‘นันทนา’ ฉะ รธน.60 วิปริต ให้ส.ว.โหวตเลือกนายกฯ เปรียบเนื้อร้ายมะเร็งสังคม ร่ายบทกวีกลางเวทีรัฐลวงลึก

23.08.23 | 17:30 น.

‘นันทนา’ ฉะ รธน.60 ฉบับวิปริต ให้สว.โหวตเลือกนายกฯ เปรียบเป็นเนื้อร้ายเหมือนมะเร็งสังคม พร้อม ร่ายบทกวีกลางเวทีรัฐลวงลึก แด่ผู้ศรัทธาประชาธิปไตย

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 23 สิงหาคม ที่โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ กรุงเทพฯ มติชน เปิดเวที Talks for Thailand รัฐ ลวง ลึก โดย ช่วงที่ 2 เวที-วาที รศ.ดร.นันทนา นันทวโรภาส คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก กล่าวถึงปัญหาเชิงลึกของการเมืองและสังคมไทยในหัวข้อ ‘ลับ ลวง ล่อ การเมืองไทย’ ว่า วันนี้ประเทศเราได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ มีพระเอกชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน ดูๆไปแล้วเหมือนละครหลังข่าว ตั้งชื่อ “รัฐบาลกายแก้ว” ดีหรือไม่ ตอนแรกไม่คิดว่าจะเป็นพระเอกคนนี้ นึกว่าจะได้พระเอกยืนยังเซ ปรากฎว่ายังไม่เซ ซึ่งกว่าจะได้รัฐบาลชุดนี้ หลายคนไปว่าเขาว่าที่เขาไปจับมือกับลุงๆ เป็นการตระบัดสัตย์ ไม่นะ ต้องบอกว่าสัญญาคือความจำเป็นในอดีต แต่ผิดสัญญา คือความจำเป็นในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นไม่เชิงว่าตระบัดสัตย์ และจริงแล้วเขาก็ปิดสวิตซ์ 3 ป.ให้แล้ว ปิดไปเรียบร้อย โดย ป.แรก คือ ประชาชน ป.ที่สอง ประชาธิปไตย และ ป.ที่สาม ประเทศชาติ

“ส่วนวาทะ ไล่หนูตีงูเห่า จริงๆก่อนเลือกตั้ง เขาก็พูดแบบนั้น แต่พอหลังเลือกตั้ง เวลาเปลี่ยนมันก็เปลี่ยนไป ตอนนี้ก็กลายเป็นรักหนู เลี้ยงงู ดูแลไดโนเสาร์เรียบร้อยแล้ว ส่วนที่บอกว่าไม่ร่วม 2 ลุง ไม่ข้ามขั้ว ขั้วข้ามมาเอง อันนี้ก็น่าสนใจ ไม่ได้ข้ามไป เขาข้ามา หนูเปล่านะ เขามาเอง รัฐบาลสลายขั้ว ไปๆ มาๆ คนรู้สึกว่า รัฐบาลสลายศรัทธาหรือไม่” รศ.ดร.นันทนา กล่าว

รศ.ดร.นันทนา กล่าวอีกว่า สุดท้ายเราจะได้เห็นว่า พรรคเพื่อไทย (พท.) หาทางออกให้ประเทศชาติไม่ได้ แต่หาทางเข้าประเทศให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้ เราจะเห็นได้ว่าประเทศเราขณะนี้มีปัญหาเรื่องที่ “ลับ ลวง ล่อ” กันเหลือเกิน แล้วเรามาถึงตรงจุดนี้ได้ เป็นเพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือไม่ รัฐธรรมนูญฉบับที่วิปริต ผิดปกติ มันกำหนดอะไรที่ทำให้หลายคนงง พอเราพูดถึงรัฐธรรมนูญฉบับนี้ หลายคนออกมาปกป้องว่า รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง ผ่านการลงประชามติมาเรียบร้อยแล้ว คำถามพ่วงจำกันได้หรือไม่ ว่าถามว่าอะไร จะอ่านให้ฟัง คำถามคือ “ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ สมควรกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลว่า ในระหว่าง 5 ปีแรก นับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา เป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี”

Advertisement

รศ.ดร.นันทนา กล่าวต่อว่า อ่านเสร็จกาไปไม่รู้ว่าแปลว่าอะไร หลายคนไม่รู้ว่าที่ประชุมรัฐสภา คือ ที่ประชุมร่วมของส.ส.และส.ว. และวันนี้ก็มาถึงจุดที่ให้ส.ว.มาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีด้วย โดยส.ว.ไม่ได้มาจากการเลือกของประชาชน แต่มาจากการเลือกของคสช. แต่มาเวทน้ำหนัก 500 ส.ส.ที่มาจากประชาชน 70 ล้านคน มันยังไงกัน อันนี้มันเป็นสิ่งที่วิปริต ผิดปกติ ถ้าเผื่อว่าเราไม่จัดการมัน หรือแก้ไข ประเทศก็จะไม่ไปถึงไหน ทั้งนี้ ส.ว.ดิฉันเปรียบเหมือน ‘เนื้องอกของร่างกาย’ ร่างกายก็คือประเทศ ตัวเนื้องอกมันอยู่ ถ้ามันทำตามมติของประชาชน เนื้องอกอันนี้เมื่อถึงเวลาเราตัดมันออกได้ แต่ว่าเนื้องอกที่ไม่ได้ทำตามกลไกของประชาชน สุดท้ายมันกลายไปเป็นเนื้อร้ายหรือกลายเป็น ‘มะเร็งของสังคม’ เพราะฉะนั้นจะจัดการมันอย่างไร ก็ไม่เป็นไร อีก 9 เดือนจะไป แต่ก็ได้สำแดงเดชค่อนข้างเยอะ

รศ.ดร.นันทนา กล่าวอีกว่า สิ่งที่เราได้เจอกันอยู่วันนี้ เรื่องของภาวะการณ์ที่พรรคการเมืองพยายามที่จะข้ามขั้วและอธิบายหลายอย่างๆ ในทางการสื่อสารทางการเมือง จะต้องบอกเลยว่า สัญญา คำมั่นสัญญา ศรัทธาของประชาชน เกิดขึ้นเมื่อนักการเมืองพยายามที่จะสื่อสารกับเขา และบอกว่าจะให้อะไร และทำอะไร สัญญากับเขา เสร็จแล้ว สิ่งที่นักการเมืองไปให้เขา ไม่มีอะไรนอกจากคำมั่นสัญญา นอกจากสิ่งที่บอกว่าจะทำให้

แต่เมื่อเลือกตั้งแล้ว ไม่ทำตามสัญญาแล้วบอกว่า เป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลง ทำให้ประชาชน รู้สึกว่า สิ่งที่เขาไว้ใจมันหมดไป จะเรียกว่าเป็นการล้มละลายทางศรัทธา ล้มละลายทางความเชื่อมั่นก็ว่าได้ เพราะนักการเมืองไม่ได้มีสิ่งใดไปให้ประชาชนนอกจากความเชื่อมั่น ความเชื่อถือ ยกเว้นเรื่องซื้อเสียง มันไม่เกี่ยวเพราะนักการเมืองที่ดีไม่ได้ซื้อเสียง แต่ไปสัญญากับประชาชน

“หากไปสัญญาแล้วบอกว่าทำไม่ได้ตอนหลัง แล้วบอกว่าสิ่งนั้นเป็นกลยุทธ์การหาเสียง ประชาชนคงรับไม่ได้ ยกตัวอย่าง สมมติ พรรคเพื่อไทย บอกว่า เลือกเราให้แลนด์สไลด์ ถ้าเผื่อว่าเราไม่แลนด์สไลด์ เราจำเป็นต้องจับมือกับ 2 ลุง อันนี้รับได้ บอกไว้ก่อน แล้วดูว่าคะแนนจะได้มา 10 ล้านหรือไม่ บอกไปเลยไม่ผิด ส่วนที่พรรคพลังประชารัฐ บอกว่าก้าวข้ามความขัดแย้ง คือตั้งแต่ต้น คือจะร่วมกับทุกขั้วอยู่แล้ว แต่พรรคเพื่อไทย บอกว่าจะไม่ร่วมกับ 2 ลุง แล้ววันนี้มาบอกว่าเป็นความจำเป็น มันเป็นวิกฤตของประเทศ คือต้องเข้าใจว่าสิ่งที่สัญญา มันคือคะแนนที่ได้มา แต่ถ้าไม่ทำตามสัญญา อันนั้นคือสิ่งที่ประชาชนจะจดจำ แล้วหายนะที่จะมาเยือน ดิฉันตั้งความหวังไว้ว่าเพราะเพื่อไทย ประกาศว่าสิ่งที่จะทำวันแรก คือ การตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เราก็รอดูกันต่อไปว่าความจำเป็นจะสิ้นสุดลงเมื่อใด”

อย่างไรก็ตาม ช่วงสุดท้ายรศ.ดร.นันทนา ขอฝากกับทุกท่านที่มีความศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย เป็นการจบการทอล์กโชว์ ด้วยบทกวีว่า “ไม่มีอำนาจใดในโลกหล้า ผู้ปกครองต่างมาแล้วสาบสูญ ไม่มีใครล้ำเลิศน่าเทิดทูน ประชาชนสมบูรณ์ทุกคนไป”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บทกวีดังกล่าวเป็นของวิสา คัญทัพ