‘สุขุม’ ชี้ 22 ส.ค.เศรษฐา มีความสุขที่สุด แต่นับจากนี้หน้าเขียว ถูกสารพัดแรงบีบ อัดนักการเมืองเสือ สิงห์ กระทิง แรด ลิงอยู่ได้ด้วยกล้วย
เมื่อเวลา 14.40 น. วันที่ 23 สิงหาคม ที่โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ หนังสือพิมพ์มติชน เปิดเวที ‘Talks for Thailand รัฐ ลวง ลึก’ โดยเลือกสรรวิทยากรชั้นนำระดับแถวหน้าของแต่ละปัญหามาสะท้อนภาพให้มองเห็นแบบเจาะลึก ทั้งปัญหาการเมือง ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาอำนาจไม่ยอมกระจาย ปัญหาลับ ลวง ล่อ ปัญหาความมั่นคงหลงทิศ และปัญหาความยุติธรรม วิทยากรจะร่วมฉายภาพสิ่งที่เกิดขึ้นและบั่นทอนความอดทนของคนไทย เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักและเร่งสกัดมิให้บานปลายไปมากกว่านี้
รศ.สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวในหัวข้อ ลับ ลวง ล่อ การเมืองไทย ว่า ในอดีตทีวีไม่มีรายการการเมือง รายการของทีวีไม่ค่อยมีรายการสด ต้องมีคณะกรรมการบริหารวิทยุกระจายเสียงและวิยุโทรทัศน์(กบว.)ควบคุม เป็นความอัดอั้นตันใจของคนหลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางการเมือง เพราะสมัยนั้นนายกรัฐมนตรีคือ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกฯ ท่านไม่ค่อยพูดก็เลยไม่อยากให้คนอื่นพูด เพราะฉะนั้นจะมีรายการสดก็มีรายการสนทนาปัญหาประชาธิปไตยอันเดียว ในหลายรายการคนพูดพะงาบๆ ไม่ใช่เพราะว่าใกล้ตาย แต่เป็นเพราะว่าเขาตัดเสียงที่เขาเห็นเราเป็นมลพิษแก่รัฐบาล ซึ่งทำให้เกิดรายการเวทีวาทีขึ้น เป็นรายการที่เอาเรื่องจริงมาพูดให้เป็นเล่น เอาเรื่องไม่จริงให้ดูจริงจัง คือคนพิจารณารายการจะได้เวียนหัว และปล่อยออกมากว่าจะรู้ก็สายเสียแล้ว ซึ่งออกไปแล้ว

“ถ้าเป็นรายการเวทีวาทีแบบปี 2526 มาพูดในปี 2566 รายการวันนี้สำคัญมาก สำคัญขนาดที่ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯจะกลับมาดูรายการนี้ ตั้งใจเต็มที่เลย พอดีเมื่อคืนป่วย ไม่อย่างนั้นมาแล้ว เห็นหรือไม่ว่ารายการสำคัญขนาดไหน
บางคนชอบพูดว่าการเมืองไทยไม่ก้าวหน้า ก็พวกคุณมองไกลเกินไปเอาเมืองไทยไปเทียบกับประเทศสหรัฐอเมริกาบ้าง เอาเมืองไทยไปเทียบกับประเทศสหราชอาณาจักรบ้าง ทีกับประเทศพม่าไม่เทียบ กับกัมพูชานี่ไม่เอาเลย เราก้าวไปกว่าเขาเยอะนะ เขาเห็นเหตุการณ์ในบ้านเมืองเราเขาคาดไม่ถึงว่าเมืองไทยไปถึงขนาดโน่นเชียวหรือ” รศ.สุขุมกล่าว
ในตอนหนึ่ง รศ.สุขุม กล่าวว่า นายกฯคนที่ 30 เมื่อวานนี้ตนไม่เคยเห็นนายเศรษฐา ทวีสิน ว่าที่นายกฯคนที่ 30 อยู่ในภาวะความสุขมากขนาดนี้ ท่านต้องเก็บไว้ เพราะวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่ท่านมีความสุข ดังนั้นต้องเก็บภาพนี้ไว้หลังจากนั้นหน้าจะเขียว เพราะถูกบีบตลอด มีอย่างที่ไหนไปตั้งพรรคการเมืองกับคนที่คิดไม่เหมือนกัน นายกฯเมืองไทยเหมือนถูกสาปเห็นดีๆอยู่ขึ้นเป็นนายกฯเสียผู้เสียคนทั้งนั้น อาทิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช โดยตนจะพูดถึงนายกฯที่มาจากการเลือกตั้งเป็นหลัก ซึ่งท่านอยู่ตั้งแต่หัวหน้าขบวนการเสรีไทย กลายเป็นฤาษีเลี้ยงลิง ทำไมเพิ่งมาเป็นนายกฯประเทศไทย เสาหลักประชาธิปไตย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ต่อมาเขาเรียกกันว่า “เฒ่าสารพัดพิษ”
ตนรู้สึกว่าคนที่เป็นนายกฯแล้วมีความสุขที่สุดน่าจะเป็น พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ที่พูดอยู่คำเดียวคือ ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหา คนชอบพูดกันว่านักการเมืองไม่มีอุดมการณ์ ถามจริงๆมีไปทำไมอุดมการณ์ กินได้หรือไม่ กินไม่ได้ แล้วอย่าไปโทษแต่นักการเมือง มีทุกวงการ หรือแม้แต่นักพูด สุภาพสตรีที่นั่งข้างๆตน(รศ.ดร.นันทนา นันทวโรภาส) ที่ขึ้นเวีทีมาตั้งแต่ปี 2526 ตั้งแต่เป็นนักการเมือง “หนูนาแห่งวงการพูด” ตอนเจอใหม่ๆอุดมคติตั้งแหมะ โดยอุดมการณ์ที่ชอบพูดคือ มีลูกกวนตัว มีผัวกวนใจ ถ้าเป็นสาวเป็นนางงามจะหนักกบาลใคร แล้วเป็นอย่างไร เก็บอุดมการณ์เข้าเรือนหอ ก็ยังดีที่มีบุคคลคุณภาพตั้ง 2 คนที่อยู่ตรงนี้ เพราะฉะนั้นเวลาที่นักการเมืองเปลี่ยน ก็จะบอกว่าสถานการณ์เปลี่ยนบ้าง ข้อมูลใหม่บ้าง เสียสัตย์เพื่อชาติบ้าง ล่าสุดคือ เทคนิคหาเสียง แต่ปัญหาใหญ่ปัญหาหนึ่งที่ตนเป็นห่วงนายเศรษฐาคือ ปัญหาการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งตนไม่ได้เป็นกับเขาหรอก แต่ตนเคยถามนักการเมืองส่วนใหญ่ล้วนแล้วอยากเป็น ส.ส. อยากเป็นรัฐมนตรี

“ผมถามเขาว่าอยากเป็นรัฐมนตรีทำไมถึงอยากเป็นขนาดนั้น เขาบอกว่าพวกส.ส.อยากเป็นรัฐมนตรี คนไม่เป็นส.ส.ยังอยากเป็นรัฐมนตรีเลย แล้วทำไมคนที่เป็นส.ส.ถึงไม่อยากเป็นรัฐมนตรี แล้วบอกว่าอาจารย์ก็ไม่เคยเป็นรัฐมนตรี ไม่รู้หรอกว่ามีความสุขขนาดไหน ขับรถมีมอเตอร์ไซต์นำตลอดทาง ซึ่งแค่นี้บางคนก็มีความสุขแล้ว ทำไมไม่เช่าป่อเต็กตึ๊งไปเลยล่ะ เสียงมันดังสนั่นแน่นอน แค่มอเตอร์ไชค์มันไม่ดัง”รศ.สุขุม กล่าว
รศ.สุขุม กล่าวว่า สมัยที่ท่านเป็นนายกฯ ปัญหาใหญ่ของท่านอย่างหนึ่งคือ คนอยากเป็นรัฐมนตรีแล้วขอพบ วันๆมาขอพบเยอะบางคนพิมพ์มาให้เสร็จ มีพระบรมราชโองการแล้วท่านเขียนเปิดเผยว่าใครจะมาผมก็เซ็นให้ แต่ผมสั่งหน้าห้อง ว่าอย่าส่งต่อเชียวนะ เซ็นกันแล้วถือมากับมือแท้ๆไปส่งให้สำนักเลขาแล้วแต่ไปถึงบ้านพรรคพวกฉลอง รอฟัง 2 ทุ่มคืนแรกไม่ทัน ต้องเลี้ยงเพิ่มอีกคืน ต้องรอพระบรมราชโองการ สัก 3 คืน ถึงแน่ใจว่า เฒ่าสารพัดพิษหลอกอีกแล้ว เพราะฉะนั้นในบ้านเราต้องยอมรับว่าการเป็นนักการเมือง ตนไม่อาจพูดได้ เพราะไม่เคยเป็น ไม่ใช่ว่ารังเกียจนักการเมือง ที่ไม่อยากเป็นเพราะไม่กล้าเป็น และไม่เชื่อว่าตัวเองมีความสามารถที่จะเป็น เป็นสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)ก็ดี เงินเดือนเป็นแสน แถมมีลูกจ้างได้อีกหลายคน ในที่นี้ใครอยากเป็นเนื้องอกบ้าง คนยกมือเยอะ แต่คนไม่ยกมือแต่ไปแอบเจรจาเองก็มี
พอพูดถึงคำว่า รัฐบาล ที่บอกว่าให้เป็นฝ่ายค้านและเสียสละเป็นรัฐบาลเอง เขาอาจจะพูดอย่างนั้นจริงก็ได้ สังเกตว่ารัฐบาลส่วนใหญ่จะถูกด่า บางคนมองกระจกยังด่าตัวเองเลยเป็นไปได้อย่างไร วันๆไม่ทำอะไร นี่คือสิ่งที่เขาบอกว่าเสียสละ คำว่า ยืนยังเซ ตนว่าท่านคนนี้เมื่อไหร่จะเป็นนายกฯเสียที ทำให้นึกถึงท่านชาติชาย ชุณหะวัน อดีตนายกฯ ที่ท่านพูดให้เรามีความสุขตลอด มีพูดผิดไปทีเดียว เพราะแต่ก่อนท่านพูดว่า เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า ซึ่งมาพลาดท่าตอนน้ำท่วมภาคใต้ ท่านบอกว่าน้ำท่วมดีกว่าฝนแล้ง คนใต้บอก “มึงมา มึงมาเลย กูไม่เชื่อมึงแล้ว” หากยืนยังเซมาเป็นนายกฯ ลองถามท่านอะไรก็แล้วแต่ก็ตอบ “ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่รู้” แสดงว่าท่านก็ยอมรับว่าท่านโง่กว่าเรา ตนเบื่อนายกฯคนที่ชอบพูดว่า เข้าใจไหม เข้าใจไหม นานๆก็ไปแล้ว อโหสิเถอะ
รศ.สุขุม กล่าวว่า เรียนถามผู้มีเกียรติทั้งหลาย ในบรรดานายกฯท่านว่าใครก้าวร้าวที่สุด หลายคนตอบเลยว่า นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกฯ จริงหรือไม่ เพราะจำภาพท่านที่นักข่าวรุมถาม แล้วตอบนักข่าวให้หุบปาก ทำให้นักข่าวตกใจ ท่านน่ะสิหุบปาก นักข่าวกลั้นใจเถียง นายสมัครสวนกลับทันที แล้วถามหาหอกอะไร ดังนั้นตนไปบรรยายที่ไหนหากถามว่านายกฯคนไหนก้าวร้าวที่สุด หลายคนตอบว่าเป็นนายสมัคร จนตอนมีนายกฯคนที่ 29 ของประเทศไทย หลายคนก็จะตอบว่า “บิ๊กตู่ บิ๊กตู่” แต่ตนเห็นว่าท่านทั้งสองมีความคล้ายกันคือ เป็นคนมีความสามรถพิเศษที่พูดคนเดียวก็ยัวะได้ ไม่มีใครพูดสักคำท่านพูดอยู่ก็ยัวะขึ้นมา ซึ่งจะหาที่ไหนได้
แต่ความจริงแล้วนายกฯที่ก้าวร้าวที่สุดคือนายชวน หลีกภัย ตอนท่านเป็นนายกฯรอบแรกโดนมรสุมเรื่องที่ดินส.ป.ก.4-01 ใครๆก็รุมถามท่านเรื่องนี้ที่ตึกนารีสโมสรเป็นงานสัมนาสตรี ซึ่งท่านเป็นคนเปิดงาน นักข่าวผู้หญิงรุมถามท่านเรื่องที่ดินส.ป.ก.4-01 ท่านตอบเรียบๆว่า เรื่องนี้ถ้าหนูสงสัย ก็กลับไปถามคุณพ่อคุณแม่หนูดู ทำให้นักข่าวหันมามองหน้ากันเอง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ ท่านด่าพรรคประชาธิปัตย์ ว่า”พรรคปชป.จำไม่ได้หรือว่าได้เป็นรัฐบาลเพราะผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าที่ได้เป็นนายกฯมาไม่ใช่ใคร วันนี้มาด่าว่าผม” โทษนะครับคุณชวน คุณสุเทพเขาว่าพรรคเขา คุณชวนตอบว่า “คุณสุเทพคงลืมคิดว่าสุเทพ กำเนิดจากพรรคปชป.ย่อมต้องถือพรรคปชป.เหมือนพ่อเหมือนแม่ การพูดเช่นนี้เหมือนการด่าพ่อแม่ตัวเอง” ท่านอาจจะพูดเรียบๆแต่มันสะเทือนถึงนายกฯคนต่อๆไป
แล้วคนเป็นนักการเมืองต้องหยิ่งในตัว ยกย่องกันตลอดมาว่านักการเมืองเปรียบเหมือนเสือ สิงห์ กระทิง แรด วันนี้เปลี่ยนไปหันมาเป็นลิงที่เลี้ยงได้ด้วยกล้วย ส่วนรัฐมนตรีทั้งหลาย ตนอยากจะฝากว่า หลายคนคิดว่าการเป็นรัฐมนตรีนั้นเป็นเกีรยรติยศแก่วงศ์ตระกูล ซึ่งมีส่วนจริงอยู่เพราะหลายคนอยากเปลี่ยนชื่อจังหวัดเป็นชื่อท่านไปเลยแบบนี้ก็มี หลายท่านก็โดนญาติมิตรด่า เพราะการเป็นรัฐมนตรีทำให้พี่น้องเดือดร้อน ถูกคนแช่งทั่วประเทศ ตนเห็นคนเป็นนักการเมืองแล้วเหนื่อยแรง ตี 1 คนโทรมาถึงบ้าน เสียงผู้หญิงบอกว่า หนูจะฆ่าตัวตาย ตนตอบว่ารอตอนเช้าได้หรือไม่ ซึ่งที่กล่าวมาเป็นเรื่องจริง แต่มีคำกล่าวที่ว่าคนเป็นนักการเมืองตัวไม่อยู่บ้าน ภรรยาต้องรับแขก เพราะฉะนั้นการเป็นนักการเมืองเวลาใครมาที่บ้านเขามองว่าเป็นหัวคะแนนทั้งนั้นที่มองด้วยความนักการเมือง นักการเมืองดีๆตนว่ามีเยอะ เพียงแต่คนดังๆมักจะไม่ค่อยดีกันหมด

