ธงทอง ชี้ ความยุติธรรมคือปัจจัยที่ 5 ร่างรธน.ใหม่คือโจทย์ใหญ่ หวังรบ.ใหม่เดินหน้ายกเลิกเกณฑ์ทหาร
เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ที่ห้องอินฟินิตี้ 1-2 โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ กรุงเทพฯ นสพ.มติชนจัดเวที “Talks for Thailand “รัฐ ลวง ลึก”
บรรยากาศเวลา 15.30 น. เข้าสู่ช่วงที่ 3 โดยมีการสัมภาษณ์พิเศษ 2 อาจารย์ระดับปูชนียบุคคล ได้แก่ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข จากรัฐศาสตร์ จุฬาฯ สะท้อนภาพ “ความมั่นคงหลงทิศ” ต่อด้วย ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ อดีตคณบดีนิติศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมชำแหละสถานการณ์ “ยุติ-ธรรม” ในเมืองไทย ดำเนินรายการโดย นายเอกภัทร์ เชิดธรรมธร
ในตอนหนึ่งของการเสวนาหัวข้อ ‘ยุติ-ธรรม’ ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ กล่าวว่า ตนอยากขึ้นต้นด้วยการชวนท่านทั้งหลายคิดว่า เมื่อเราเด็ก เราเรียนเรื่องปัจจัย 4 ที่จะทำให้เรามีชีวิตปกติสุข อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยา ที่อยู่อาศัย แต่พอเราเติบโตขึ้น เราสังเกตว่ามันมีปัจจัยที่ 5 ที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตเราอยู่ นั้นคือคำว่า ‘ความยุติธรรม’ ถ้าหากเราอยู่ในภาวะปกติสภาพ ถ้ามันมีอยู่จริงทุกคนจะรู้สึกว่าชีวิตเรามีหลักประกันให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ โดยที่ไม่มีใครมากลั่นแกล้งรังแกกัน หรือหากจะมีใครมารังแกเรา ก็จะมีกลไกหรือกระบวนการคุ้มครอง ที่จะทำให้เราปลอดภัยและเราอยู่ได้ เราจะแสดงความคิด ความเห็นอย่างไรไป ความคิดความเห็นเราก็จะอยู่ในครรลอง ซึ่งจะได้รับการยอมรับแล้วเราก็จะมีชีวิต มีลมหายใจที่ปกติสุข

“แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ความยุติธรรม มันถูกยุติไปเสียแล้ว ผมขีดคำแยกออกจากกัน เป็น ‘ยุติ-ธรรม’ ที่ความเป็นธรรมมันหายไปแล้ว ในเวลานั้นผมรู้สึกว่า เราจะรู้สึกเดือดร้อนขึ้นมากมาย” ศ.พิเศษ ธงทอง เผย
ศ.พิเศษ ธงทอง กล่าวว่า ผมอยากจะเรียนว่า เวลาที่ไม่ได้เป็นตัวละครในเรื่องนั้นโดยตรง เราอาจจะไม่ได้รู้สึกว่าเราเสียหายอะไรมากนัก แต่ผมขออนุญาตนึกถึงกรณี เช่น พล.ต.ต. ปวีณ พงศ์สิรินทร์ ผมว่านี่คือตัวอย่างของคำถาม ว่าทำไมคุณปวีนตัดสินใจออกไปอยู่ต่างประเทศ ท่านไม่ได้ขาดบ้าน ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค ทุกอย่างดีหมดแต่ท่านขาดความยุติธรรม
“ผมว่าสิ่งเหล่านี้ เมื่อไปโดนเข้ากับตัวใครก็แล้วแต่ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้น คนภายนอกอาจจะไม่ได้รู้สึกเท่าเขา การที่เราจะพูดถึงความยุติธรรมเหล่านี้ ซึ่งการที่ทุกคนหรือใครก็ตามที่ถูกพรากเสรีภาพไป เมื่อพูดถึงรัฐแล้วเราไม่มีอำนาจใดใดเลย ที่จะไปทำอย่างนั้นกับใครก็แล้วแต่โดยที่ไม่มีอำนาจ เราเป็นคนผู้ดูก็รู้สึกอยู่อย่างหนึ่ง แต่เมื่อใดก็ตามที่ถูกปฏิบัติเช่นนั้นเอง มันจะรู้สึกยิ่งใหญ่เสียเหลือเกิน

เมื่อไหร่ที่ความเป็นธรรม หรือ ความยุติธรรมมันยุติไปเสียแล้ว เรื่องนั้นมันใหญ่โตมโหฬารมาก และมันเป็นเรื่องที่ทุกคนควรสนใจมากกว่าการเป็นผู้ดู” ศ.พิเศษ ธงทอง ชี้
ศ.พิเศษ ธงทอง กล่าวว่า ตอนนี้ขีดที่ขั้นอยู่ระหว่าง คำว่า ‘ยุติ-ธรรม’ มันเข้มอยู่มากแทบจะเข้มจนแทบจะดำปิดปี๋ แล้วคำว่าธรรมมันก็จางลงไปมาก จึงจะขอพูด 3 ประเด็น 1.ตัวกฎหมายเองมันยุติธรรมหรือไม่ 2.กระบวนการบังคับใช้กฎหมาย 3.บุคลากร หรือ ตัวละครที่มีบทบาทในเรื่องนี้
ศ.พิเศษ ธงทอง กล่าวต่อว่า เมื่อเริ่มพูดถึงตัวกฎหมาย ความเป็นธรรมมันก็ไม่ใช่ของง่ายนัก ที่พิสูจน์ได้ว่ากฎหมายเป็นธรรม หรือ ไม่เป็นธรรม มันไม่เหมือนคนเป็นไข้แล้วเอาปรอทไปวัด แต่ตนคิดว่ากฎหมายที่เป็นธรรม มันจะต้องสามารถสะท้อนเรื่องต่อไปนี้หรือไม่ ได้แก่
ประการที่หนึ่ง ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการจัดทำกฎหมายนั้นๆ กฎหมายที่คณะรัฐประหารเขียนเอง ออกเอง แล้วก็บอกว่าคนทำผิดกฎหมายต้องติดคุก และทำหน้าหงิกหน้างอ ว่ามาทำผิดกฎหมายที่ฉันขียน สิ่งเหล่านี้ตนคิดว่ามันไม่ชอบด้วยเหตุด้วยผลอะไรเลย สำหรับความเป็นธรรมตามกฎหมาย เพราะมันเป็นกฎหมายที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วม ในการแสดงความคิดเห็น
ในเวทีการเลือกตั้งช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา พรรคการเมืองพูดถึงแต่เรื่องนโยบาย ที่เกี่ยวกับการออกกฎหมาย และการที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมในการออกกฎหมายนั้น หนทางหนึ่งก็คือการการให้ความเห็นชอบ ต่อนักการเมืองที่มีนโยบายนั้นๆ ยกตัวอย่างที่เป็นกลางๆหน่อย เช่น เรื่องการยกเลิกเกณฑ์ทหาร อย่างพรรคก้าวไกล และเพื่อไทย เขียนคล้ายกันมาก ซึ่งจะปรับรูปแบบมาเป็นสมัครใจเข้าไปเป็นทหาร นี่คือสิ่งที่ทั้งสองพรรคมองเห็นเหมือนกัน ฉะนั้น หวังว่าเมื่อรัฐบาลเริ่มต้นแล้ว รัฐบาลก็จะเดินหน้าในเรื่องเหล่านี้ แต่เรื่องหนึ่งที่อยากพูดไว้ในเวทีนี้ เป็นเรื่องที่ยังงงอยู่ คือ การที่หลายพรรคพูดถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญก็ตกอยู่ในคำถามถึงการได้มาโดยฉ้อฉลอย่างไรไม่รู้
“คนร่างก็แปลกๆ คำถามก็ลวงๆ เวลาทำประชามติ ไม่ให้ใครออกมาอธิบาย ยกเว้นคนที่เห็นด้วย ถ้าพูดตามตำรา หรือ พูดตามความเชื่อผม มันอธิบายความชอบธรรมไม่ได้หรอก มันบิดเบี้ยวมาตั้งแต่ต้น แต่ที่สำคัญเรากำลังพูดถึงสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.) มีข่าวเขากันแถลงว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีคราวแรกเลย จะมีการพูดถึงเรื่องเหล่านี้อยู่
ผมขอฝากประเด็นว่า ถ้าเราจะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่มันจะเกิดขึ้นตามภาพที่เราวาดความฝันไว้ ผมว่ามันจะเป็นโจทย์ใหญ่ มันไม่ควรจะเกิดขึ้นเพียงแค่ในสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเพียงลำพังเท่านั้น มันมันจะมีการรับฟังความคิดเห็นกันอย่างมีส่วนร่วม มีกระบวนการที่ให้เขาสามารถเข้าไปทำงานตรงนั้น” ศ.พิเศษ ธงทอง กล่าว

