แนวทางจัดทำ ‘รธน.’ ฉบับใหม่ ‘ชูศักดิ์ ศิรินิล’ จ่อชงรัฐบาลลุย

26.08.23 | 09:10 น.
แนวทางจัดทำ‘รธน.’ฉบับใหม่ ‘ชูศักดิ์ ศิรินิล’จ่อชงรัฐบาลลุย

หมายเหตุ – นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประธานกรรมการฝ่ายกฎหมาย ในฐานะผู้รับผิดชอบนโยบายการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เปิดเผยถึงแนวทางการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะเสนอให้รัฐบาลดำเนินการ

1) เหตุใดต้องจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

เป็นที่ทราบดีว่ารัฐธรรมนูญ 2560 มีที่มาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นรัฐธรรมนูญเพื่อสืบทอดอำนาจ ประชาชนไม่มีส่วนร่วมแม้จะผ่านการออกเสียงประชามติ แต่ก็ทราบกันดีว่าเป็นประชามติแบบให้ข้อมูลฝ่ายเดียว ห้ามวิพากษ์วิจารณ์รณรงค์ไม่เห็นด้วย แถมมีคำถามพ่วงซึ่งเป็นที่มาของการให้วุฒิสมาชิกมาร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีกับ ส.ส.ในรัฐสภา อันนับว่าเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์การเมืองด้วยซ้ำ

แม้จะพูดกันว่าเป็นรัฐธรรมนูญปราบโกง แต่ก็พูดได้ว่าเป็นรัฐธรรมนูญอำนาจนิยมที่ลดบทบาทของตัวแทนประชาชน วางระบบเลือกตั้งแบบพิสดาร มี ส.ส.ปัดเศษ พรรคขนาดใหญ่ไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเลย การถ่วงดุลอำนาจขาดความสมดุล ที่มาขององค์กรอิสระขาดความยึดโยงกับประชาชน กำหนดยุทธศาสตร์ชาติไว้เป็นกฎหมายผูกพันและผูกมัดรัฐบาลต่อๆ มาที่ต้องดำเนินการ ผิดหลักการประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา

2) เหตุใดไม่ใช้วิธีการแก้ไขเพิ่มเติม

Advertisement

มีความพยายามจะแก้ไขเพิ่มเติมมาแล้วหลายครั้งหลายประเด็น เช่น แก้ไขยกเลิกมาตรา 272 แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จ เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้กำหนดวิธีการแก้ไขไว้ยากมาก หรืออาจพูดว่าแก้ไขไม่ได้เลย เช่น ต้องอาศัยเสียงวุฒิสมาชิกไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม ต้องอาศัยเสียงฝ่ายค้านไม่น้อยกว่ายี่สิบเปอร์เซ็นต์ในวาระที่ 1 และวาระที่ 3หากจะแก้ไขบางหมวดบางเรื่องต้องทำประชามติ

ที่แก้ไขสำเร็จคือ แก้ไขวิธีการเลือกตั้ง ส.ส.จากระบบจัดสรรปันส่วนผสม บัตรใบเดียวแต่มี ส.ส.สองระบบ มาเป็นระบบสัดส่วน บัตรเลือกตั้งสองใบ และนำมาใช้ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แต่ก็ต้องบอกว่ายังแก้ได้ไม่หมด เช่น บัตรสองใบ ควรเป็นเบอร์เดียวกัน แม้จะแก้ได้สำเร็จ แต่ก็ต้องบอกว่าผ่านไปอย่างทุลักทุเล ยังมีรัฐธรรมนูญหลายมาตราที่คงไว้แต่ไม่มีผลบังคับใช้

ประการสำคัญ รัฐธรรมนูญล้วนมีบทมาตราต่างๆ มากมาย ยึดโยงสัมพันธ์กัน การแก้ไขเป็นรายประเด็นจึงไม่มีความเหมาะสม ที่สะเด็ดน้ำที่สุดคือ แก้ทั้งฉบับโดยจัดทำฉบับใหม่ ประการสำคัญการแก้ไขเป็นประเด็น ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นไปเพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองเอง ที่จะสมบูรณ์และถูกต้องเป็นธรรม คือ มีคนกลางมาจัดทำ ซึ่งเป็นที่มาของสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

ที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ในรัฐสภา คือ การแก้ไขทั้งฉบับหรือฉบับใหม่ ต้องไม่แก้หมวด 1-2 เรื่องรูปแบบของรัฐกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ความจริงแล้วรัฐธรรมนูญ มาตรา 255 กำหนดไว้แล้วว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องคงรูปแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขไว้จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐมิได้ เมื่อจะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องแก้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเพื่อเพิ่มหมวดการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เมื่อคราวที่แล้วก็มีการยกเว้นไม่แก้หมวด 1-2 มาแล้ว ครั้งนี้ก็คงเป็นเช่นเดิม

3) ความเป็นมาของการมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เป็นมาอย่างไร ใช้หลักการอย่างไร

การมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) คือการมีสภายกร่างที่มาจากประชาชน จะได้ชื่อว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน จะได้รัฐธรรมนูญของประชาชน เรามีกรณีที่เคยทำมาแล้วตามรัฐธรรมนูญ 2540 ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย สร้างหลักการมีส่วนร่วมของประชาชน สร้างระบบตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ การมี ส.ส.ร.ที่ถูกต้องที่สุดคือมีที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง จะมี ส.ส.ร.ได้กี่คนในแต่ละจังหวัด ขึ้นอยู่กับจะกำหนดให้มี ส.ส.ร.กี่คน ที่คิดไว้คือ 200 คน แต่ละจังหวัดจะมีกี่คน ให้คำนวณตามจำนวนประชากร

4) ต้องทำประชามติกี่ครั้ง สิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินหรือไม่

เมื่อปี 2563 มีความพยายามจากทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาในวาระที่สองไปแล้ว กำลังจะพิจารณาลงมติในวาระที่สาม มีการไปร้องศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยตามคำวินิจฉัยที่ 4/2564 เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2564 ว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สามารถกระทำได้ แต่ต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว ต้องให้ประชาชนลงประชามติเห็นชอบหรือไม่กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้ง

ผลของคำวินิจฉัยดังกล่าวมีความเห็นส่วนใหญ่จากสมาชิกรัฐสภาในขณะนั้นว่าคงต้องทำประชามติว่าประชาชนประสงค์จะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่เสียก่อนเป็นเบื้องต้น โดยสามารถที่จะสอบถามประชาชนเป็นคำถามรวมไปได้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นให้มี ส.ส.ร.ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชนเป็นผู้ยกร่าง เมื่อยกร่างแล้วก็ไปขอประชามติจากประชาชนอีกครั้งหนึ่ง ถ้าเป็นเช่นนี้ก็ทำประชามติสองครั้ง

อย่างไรก็ตาม การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องแก้ไขวิธีแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อเพิ่มหมวดการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 บังคับว่าต้องทำประชามติ จึงอาจต้องทำประชามติถึงสามครั้ง อาจต้องใช้งบประมาณพอสมควร แต่การทำให้ประเทศสู่ความเป็นประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญของประชาชนผลที่ได้คุ้มค่า เราไม่ควรต้องเสียดายเพราะเป็นเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยโดยตรง

5) ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ กว่าจะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่

หาก ครม.มีมติให้มีการออกเสียงประชามติ กกต.ต้องดำเนินการจัดให้มีการออกเสียงประชามติในระยะเวลาไม่เร็วกว่า 90 วัน และไม่ช้ากว่า 120 วันเมื่อผ่านการทำประชามติแล้วมิใช่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเกิดขึ้นได้เลย ต้องเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อแก้วิธีการแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อให้มี ส.ส.ร.หากรัฐสภาเห็นชอบต้องไปทำประชามติ หากผ่านประชามติ จึงจะมีรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม

หลังจากนั้นจัดเลือกตั้ง ส.ส.ร. เพื่อมายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เมื่อได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วจะขอความเห็นชอบจากรัฐสภาและนำไปทำประชามติและเข้าสู่กระบวนการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กระบวนการจึงไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนหรือไม่เร่งด่วน แต่เชื่อว่า กว่าเราจะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามปีบวกลบ การขอให้มีมติ ครม. เพื่อให้ประชาชนลงประชามติจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น