หน้าแรก การเมือง จับตา เอฟเฟ็ก...

จับตา เอฟเฟ็กต์ โหวต’เศรษฐา’ กระทบเก้าอี้ รมต.

25.08.23 | 06:01 น.

จับตา เอฟเฟ็กต์ โหวต’เศรษฐา’ กระทบเก้าอี้ รมต.

ที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง ลงมติแบบขานชื่อเรียงตามตัวอักษร โหวตสนับสนุนให้ เศรษฐา ทวีสิน แคนคิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 แบบม้วนเดียวจบ ด้วยมติเห็นชอบ 482 เสียง ไม่เห็นชอบ 165 เสียง และงดออกเสียง 81 เสียง ถือว่านายเศรษฐาได้รับคะแนนเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งสองสภา

เท่ากับว่า มติที่ประชุมเห็นชอบนายเศรษฐาเป็นนายกรัฐมนตรี

ควันหลงที่ต้องถอดรหัสการลงมติของสมาชิกรัฐสภา ในการเลือก “เศรษฐา” เป็นนายกฯคนที่ 30 ถือว่ามี “นัยยะ” ในทางการเมือง จากการตรวจผลการลงมติในส่วนของ ส.ส.กลุ่มพรรคร่วมรัฐบาล 11 พรรค 314 เสียง พบว่า ลงมติเห็นชอบเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ไม่มีใครแตกแถว ยกเว้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่ไม่ได้มาร่วมประชุมโหวตในรอบนี้ และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่แจ้งขอลาป่วย

Advertisement

แต่เสียงสนับสนุนที่เป็นตัวชี้ขาดเก้าอี้นายกฯของ “เศรษฐา” คือ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ทั้ง 152 เสียง ส่วนใหญ่เป็น ส.ส.สายทหารในฝั่งของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อาทิ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม น้องชาย พล.อ.ประยุทธ์

รวมถึงบรรดาเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหารรุ่นที่ 12 (ตท.12) ของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ลงคะแนนหนุนนายเศรษฐา อาทิ พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์, พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2, พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์, พล.ท.จเรศักดิ์ อานุภาพ, พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร, พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ,พล.อ.ดนัย มีชูเวท, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร, พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ในแวดวง ส.ว.ในสาย พล.อ.ประยุทธ์ รู้กันดีว่า พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ คือ คีย์แมนคนสำคัญในการพูดคุยรวมเสียงสนับสนุนของกลุ่ม ส.ว.

ขณะที่ ส.ว.ในสายของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ส่วนใหญ่ลงมติงดออกเสียง เช่น พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ พล.อ.อู้ด เบื้องบน พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ ขณะที่ พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ น้องชาย พล.อ.ประวิตร ไม่มาร่วมประชุม นอกจากนี้ยังมี ส.ว.สายวิชาการ สายอดีตข้าราชการ นักธุรกิจบางส่วน ลงมติงดออกเสียง อาทิ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล นายบุญทรง ไข่เกษ น.ส.ปิยฉัฏฐ์ วันเฉลิม นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ นางสุวรรณี สิริเวชชะพันธ์ นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ นายพีระศักดิ์ พอจิต พล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม

ส่วน ส.ว.ที่ลงมติไม่สนับสนุนนายเศรษฐา 13 คน ส่วนใหญ่เป็นสายตัวตึงที่แสดงเจตนารมณ์ตั้งแต่แรกไม่สนับสนุนนายเศรษฐา อาทิ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม นายสมชาย แสวงการ นายเสรี สุวรรณภานนท์

หากโฟกัสการลงมติของกลุ่ม ส.ว.ในสาย 2 ลุง เมื่อ ส.ว.สายลุงตู่เทเสียงสนับสนุน “เศรษฐา” ผ่านฉลุยได้นั่งนายกฯ จึงมีการวิเคราะห์กันว่า พรรค พท.สามารถปิด “ดีล” กับ “บิ๊กตู่” และโควต้ารัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เพื่อร่วม “ครม.เศรษฐา 1” เรียบร้อยแล้ว

นี่อาจเป็นที่มาของการโหวตของกลุ่ม ส.ว.สาย “บิ๊กป้อม” ที่งดออกเสียง เป็นส่วนใหญ่หรือไม่ เนื่องจากในห้วงเวลานั้นยังไม่ได้รับสัญญาณไฟเขียว ที่ไม่สามารถปิดดีลลงตัวกับแกนนำพรรค พท. ในโควต้ารัฐมนตรีของพรรค พปชร.ได้

รวมทั้งจะเป็น “รอยร้าว” ระหว่างความสัมพันธ์ของ “2 ป.” ผ่านการลงมติเลือกนายกฯของ ส.ว. 2 สายหรือไม่

แต่ที่ฮือฮา คือ การลงมติของ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ทั้ง 25 เสียง ปรากฏว่ามี 16 ส.ส.ในกลุ่มของ “เสี่ยต่อ” เฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรค ปชป. ลงมติเห็นชอบ “เศรษฐา” เป็นนายกฯ ซึ่งสวนทางกับมติพรรค ปชป. ที่มีข้อสรุปให้ “งดออกเสียง”

16 ส.ส.ของพรรค ปชป. ได้แก่ นายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา, นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช, ว่าที่ ร.ท.ยุทธการ รัตนมาศ ส.ส.นครศรีธรรมราช, นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช, นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์, นางสุพัชรี ธรรมเพชร ส.ส.พัทลุง, นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา, นายยูนัยดี วาบา ส.ส.ปัตตานี, นายชาตรี หล้าพรหม ส.ส.สกลนคร, นายทรงศักดิ์ มุสิกอง ส.ส.นครศรีธรรมราช, นายสมบัติ ยะสินธุ์ ส.ส.แม่ฮ่องสอน, น.ส.สุภาพร กำเนิดผล ส.ส.สงขลา, นายกาญจน์ ตั้งปอง
ส.ส.ตรัง, นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ส.ส. อุบลราชธานี, นางอวยพรศรี เชาวลิต ส.ส.นครศรีธรรมราช และ พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ ส.ส.สงขลา

ขณะที่กลุ่มของนายชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. ลงมติงดออกเสียงตามมติพรรค มี 6 คน ได้แก่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรักษาการหัวหน้าพรรค, นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ และประธาน ส.ส., น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.ตรัง, นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง, นายสรรเพชญ บุญญามณี
ส.ส.สงขลา และ นายสมยศ พลายด้วง ส.ส.สงขลา

ขณะที่ นายชวน หลีกภัย และ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลงมติไม่เห็นชอบนายเศรษฐา ซึ่งทั้งสองได้ขออนุญาตที่ประชุมพรรคเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมแล้ว ว่าจะขอโหวตไม่เห็นชอบ ขณะที่ นายราชิต สุดพุ่ม ส.ส.นครศรีธรรมราช ไม่ปรากฏว่าลงคะแนนใดๆ โดยแจ้งลาประชุมเพราะมีปัญหาสุขภาพ

เบื้องหลังการลงมติโหวตสวนมติพรรค ปชป.ทั้ง 16 ส.ส. มีการเจรจาต่อรองระหว่างแกนนำของกลุ่มกับแกนนำพรรค พท. เพื่อหวังให้ 16 เสียงของพรรค ปชป.เป็นตัวแปร ไว้ทดแทนเสียงของพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรค พปชร. ที่ยังต่อรองโควต้ารัฐมนตรีไม่ลงตัวกับพรรค พท. ว่าจะมีการแสดงออกผ่านการลงมติโหวตเลือกนายกฯหรือไม่

แต่เมื่อผลโหวตเลือกนายกฯ ทั้งพรรค ภท.และพรรค พปชร. ออกมาในทิศทางเดียวกันไม่มีเสียงแตก กลุ่ม 16 ส.ส.พรรค ปชป. จึงต้องแจ้งต่อประธานรัฐสภา เพื่อขอลงมติในช่วงท้ายก่อนปิดการลงมติ ด้วยการโหวต “เห็นชอบ” นายเศรษฐา เพื่อเป็นการซื้อใจ และตีเช็กเปล่า ให้กับแกนนำพรรค พท. ไว้เป็นเกมกดดันกลุ่มพรรคร่วมอื่นๆ ที่ยังต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีไม่จบ โดยอาจใช้บริการกลุ่ม 16 ส.ส.มาทดแทนพรรคร่วมดังกล่าว

สัญญาณการลงมติโหวตเลือกนายกฯ จะส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล รวมทั้งคีย์แมนผู้กุมอำนาจทางการเมืองแค่ไหน อย่างไร

รายชื่อ ครม.ที่ออกมาอย่างเป็นทางการ จะเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดดังกล่าว