‘สุรชาติ’ ไม่ชัวร์รัฐประหาร-แต่มั่นใจกองทัพไม่ใช่เทศบาล ท้า ‘เชื่อผม’ ให้หมอดูเบรกคนทำ

23.08.23 | 18:48 น.

‘สุรชาติ’ ไม่ชัวร์รัฐประหาร-แต่มั่นใจกองทัพไม่ใช่เทศบาล ท้า ‘เชื่อผม’ ให้หมอดูเบรกคนทำ

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ที่ห้องอินฟินิตี้ 1-2 โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ กรุงเทพมหานคร หนังสือพิมพ์มติชนจัดเวที “Talks for Thailand “รัฐ ลวง ลึก”

บรรยากาศเวลา 15.30 น. เข้าสู่ช่วงที่ 3 โดยมีการสัมภาษณ์พิเศษ 2 อาจารย์ระดับปูชนียบุคคล ได้แก่ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข จากรัฐศาสตร์ จุฬาฯ สะท้อนภาพ “ความมั่นคงหลงทิศ” ต่อด้วย ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ อดีตคณบดีนิติศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมชำแหละสถานการณ์ “ยุติ-ธรรม” ในเมืองไทย ดำเนินรายการโดย นายเอกภัทร์ เชิดธรรมธร พิธีกรรายการ เอ๊กซ์ อ๊อก มติชนทีวี

บรรยากาศเวลา 15.50 น. มีผู้สอบถาม ศ.ดร.สุรชาติ ว่าในระยะข้างหน้า 20 ปี คิดว่าประเทศไทย จะมีการทำรัฐประหารอีกหรือไม่ ?

Advertisement

ศ.ดร.สุรชาติกล่าวว่า ดูจาก 6 ยุคที่ตนลองแบ่งฮวงจุ้ยสังคมไทย จะเห็นว่าการรัฐประหารคือแกนกลางของแต่ละยุค ยกเว้นช่วงเดียวคือ ปี 2534-2544

“ผมถูกลูกศิษย์แซว เวลาพูดเรื่องไม่มีรัฐประหาร จะจบด้วยการมี แต่ก็มีความฝัน ผมสอน ร.ร.เสนาธิการทหารบก ตั้งแต่เด็กจนตอนนี้ยังตามไปสอน ก็มีความหวัง ถ้าฝ่ายขวายกเลิกแนวคิดเรื่องการรัฐประหาร และเล่นการเมืองในระบบ ลงจากรถถัง ขึ้นรถหาเสียง”
ศ.ดร.สุรชาติเผย

2.การเมืองในระบบรัฐสภา เดินได้จริงๆ โดยไม่สะดุด

“คนไทยต้องเลิกคิดว่า มีวิกฤตแล้วการเมืองต้องล้ม ผมว่าไม่ใช่ มีวิกฤต ไม่ใช่บอกว่าการเมืองตัน เพราะทหารจะล้างท่อ ผมเสนอใหม่กองทัพไม่ใช่เทศบาล”

3.ต้องเริ่มอีกชุดความคิด คือ การเมืองแบบพันธุ์ทาง คืออาศัยรัฐประหารเข้ามา แล้วก็อาศัยรัฐประหารอยู่ต่อไป อย่างการเมืองชุดนี้

“มันอยู่กับทฤษฎี เรื่องเปลี่ยนผ่านทางการเมือง เรานั่งดูบ้านตัวเองแล้วดูบ้านคนอื่น ถามว่าบ้านตัวเองแตกไหม ไม่แตก แต่มันสะดุดไม่จบสักที”

“รัฐประหารในชีลี ใหญ่มากแต่ก็จบ ผมตอบไม่ได้ ทำไมรัฐประหารบ้านผมไม่จบ วันที่ผมเป็นนักเรียนปริญญาเอก ไปที่ไหนเขาก็บอกอินโดนีเซีย พม่า ต้องดูไทย วันนี้ผมกลับรู้สึกว่าเราต้องดูอินโดนีเซีย ผมเชื่อว่าผู้นำทหารหลายส่วนเริ่มไม่อยากอยู่กับการเมือง เพราะเขามองเป็นภาระ”

 

“เขาก็อยู่ในสังคมออนไลน์เหมือนเรา ในอดีตยุคโบราณ ในการตั้งค่ายทหาร สังเกตว่าจะไม่ตั้งค่ายทหารใกล้เมือง เพราะมองว่าสังคมพลเรือน เป็นเชื้อโรค ฉะนั้น ถ้ามีชุดความคิดเอากองทัพออก รวมถึงเรื่องปฏิรูปกองทัพในมิติทางทหาร” ศ.ดร.สุรชาติชี้

5.ภัยคุกคามภายใน ไม่รุนแรงและไม่ใหญ่

6. ความขัดแย้งอาจจะมีแต่ไม่มีผลกระทบจนไปล้มระบบการเมือง

7.กองทัพไม่ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองอย่างที่เราเห็น

8.เปิดการจัดความสัมพันธ์ พลเรือน-ทหาร คือการจัดความสัมพันธ์ ระหว่างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หรือกองทัพ อีกนัยคือปฏิรูปกองทัพ

9.ไม่มีการแทรกแซงจากภายนอก อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล่น

10.เป็นไปได้หรือไม่ที่ผู้นำทหารยอมรับว่าค่าใช้จ่ายของการทำรัฐประหารสูงกว่าค่าใช้จ่ายในระบบเลือกตั้ง อย่าคิดว่าไม่เกิด เกิดแล้วเพราะคือโครงวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของตน ที่พยายามพิสูจน์ให้เห็นว่า เงื่อนไข เราทำได้ แต่เผอิญมันสะดุด

เมื่อถามว่า ถ้าทำทั้ง 10 ข้อได้ มั่นใจหรือไม่ว่าจะไม่เกิดรัฐประหารในไทยอีก ?

ศ.ดร.สุรชาติกล่าวว่า ตอบไม่ได้ คนกำหนดรัฐประหารใหญ่ที่สุดคุณคิดว่าใคร คือ ‘หมอดู’ วันนี้คนกำหนดรัฐประหาร ถูกวางเป็นดวง

“รัฐประหารปี 49 เขาวางไว้ที่เชียงใหม่ มีอีกวิธีที่จะไม่ให้มีรัฐประหาร หมอดูต้องบอกผู้นำรัฐประหารที่ไปปรึกษาว่า ท่านอย่าทำ ทำแล้วดวงท่านแตก ดวงท่านขาด จบเลย เชื่อผม” ศ.ดร.สุรชาติกล่าว