุคคลที่ทำให้เกิดความแตกแยกมากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย เขาเป็นมหาเศรษฐีผู้มีความทะเยอทะยานทางการเมืองและประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในสนามเลือกตั้งย้อนหลังไปกว่า 20 ปี ทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้านรุนแรงของฝ่ายกลุ่มอนุรักษนิยม และทำให้นายกรัฐมนตรีถูกถอดถอนถึง 3 คน และมีการยุบพรรคการเมืองที่ให้การสนับสนุนเขาไปถึง 3 พรรค
บีบีซีรายงานว่า การกลับมาของทักษิณทำให้มีการสันนิษฐานว่าได้มีการทำข้อตกลงกับฝ่ายอนุรักษนิยมเพื่อให้เขาไม่ต้องติดคุก ขณะนี้เขามีโทษจำคุกจากคดีอาญาต่างๆ ราว 10 ปี ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่เจ้าตัวยืนยันว่ามีแรงจูงใจทางการเมือง
หลังเดินทางถึงไทยคาดว่าเขาจะถูกส่งตัวจากสนามบินดอนเมืองตรงไปยังศาลฎีกา และอาจพักค้างคืนในโรงพยาบาลภายในเรือนจำ แต่ไม่มีใครคาดว่าเขาจะถูกควบคุมตัวเป็นเวลานาน
การเดินทางกลับแผ่นดินเกิดของทักษิณมีขึ้นในเวลาเดียวกับที่พรรคเพื่อไทยพยายามที่จะจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ โดยการโหวตของ 2 สภาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ซึ่งพรรคเพื่อไทยยืนยันว่าทั้งสองเรื่องดังกล่าวไม่ได้มีความข้องเกี่ยวกันแต่อย่างใด
บีบีซีระบุว่า จุดยืนในการเจรจาของพรรคเพื่อไทยอ่อนลงหลังจากผลการเลือกตั้งไม่เป็นไปตามคาด และสูญเสียการสนับสนุนให้กับพรรคก้าวไกล ขณะที่สมาชิกวุฒิสภาที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลทหารมีภารกิจซ่อนเร้นในการลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ด้วยการสกัดกั้นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่อาจคุกคามความมั่นคงและสถานะที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ซึ่งฝ่ายอนุรักษนิยมครอบงำการตัดสินใจของไทยมานานหลายทศวรรษ
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่สมาชิกวุฒิสภาจะไม่สนับสนุนความพยายามในการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกลที่รวมกับพรรคเพื่อไทย ทำให้เพื่อไทยต้องเจรจาหาแนวร่วมใหม่เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับการสนับสนุนจากวุฒิสภา จนนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลที่มีการเชิญพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการโค่นล้มรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
การรวมกันของสองขั้วนี้ทำให้เห็นว่าการเมืองไทยได้เปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใด เพราะสำหรับฝ่ายอนุรักษนิยมสุดขั้ว ภัยคุกคามจากพรรคก้าวไกลและคนไทยรุ่นใหม่ที่เรียกร้องให้มีแก้ไขกฎหมาย ม.112 ได้บดบังความขัดแย้งบาดหมางอันยาวนานกับครอบครัวชินวัตร
สำหรับตระกูลชินวัตร พรรคเพื่อไทยที่มีความเป็นอนุรักษนิยมมากกว่า และปัจจัยทางธุรกิจ การได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอีกครั้งและการรับประกันข้อตกลงที่จะพาทักษิณกลับบ้านถือเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าที่จะกังวลต่อชื่อเสียงของพรรค
อย่างไรก็ดี แม้แต่บางคนในพรรคเพื่อไทยเองก็ยังหวาดกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น และเตือนว่าพรรคจะสูญเสียผู้สนับสนุนระดับรากหญ้ามากขึ้นไปอีก และท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาอาจสูญเสียสถานะของพรรคที่ครอบงำการเลือกตั้งในประเทศไทยเป็นเวลา 2 ทศวรรษไปตลอดกาลอีกด้วย

