หากฟังเสียงจาก นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ ประสานกับเสียง นาย
วิษณุ เครืองาม ในเรื่อง “โรดแมป”
ก็จะถึง “บางอ้อ”
บางอ้อว่าที่ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ที่ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ออกมาพูด
เสมอเป็นเพียง “กิระดัง ได้สดับมา”
เมื่อ “กิระดัง ได้สดับมา” จึงต้องเสาะหา “ข้อมูล” และ”เหตุผล” มารองรับ
น้ำหนักจึงวางอยู่กับ “กฎหมายลูก”
เมื่อน้ำหนักวางไปยัง “กฎหมายลูก” จึงเท่ากับมิได้เป็นการรั้งดึงและเตะถ่วงโดย “สนช.”
หากแต่มาจากปัจจัย”อื่น”มากกว่า
พลันที่ฟัง นายวิษณุ เครืองาม ผนวกเข้ากับฟัง นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ ก็ต้องยอมรับว่า “กระจ่าง”
รับรองได้เลยว่า “โรดแมป”ต้องเป็น “โรคเลื่อน”
กระบวนท่าอันมาจาก นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการทางด้านข่าวสารแน่นอน
อย่างที่เรียกว่า Information Operation
แม้ นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ จะเป็น”พลเรือน” แต่อย่าลืมว่าเขาเป็น “โหร”
ทั้งยังเป็น “โหร” ที่อาศัยนั่ง “ทางใน”
มิได้มีการดูผ่านไพ่ทาโรต์ มิได้เป็นการผูกดวง คำนวณชะตาไปตามเส้นโคจรแห่งดวงดาว
ตรงกันข้าม เป็นการรับ”สาร”มาจาก “ฤาษี”
และฤาษีท่านนี้ คือ “ฤาษีเกวาลัน” ก็มิได้บำเพ็ญเพียรอยู่บนยอดดอยอินทนนท์
หากแต่สถิตอยู่ ณ หิมพานต์ อันไกลโพ้น
นี่จึงเป็นปฏิบัติการทางด้าน “การข่าว” ซึ่งแม้จะอยู่ในยุคประ เทศไทย 4.0
แต่ก็ย้อนสู่ “ประเทศไทย 1.0” ได้อย่างสดใส ไพจิตร
ความจริง ไม่จำเป็นต้องพึ่งบริการจาก นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย หรือแม้กระทั่ง พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ก็ย่อมได้
เพียงแต่ท่านเล่นบท “สมิงพระราม” เอง
เหมือนกับที่คนอย่าง นายวันชัย สอนศิริ หรืออย่าง นายเสรี สุวรรณภานนท์ เคยกระทำมาก่อนหน้านี้
กระทั่งได้ฉายา “คุณห้อย คุณโหน”ไป
หากศึกษากระบวนการทางการเมืองหลังยุครัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ก็จะมองออก
1 มอบหมาย “โหร” เล่นบท “นำร่อง”
ขณะเดียวกัน 1 จากนั้น บรรดาเหล่า “เนติบริกร” ก็ออกมาแจกแจง
“โรดแมป” จึงแปรเป็น “โรคเลื่อน”โดยประการละฉะนี้

