นักวิเคราะห์คาดโหวตเลือกนายกฯ-การจัดตั้งรัฐบาลเสร็จ หนุนเงินบาทพลิกแข็งค่าขึ้น
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 35.18 บาทต่อดอลลาร์ ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง จากระดับปิดวันก่อนหน้า มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35.00-35.30 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงก่อนรับรู้ผลการโหวตเลือกนายกฯ ไทย และมองกรอบในช่วง 34.80-35.50 บาทต่อดอลลาร์ ระหว่างทยอยรับรู้ผลการโหวตเลือกนายกฯ ไทย
โดยในช่วงคืนก่อนหน้า ค่าเงินบาทผันผวนในกรอบ Sideway (แกว่งตัวในช่วง 35.10-35.31 บาทต่อดอลลาร์) โดยเงินบาทมีจังหวะอ่อนค่าลงบ้าง ในช่วงที่เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นตามการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐ ก่อนที่เงินบาทจะพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นบ้าง หลังเงินดอลลาร์ย่อตัวลง และราคาทองคำสามารถรีบาวด์ขึ้นได้บ้าง
นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดบางส่วนอาจรอจังหวะเงินบาทอ่อนค่าลงในการทยอยปิดสถานะ Short THB (มองเงินบาทอ่อนค่า) และบางส่วนก็ทยอยขายเงินดอลลาร์ เพื่อลดความเสี่ยงก่อนรับรู้ผลการโหวตเลือกนายกฯ และปัจจัยการเมืองไทยในวันที่ 22 สิงหาคมนี้
นายพูนกล่าวว่า สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาทยังคงมุมมองเดิมว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทนั้นเริ่มแผ่วลง ดังจะเห็นได้จากการที่เงินบาทยังไม่สามารถกลับไปอ่อนค่าทดสอบโซน 35.50 บาทต่อดอลลาร์ได้ แม้ว่าเงินดอลลาร์จะมีจังหวะแข็งค่าขึ้นมาบ้าง หรือราคาทองคำก็มีจังหวะย่อตัวลง
ซึ่งปัจจัยที่ช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทนั้น ส่วนหนึ่งอาจมาจากแรงขายเงินดอลลาร์ของบรรดาผู้ส่งออก รวมถึงการลดสถานะ Short THB ของผู้เล่นในตลาด ก่อนที่จะทยอยรับรู้ปัจจัยการเมืองของไทยในวันที่ 22 สิงหาคมนี้
ดังนั้น หากปัจจัยภายนอกยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่วนหนึ่งอาจมาจากการที่ผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้นถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จากงานสัมมนาวิชาการที่เมือง Jackson Hole ทำให้เงินบาทอาจผันผวนไปตามปัจจัยการเมืองของไทยได้
โดยค่าเงินบาทอาจยังไม่สามารถกลับมาแข็งค่าได้ชัดเจน จนกว่าการโหวตเลือกนายกฯ และการจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้นลง และหากสถานการณ์การเมืองไทยมีความวุ่นวายมากขึ้น ก็อาจกดดันให้ เงินบาทผันผวนอ่อนค่าลงได้ ตามแรงขายสินทรัพย์ไทยของนักลงทุนต่างชาติ ทำให้ยังคงประเมินแนวต้านเงินบาทในโซน 35.50-35.75 บาทต่อดอลลาร์
และในกรณีที่ การโหวตเลือกนายกฯ และการจัดตั้งรัฐบาลผสมเสร็จสิ้นลง เงินบาทก็อาจพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น จบรอบการอ่อนค่าที่ผ่านมา โดยเราประเมินแนวรับเงินบาทในระยะนี้ แถวโซน 35.00 บาทต่อดอลลาร์ และโซน 34.80 บาทต่อดอลลาร์ เป็นแนวรับสำคัญถัดไป
และนอกเหนือจากปัจจัยการเมืองไทย ในช่วงระหว่างวัน เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าได้บ้าง จากโฟลว์ซื้อเงินเยนญี่ปุ่น หลังเงินเยนญี่ปุ่นพลิกกลับมาอ่อนค่าลงทะลุระดับ 146 เยนต่อดอลลาร์อีกครั้ง ทำให้เมื่อเทียบกับเงินบาท ค่าเงินเยนญี่ปุ่นก็อยู่ในระดับที่ถูกพอสมควร (ต่ำกว่าระดับ 24 บาทต่อ 100 เยน)
“ในช่วงนี้ทุกสินทรัพย์ยังอยู่ในช่วงเผชิญความผันผวนสูง จากทั้งความไม่แน่นอนของทิศทางนโยบายการเงิน ความกังวลแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ทำให้เราคงคำแนะนำว่า ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน” นายพูนกล่าว
นายพูนกล่าวว่า ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ Sideway โดยเงินดอลลาร์มีจังหวะอ่อนค่าลงบ้าง ก่อนที่จะรีบาวด์แข็งค่าขึ้นต่อตาม ตามจังหวะการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ระยะยาวสหรัฐ แต่ทว่า การปรับตัวขึ้นของเงินดอลลาร์ยังเป็นไปอย่างจำกัด จากแรงขายทำกำไรของผู้เล่นในตลาด ทำให้โดยรวมดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังคงแกว่งตัวใกล้ระดับ 103.4 จุด (กรอบ 103.1-103.5 จุด)
สำหรับวันนี้ เนื่องจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญอาจมีไม่มากนัก ทำให้ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินทิศทางนโยบายการเงินของเฟด ผ่านถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด
“ไฮไลต์สำคัญอาจอยู่ในฝั่งไทย ควรจับตาสถานการณ์การเมืองอย่างใกล้ชิด หลังรัฐสภาเตรียมโหวตเลือกนายกฯ อีกครั้งในวันนี้ โดยหากการโหวตเลือกนายกฯ และการจัดตั้งรัฐบาลผสมเสร็จสิ้นลงอย่างราบรื่น ก็อาจหนุนให้ผู้เล่นในตลาดอาจเริ่มกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้นได้ โดยเฉพาะในส่วนของนักลงทุนต่างชาติ” นายพูนกล่าว

