ชาวบางกลอย แถลง ‘สู้ต่อเพื่อกลับบ้าน’ จี้ รบ.ใหม่ กล้าหาญขอโทษกลุ่มชาติพันธุ์ เคยย่ำยี-ป่าเถื่อน

ชาวบางกลอย แถลง ‘สู้ต่อเพื่อกลับบ้าน’ จี้ รบ.ใหม่ กล้าหาญขอโทษกลุ่มชาติพันธุ์ เคยย่ำยี-ป่าเถื่อน

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 4 ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร มีการเวทีเสวนา “3 ปี บางกลอยคืนถิ่น ถึงไหน ทำไมยังไม่ได้กลับบ้าน”

โดยมี นายพงษ์ศักดิ์ ต้นน้ำเพชร กลุ่มบางกลอยคืนถิ่น, นายพชร คำชำนาญ ภาคีSaveบางกลอย, ส.รัตนมณี พลกล้า ทนายความและผู้ประสานงานมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน, อภินันท์ ธรรมเสนา ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารสังคมและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, ปรีดา คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ร่วมเสวนา

บรรยากาศเวลา 15.30 น. ตัวแทนกลุ่มบางกลอยคืนถิ่น เปิดใจถึงการที่ไม่สามารถกลับบ้านบางกลอย ใจแผ่นดิน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี โดยเนื้อหาความว่า ตนอาศัยอยู่ในที่คนอื่น เจ้าของที่กำลังให้เขาออกจากตรงนั้น ให้ย้ายไปปลูกที่อื่น ก็คิดมาก ไม่รู้ว่าจะย้ายไปอยู่ที่ไหน

Advertisement

“เจ้าของที่เขามาพูดกับพี่เขาว่า มาอยู่แบบนี้ พอมาอยู่นานๆ เหมือนกับจะแย่งที่เจ้าของที่ เขาคิดมาก” ตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ กล่าว

จากนั้น นายพงษ์ศักดิ์ ต้นน้ำเพชร เป็นตัวแทนประกาศเจตนารมณ์ บางกลอยคืนถิ่น เรื่อง “3 ปี บางกลอยคืนถิ่น ยืนหยัดกลับสู่ผืนดินบรรพบุรุษ” โดยมีเนื้อหาความว่า

เข้าสู่ปีที่ 3 ที่พวกเรากะเหรี่ยงบางกลอย ประสงค์จะกลับไปทำกินในรูปแบบไร่หมุนเวียนที่บ้านบางกลอยบน ใจแผ่นดิน และออกมาต่อสู้เรียกร้องสิทธิของพวกเรา ร่วมกับภาคี saveบางกลอย และเครือข่ายภาคประชาชนต่างๆ ที่ให้การสนับสนุน จนมีความคืบหน้าในแนวทางการแก้ไขและจุดประกายข้อถกเถียงปัญหา คนอยู่กับป่า และระบบการเกษตรแบบไร่หมุนเวียนให้เกิดขึ้นอีกครั้งในสังคมไทย ในอีกด้านหนึ่งเราเห็นการดิ้นรนของกลุ่มอำนาจที่พยายามกดทับความหวังของพวกเราชาวบางกลอย ให้จบสิ้น บ่อนทำลายความชอบธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์และชนพื้นเมืองในประเทศไทย ด้วยการขัดขวางเส้นทางกลับสู่ผืนดินบรรพบุรุษของพวกเราทุกวิถีทาง ด้วยข้อกล่าวอ้างว่าประเทศไทยไม่มีชนเผ่าพื้นเมือง มรดกบาปที่กดขี่กลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ถูกส่งต่อจากรัฐบาลหนึ่ง สู่อีกรัฐบาลหนึ่ง ในผืนป่าแก่งกระจานนั้น เป็นเสมือนกรงขัง ภายใต้กรอบกฎหมายด้านการจัดสรรทรัพยากร อันสะท้อนภาพสังคมเผด็จการ ในวันที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ประกาศทับ สู่การขับไล่พวกเราออกจากถิ่นฐานดั้งเดิม ซ้ำเติมด้วยการบังคับสูญหาย ซ้ำยังทำลายวิถีเผ่าพันธุ์ของเรา ให้ยิ่งสิ้นสูญ

Advertisement

กลิ่นของความตายและดวงวิญญาณที่สิ้นสลาย ของ บิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ, ปู่คออี้ และกิฟต์ ต้นน้ำเพชร ยังคงย้ำเตือนพวกเราว่า เราถูกกระทำอย่างไร้ความปราณีเพียงใด ภายใต้อาณานิคมของอุทยานแห่งชาติ

จนถึงวันนี้เป็นที่ประจักษ์ว่า การต่อสู้ของพวกเราชาวกะเหรี่ยงบางกลอย หาใช่ประเด็นเฉพาะเจาะจงเพียงหมู่บ้านใดหมู่บ้านหนึ่ง แต่คือภาพสะท้อนผลพวงจากรัฐเผด็จการ ที่กระทำต่อพี่น้องชนเผ่าพื้นเมือง และคนอยู่กับป่าในทุกพื้นที่

และเพื่อชำระล้างทุกประวัติศาสตร์บาดแผลที่เกิดขึ้นกับพวกเราชาวบางกลอยและชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย พวกเราบางกลอยคืนถิ่น จึงมีข้อเรียกร้องถึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องดังนี้

1.กรณีชาวบ้านบางกลอย รัฐบาลใหม่จะต้องเร่งดำเนินการให้ชาวบางกลอยได้สามารถกลับไปทำไร่หมุนเวียน ที่บางกลอยใจแผ่นดินได้โดยเร็วที่สุด ตามมติของคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และแก้ไขปัญหาชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอย รวมถึงกระบวนการยุติธรรมที่ต้องให้ความยุติธรรมแก่ชาวบ้านที่ถูกดำเนินคดีทั้งหมด ให้ยุติคดีที่ไม่เป็นธรรมดังกล่าว

2.รัฐบาลใหม่ต้องกล้าหาญที่จะแถลงขอโทษพวกเรากลุ่มชนเผ่าพื้นเมืองที่เคยถูกรัฐไทยกระทำย่ำยีอย่างป่าเถื่อนต่อสาธารณชน และจะต้องลงโทษผู้กระทำผิดต่อพวกเรากลุ่มชาติพันธุ์ โดยเฉพาะกรณีอุ้มหายบิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ และกล้าหาญที่จะแถลงต่อองค์การสหประชาชาติว่า ประเทศไทยมีชนเผ่าพื้นเมือง เพื่อชำระประวัติศาสตร์ขั้นแรก เปิดทางศูนย์การแก้ไขปัญหาด้านอื่น

3.แก้ไขกฎหมายที่ล้าสมัยและไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ 2562 ให้สอดรับกับแรวคิดสิทธิชุมชนและสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง รวมถึงต้องร่วมกันผลักดันกฎหมายอื่นๆ ว่าด้วยกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิ ส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ของชนเผ่าพื้นเมือง, กฎหมายว่าด้วยการนิรโทษกรรมคดีป่าไม้ที่ดินคนจน และกฎหมายป้องกันการซ้อมทรมานและการอุ้มหาย ต้องบรรจุแนวทางแก้และผลักดัน กฎหมายทั้งหมดให้เป็นวาระเร่งด่วน หลังการจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จ และเร่งใช้กลไกสภาผลักดันให้มีการบังคับใช้โดยเร็วที่สุด

เรายืนยันว่าเราจะสู้ต่อไป เพื่อเดินหน้าสู่การกลับถิ่นฐานดั้งเดิมที่บรรพบุรุษเราได้ก่อสร้างไว้ ให้เป็นที่อยู่อาศัยที่ทำกินและพื้นที่จิตวิญญาณของพวกเราชาวปกากะญอ ในผืนป่าแก่งกระจานและจะต่อสู้เพื่อคืนความเป็นธรรม ต่อทุกความสูญเสียที่เกิดขึ้นในผืนป่าแก่งกระจาน และทวงคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต่อชนพื้นเมืองทั่วประเทศไทยเช่นกัน

3 ปีบางกลอยคืนถิ่น
ทวงคืนแผ่นดินบรรพบุรุษ

22 สิงหาคม 2566 ณ ศูนย์มนุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image