หมายเหตุ – ข้อเสนอจากภาคเอกชนถึงนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้เร่งสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวสร้างรายได้เข้าประเทศเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์
เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า)
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีประสบการณ์จากการบริหารธุรกิจจนประสบความสำเร็จ เมื่อเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ภาคเอกชนจึงประเมินว่าจะเข้าใจภาคธุรกิจได้ค่อนข้างดี เป็นความประทับใจแรกที่ทำให้ภาคธุรกิจมีความมั่นใจมากในการผลักดันเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไป โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ที่พรรคเพื่อไทย นำโดยนายเศรษฐา ยกมาเป็นนโยบายเร่งด่วนในการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงที่เหลือของปี 2566 ที่ถือเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ได้เห็นการเดินทางลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต และหารือร่วมกับท่าอากาศยาน เพื่อหาแนวทางในการเพิ่มเที่ยวบินมากขึ้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยหลักที่จะลำเลียงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยมากขึ้น
ล่าสุดนายเศรษฐามีการส่งสัญญาณถึงการอำนวยความสะดวกด้านวีซ่าท่องเที่ยวไทย ช่วยสนับสนุนกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีความอ่อนไหวในเรื่องมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าอยู่แล้ว จึงถือเป็นนิมิตหมายที่ดีของภาคการท่องเที่ยวไทย เป็นความหวังที่จะทำให้ปลายปีนี้มีการกระตุ้นตลาดต่างชาติเที่ยวไทยคึกคักมากกว่าเดิม โดยเฉพาะมาตรการเพิ่มแรงดึงดูดในการกระตุ้นตลาดต่างชาติ ทั้งประเทศจีน รวมถึงประเทศอื่นๆ
ทุกครั้งที่ผ่านมาเมื่อเกิดวิกฤตขึ้นในประเทศ ส่งผลกระทบกับการเดินทางท่องเที่ยว เราก็เคยเห็นการใช้มาตรการด้านวีซ่า เป็นตัวบูสต์อัพดึงตลาดกลับมาแอตต้าก็มีความกังวลว่า หากมีการใช้มาตรการวีซ่าจะดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีนเข้ามาเที่ยวไทยแบบล้นทะลักจนเกินขีดความสามารถรองรับได้ ส่วนนี้มองว่ามาตรการด้านวีซ่า ไม่ได้เป็นการใช้ในระยะยาวตลอดไป แต่เป็นการใช้แบบจำกัดระยะเวลา อาทิ 3 เดือน หรือ 6 เดือน ให้เกิดการกระตุ้นและดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามา รวมถึงสามารถบังคับทิศทางให้ต่างชาติเข้ามาได้
โดยเฉพาะความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว อาทิ หากเราประเมินว่าสนามบินสุวรรณภูมิ หรือดอนเมือง มีสล็อตบินที่เต็มอยู่แล้ว ผู้โดยสารหนาแน่นจนล้นแล้ว ก็อาจไม่จำเป็นต้องเปิดทั้งหมด แต่ทำเป็นการแนะนำว่า หากนักท่องเที่ยวจะเดินทางเข้ามา ต้องเข้ามาผ่านสนามบินอื่นจึงจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า แต่หากเข้ามาผ่านสุวรรณภูมิ หรือดอนเมือง เราอาจไม่จำเป็นต้องยกเว้นก็ได้ สามารถบังคับทิศทางให้นักท่องเที่ยวกระจายตัวไปในพื้นที่ที่ต้องการรับนักท่องเที่ยว และมีความสามารถในการรองรับอยู่มาก ที่สำคัญคือ จะเป็นการกระจายรายได้ลงสู่แหล่งท่องเที่ยวเมืองรองตามเป้าหมายที่พูดกันไว้ด้วย
ด้านการเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยไม่น่าจะหยิบขึ้นมาเริ่มดำเนินการในเร็วๆ นี้ เพราะหากต้องการผลักดันตลาดและกระตุ้นการท่องเที่ยวให้กลับมาเร็วมากขึ้น คงไม่หยิบอุปสรรคบางเรื่องหรือปัจจัยที่ทำให้เกิดข้อกังวลในการผลักดันตลาดท่องเที่ยวไทย ในฐานะผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ ก็คิดว่าน่าจะต้องเลื่อนการใช้มาตรการใดที่มีผลกระทบออกไปก่อน
ส่วนการกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เพิ่มขึ้นนั้น ต้องมีการฟื้นแนวคิดที่เคยนำเสนอไปแล้วกลับมา อาทิ การขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงถึง 04.00 น. เพื่อให้เศรษฐกิจช่วงกลางคืนมีเวลาหมุนสะพัดได้มากขึ้น ส่วนนี้มองว่าสามารถนำมาพิจารณาใหม่อีกครั้งได้ เป็นการจัดทำโซนนิ่งที่เน้นเฉพาะแหล่งท่องเที่ยว เพราะหากเราทำให้ประเทศไทยสามารถท่องเที่ยวได้ 24 ชม. มีแหล่งสถานประกอบการที่สามารถรองรับตอบโจทย์นักท่องเที่ยวให้เข้าไปใช้บริการตามความต้องการได้ ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีมากอยู่แล้ว จะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา และใช้จ่ายเพิ่มได้อยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอเหล่านี้ยังไม่ใช่ข้อเร่งด่วนที่ต้องเร่งดำเนินการออกมา เพราะยังมีมาตรการอื่นที่สามารถทำได้ทันที บวกกับมีมุมมองความอ่อนไหวในด้านสังคม และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในบางชุมชน บางพื้นที่ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ ต้องดูความพร้อมและความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่มากที่สุด ต้องทำการศึกษา ประเมินความพร้อม รวมถึงความต้องการของคนในชุมชนต่างๆ เหล่านั้นด้วย

พัลลภ แซ่จิว
ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่
สํ าหรับตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เท่าที่ดูทรงมาดีนะ แม้ว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาจะเหมือนการเล่นกีฬา จะเอาตามที่กองเชียร์คิดก็ไม่ได้ เราต้องดูผลตอนท้าย ถึงแม้จะลับลวงพรางไปบ้าง ในฐานะที่เขาเป็นนักธุรกิจมาก่อนก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องทำให้ดี ทำให้เป็นด้วย หากทำออกมาแล้วโดนด่าก็ไม่ดี เราเองที่เป็นผู้นำองค์กรก็มองในมุมต่างว่า คนนี้มาก็ดีเหมือนกัน และขอให้เร่งทำงานเพื่อบ้านเมืองให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะประเทศไทยเราเน้นเรื่องท่องเที่ยว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวคนเดิมก็ถือว่าดีนะ หากเป็นไปได้ เพราะแม้จะไม่ใช่สายการท่องเที่ยวโดยตรงแต่เมื่อเข้ามาทำงานก็ทำได้ดี และดึงการแข่งขันกีฬาระดับโลกมาเชียงใหม่หลายอีเวนต์ จัดงบประมาณผ่านการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มาจัดกิจกรรมหลายต่อหลายอย่างได้อย่างน่าสนใจ แต่สิ่งที่หัวหน้ารัฐบาลคนใหม่ต้องทำ คือ การออกเดินสายไปเจรจาแลกเปลี่ยน ไปขายสินค้าที่เรามี ไปบอกผู้นำประเทศต่างๆ ว่าประเทศไทยมีอะไรบ้าง ลดอุปสรรคทางการเดินทางเข้าออกลง
ช่วงนี้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาบ้านเราไม่มากเหมือนเก่า อาจจะเป็นปัญหาภายในประเทศ อยากกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน ถ้าอย่างนั้นเราแลกเปลี่ยนกันดีกว่า ให้คนไทยไปบ้าง ขอให้เจรจาเปิดสายการบินตรงจากเมืองต่างๆ เพิ่มขึ้น เปิดฟรีวีซ่า 1 ปี ไปเลยดีหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ผู้นำต้องหารือกัน ต้นไม้ถ้าไม่รดน้ำใส่ปุ๋ยก็แคระ ไม่เติบโต ถึงเวลาต้องบุก ซื้อบ้านคิดอัตราภาษีให้ชัดเจน ดึงเรื่องใต้ดินขึ้นมาบนโต๊ะให้หมด เพื่อลดปัญหาช่องว่างการเรียกรับผลประโยชน์ออกไปให้หมด แบบฮ่องกง สิงคโปร์ที่ทำกัน ดึงโมเดลเขามาใช้ได้ เพราะสิ่งที่จะตามมาคือ กลุ่มประชาชนที่มีเกรดระดับบน เช่น แพทย์ นักธุรกิจที่จะมาช่วยกันเติบโต ไม่ใช่กลุ่มพ่อค้าหมู พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวมาเปิดร้านขายแข่งกับคนไทยแบบตอนนี้
ทุกวันนี้ไกด์เถื่อนต่างชาติเยอะแยะไปหมด ทั้งรัสเซีย เกาหลี เนเธอร์แลนด์ เพียงเพราะคนไทยพูดไม่ได้ ควรจะต้องนำคนไทยมาอบรมภาษาเพื่อให้ได้งานเพิ่ม ในลักษณะ 5 ต่อ 1 คือ อย่างน้อยๆ ต้องมีคนไทย 1 คน ในเวลาทำกรุ๊ปท่องเที่ยว ขยายสัดส่วนการทำงานให้กับคนไทยไม่ให้เสียเปรียบต่างชาติ ถ้าเราส่งเสริมจริงจังคนไทยพูดได้หมด เพราะจุดนี้รายได้ดี
ควรเร่งปรับปรุงอุปสรรคที่ยังค้างคา เช่น โรงแรมขนาดเล็กที่ยังติดระเบียบระบบข้าราชการ ยังไปไม่ถึงไหน จากตัวเลข 6,000 กว่าแห่ง แต่มีถูกต้องไม่ถึง 1,000 ราย เราต้องทำให้ทุกอย่างโปร่งใส เพื่อการตรวจสอบ เพิ่มความชัดเจนในการทำธุรกิจ หลีกเลี่ยงปัญหาใต้ดินให้หมดไปเสียที

สรรเพ็ชร ศุภบวรเสถียร
นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก
การท่องเที่ยวของไทยช่วงนี้เตรียมเข้าสู่ไฮซีซั่น กลุ่มธุรกิจโรงแรมเริ่มประสานงานกับบริษัทนำเที่ยวแล้ว คงต้องยอมรับว่าจุดหนึ่งที่กลุ่มลูกค้ายังคงรอคอย คือ ความมั่นคงหรือความเรียบร้อยของประเทศ หนึ่งในเหตุผลการตัดสินใจซึ่งอาจเป็นเหตุผลทางอ้อม แต่ปัจจุบันเหตุผลในการตัดสินใจหลักๆ อยู่ที่สายการบิน อาจเป็นปัญหาสำหรับประเทศ อื่นๆ ด้วย เพราะสายการบินมีรองรับน้อยไม่ 100% ส่งผลต่อการต่อรองราคา เนื่องจากนักท่องเที่ยวจะมีการอ้างถึงราคาตั๋วเครื่องบินที่มีราคาสูง ทำให้การท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น ธุรกิจโรงแรมยังไม่มีการจองแบบ 100%
ภาพรวมการจองโรงแรมขณะนี้จึงยังไม่ชัดเจน ภาคธุรกิจโรงแรมคาดหวังจากรัฐบาลชุดใหม่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการบริการ ถือว่าเป็น 1 ในช่องทางการนำรายได้หลักเข้าสู่ประเทศ อยากให้ผลักดัน ส่งเสริมในส่วนที่อุตสาหกรรมโรงแรมยังไม่เพียบพร้อม เพื่อแข่งขันกับเมืองท่องเที่ยวอีกหลากหลายประเทศ
อยากฝากเรื่องการสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวคนไทยที่จะเข้ามาเที่ยวเมืองพัทยา ว่าเป็นเมืองที่มีความพร้อมในด้านความปลอดภัย ความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สิน เป็นตัวตอบโจทย์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มาก ทางผู้ประกอบการจะอยู่ได้ต้องอาศัยภาครัฐ เรื่องนโยบายต่างๆ ที่สามารถช่วยให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวบริการกลับมาเติบโตได้ 100%
ปัจจุบัน เมืองพัทยายังไม่ได้กลับมาเติบโตได้ 100% เหมือนเก่า แม้เป็นช่วงไฮซีซั่นก็ตาม ปีที่ผ่านมามีการกลับมาเปิดธุรกิจโรงแรม ราคาขายยังไม่ได้ ท่ามกลางต้นทุนที่สูงขึ้น เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไรที่ผู้ประกอบการจะกลับมาเหมือนเดิม ในระยะเวลา 1 ปีที่ประเทศไทยกลับมาเปิดประเทศ ธุรกิจโรงแรมยังไม่เต็มรูปแบบ 100% เนื่องจากผลกระทบต่างๆ อยากให้ทางรัฐบาลนำนโยบายหลักๆ ที่เคยส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งตลาดไทยและตลาดต่างประเทศ กลับมาผลักดันช่วยเหลือผู้ประกอบการอีกครั้ง
ในปัจจุบัน กลุ่มคนไทยยังคงนิยมเข้ามาท่องเที่ยวพัทยาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ มีบางกลุ่มที่จองห้องพักแบบกระชั้นชิด เนื่องจากมีตัวเลือกที่มากขึ้นซึ่งอาจส่งผลต่อการวางแผนการตลาดของแต่ละโรงแรม ส่วนนักท่องเที่ยวต่างประเทศโดยปกติช่วงนี้จนถึงเดือนธันวาคมเริ่มมีการสอบถามและจองห้องพักเข้ามาแล้ว
แต่ปัจจุบันด้วยปัญหาเรื่องของราคาห้องพักเมื่อเทียบต้นทุนราคาตั๋วเครื่องบินที่สูงขึ้น สายการบินมีน้อย นักท่องเที่ยวจึงต้องต่อรองราคาห้องพัก ทำให้ธุรกิจโรงแรมไม่สามารถปรับราคาขึ้นได้แบบ 100% เหมือนปกติ

สลิล โตทับเที่ยง
ประธานหอการค้ากลุ่มฝั่งอันดามัน
อยากเรียกร้องท่านนายกรัฐมนตรี คือ 1.ช่วยจัดรัฐบาลที่มีความเข้มแข็ง ให้มีเสถียรภาพจะทำให้เกิดความมั่นใจกับนักท่องเที่ยวนักลงทุน 2.เรื่องของเศรษฐกิจ อยากให้ช่วยขับเคลื่อนเรื่องการท่องเที่ยวของกลุ่มอันดามัน เพราะเศรษฐกิจหลักอยู่ที่
การท่องเที่ยว อยากให้ช่วยคลี่คลายปัญหาอุปสรรคต่างๆ ในการท่องเที่ยว ทำให้การนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น 3.เรื่องของโครงการต่างๆ ที่ภาคเอกชนผลักดัน อยากให้รัฐบาลชุดนี้ช่วยสานต่อและสนับสนุนให้เกิดผลเร็วที่สุด เช่น โครงการขยายสนามบินแห่งที่ 2 ของภูเก็ต เพราะวันนี้สนามบินภูเก็ตแออัด
ถ้านักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นจะไม่สามารถรับเพิ่มได้อีก จะทำให้เสียชื่อเสียง หากนักท่องเที่ยวไม่ได้รับความพึงพอใจ และตรงนี้เป็นแผนระยะยาว ถ้าไม่รีบทำเมื่อเวลานักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะจะไม่ทันเวลา ต่อมาเรื่องของแลนด์บริดจ์ หรือโครงการสะพานเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย–อันดามัน (ชุมพร–ระนอง) ตรงนี้อยู่ระหว่างการศึกษา
อยากให้รัฐบาลช่วยสนับสนุนให้โครงการนี้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น สิ่งที่เราผลักดันเรื่องหนึ่ง คือ Andaman Wellness Corridor (AWC) ระเบียงเศรษฐกิจสุขภาพอันดามัน ที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจ ไม่ใช่เฉพาะการท่องเที่ยวเพื่อความสวยงามของท้องทะเลเพียงอย่างเดียว ขอให้ผลักดันให้มีรูปธรรมและการสนับสนุนงบประมาณที่ชัดเจนมากขึ้น
การสร้างอุตสาหกรรมในแถบอันดามัน อยากให้เน้นใช้เทคโนโลยี เพราะถ้าไปใช้อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานคงไม่สอดรับกับภาวะของท้องถิ่น ถ้าเป็นอุตสาหกรรมเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพหรือนวัตกรรมต่างๆ คิดว่าเป็นอุตสาหกรรมมูลค่าสูง เกิดผลในเชิงบวกมากขึ้น
ส่วนนโยบายการปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 600 บาท อยากให้ดูความพร้อมของเอกชน กลัวจะเป็นการสร้างภาระให้กับผู้ประกอบการ และประชาชนโดยทั่วไป อยากให้รัฐบาลจัดทำเป็นขั้นเป็นตอน ให้ภาคเอกชนได้ปรับตัว ส่วนในระยะสั้น คิดว่าสิ่งที่รัฐบาลทำได้เร็ว คือ ผลักดันให้มีการลงทุนของภาครัฐเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะแผนงบประมาณในปี’67 ถ้าทำได้เร็วก็จะทำให้การใช้จ่ายงบประมาณเร็วขึ้น เกิดเงินเข้าไปในระบบ ต่อมา คือ ดิจิทัลวอลเล็ต ภาคเอกชนเห็นว่าถ้าทำอย่างมีวิธีการที่ชัดเจน จะเป็นการแก้ปัญหาระยะสั้นได้ดีที่สุด เกิดเงินหมุนเวียน จับจ่ายใช้สอย
ส่วนประเด็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองรอง เป็นสิ่งที่มีเสน่ห์ คิดว่าต้องชูเมืองรองให้ดีขึ้น การพัฒนาสาธารณูปโภค และผู้ประกอบการต้องพัฒนาตัวเองให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติอย่างมีคุณภาพมากขึ้น
สำหรับวันนี้ไม่ใช่แค่ประเทศไทยที่ต้องการดึงนักท่องเที่ยว เวียดนาม มาเลเซีย ต่างต้องการดึงนักท่องเที่ยว เพราะต่างรู้ว่ากลไกสำคัญในการฟื้นเศรษฐกิจที่เร็วที่สุด คือ การท่องเที่ยว ฉะนั้นต้องใช้มาตรการส่งเสริมการตลาด รวมถึงประชาสัมพันธ์ที่ถูกช่องทาง ฝากรัฐบาลพิจารณาประเทศมาเลเซียที่อยู่ใกล้ ถ้าดึงนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียมาเที่ยวประเทศไทยได้ ภาคใต้จะได้ประโยชน์มากที่สุด อาจต้องของบจ้างอินฟลูเอนเซอร์จากมาเลเซียมาส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย

