09.00 INDEX ทำไม เลขาธิการ ‘เศรษฐา’ ต้อง พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช
ชื่อของ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ปรากฏในตำแหน่ง “เลขาธิการนายกรัฐมนตรี” สร้างทั้งความรู้สึก “แปลกใจ” และความรู้สึก “ไม่แปลกใจ” ขึ้นมาในขณะเดียวกัน
หากมองจากที่เคยดำรงตำแหน่งเป็น “รัฐมนตรี” มาก่อนย่อมเกิด “คำถาม” ตามมาอย่างแน่นอน
คงจำกันได้ว่า นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เคยดำรงตำแหน่งเป็นทั้ง “รองนายกรัฐมนตรี” และ “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน” ในรัฐบาลพรรคไทยรักไทย
การดำรงตำแหน่ง “รองนายกรัฐมนตรี” อาจเป็นเรื่องธรรมดาอย่างยิ่งในยุครัฐบาลพรรคไทยรักไทย แต่การดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการ “กระทรวงพลังงาน” ย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
คำถามก็คือ ทั้งๆ ที่เคยเป็นถึง “รองนายกรัฐมนตรี” และเป็นรัฐมนตรีสำคัญอย่าง “กระทรวงพลังงาน” เหตุใดตำแหน่งของ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช จึงเป็น “เลขาธิการนายกรัฐมนตรี”
ยิ่งหากมองจากที่เคยดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการจัดทำนโยบาย “เศรษฐกิจ” มาก่อน การจะเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็น่าจะเหมาะสม
ปมเงื่อนอยู่ที่สถานะแห่งตำแหน่ง “เลขาธิการนายกรัฐมนตรี”
อย่าลืมเป็นอันขาดเมื่อแรกที่ นายทักษิณ ชินวัตร เข้าดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีภายหลังกำชัยจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนมกราคม 2544
ตำแหน่งของ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ก็คือ ตำแหน่งเลขาธิการานายกรัฐมนตรี
จากนั้นจึงได้เข้าไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อเปิดทางให้ นายยงยุทธ ติยะไพรัช จากเชียงรายเข้าทำหน้าที่แทน
แต่แล้วเมื่อผ่านการเลือกตั้งได้ชัยชนะอย่างถล่มทลายในเดือนกุมภาพันธ์ 2548 ตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรีก็เป็นของ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อีกครั้งหนึ่ง
ทั้งหมดนี้สะท้อนออกอย่างเป็นรูปธรรมว่า นายทักษิณ ชินวัตร เชื่อมั่นและวางใจ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เพียงใด
กล่าวสำหรับ “คนเดือนตุลา” ระดับ “วงใน” ด้วยกันอาจกล่าวได้ว่า นพ.พรหม มินทร์ เลิศสุริย์เดช ทำงานกับ นายทักษิณ ชินวัตร มาอย่างยาวนานและมีความต่อเนื่อง
ตั้งแต่ยุค “ชินคอร์ป” กระทั่งถึงยุค “ไทยรักไทย” และ “เพื่อไทย”
อาจมิได้ยืนอยู่แถวหน้าแบบ นายภูมิธรรม เวชยชัย อาจมิได้อยู่ในตำแหน่งสำคัญแบบ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี แต่ก็ดำรงความสำคัญอย่างเด่นชัด
เป็นความเด่นชัดภายใต้ท่วงทำนองเงียบ นิ่ง แต่กุมแนวทางอย่างแน่วแน่ ไม่แปรผัน
เป็นแนวทาง “ไทยรักไทย” และเป็นแนวทาง “เพื่อไทย”

