09.00 INDEX ภาพปกาเกอะญอ “กี่จึลาคุปุ” เงาสะท้อน การตลาด การเมือง
ไม่ว่าจะมองในแง่ “การตลาด” ไม่ว่าจะมองในแง่ “การเมือง” ไม่ว่าจะมองในแง่ “วัฒนธรรม” ปรากฎการณ์ “กี่จึลาคุปุ” ณ วัดคลองพระสุรนทร์ คลองสามวา ทรงความหมาย
หากมองจากความหมายในเชิงภาษาที่ว่า “ผูกข้อมือสู่ขวัญ ผูกสัมพันธ์ ในกาลข้าวเขียว”
นี่ย่อมก่อให้เกิดนัยประหวัดไปอีกหลาย “ประเพณี”
ทั้งประเพณีไหว้แม่โพสพของชาวนา ไม่ว่าในภาคกลาง ไม่ว่าในภาคเหนือ ไม่ว่าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่ว่าในภาคใต้ ซึ่งมีมาอย่างยาวนาน
ยิ่งกว่านั้น หาก “กี่จึลาคุปุ” มีพื้นฐานมาจากชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ หรือที่รู้อย่างกว้างขวางในชื่อ “กะเหรี่ยง” ประเพณีที่ใกล้ เคียงเป็นอย่างมากย่อมเป็น “น่อแป๊ะโจ” ของชนเผ่าม้ง
จึงไม่แปลกที่จะได้เห็นบทบาทของ พฤ โอเดอเชา จึงไม่แปลกที่จะได้เห็น สุวิชาน พัฒนาไพร ถอดเครื่องแบบผู้ช่วยศาสตราจารย์แห่งมศว ขึ้นบรรเลงดนตรี
ยิ่งกว่านั้น ที่ติดตาตรึงใจเป็นอย่างมากย่อมเป็นภาพของ นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรมแปลกที่ร่วมให้การต้อนรับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์
มีคำถามตามมาด้วยความสงสัยว่าทำไมต้องส่งเทียบเชิญ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เข้าร่วมงาน หรือเพราะว่าเขตคลองสามวาเป็นเขตที่คนของพรรคก้าวไกลได้รับเลือกสามารถเอาชนะนักการเมืองจากพรรคเพื่อไทยซึ่งครองพื้นที่มายาวนานทั้งๆที่เป็น “หน้าใหม่”
กระนั้น หากมองผ่านภาพของ พฤ โอเดอเชาว หากมองผ่านภาพของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุวิชาน พัฒนาไพร ก็จะสัมผัสได้กับภาพของ นายมานพ คีรีภูวดล
เมื่อมองที่ชื่อ “มานพ” อาจมิได้ฉุกใจ แต่พลันที่เห็นนามสกุลว่า “คีรีภูวดล” ก็ย่อมจะฉุกใจคิดเหมือนกับนามสกุล “พัฒนาไพร” ของ “ดร.สุวิชาน”
นายมานพ คีรีภูวดล คือ ส.ส.บัญชีรายชื่อเพียงหนึ่งเดียวจากพรรคอนาคตใหม่และต่อเนื่องมายังพรรคก้าวไกล มานพ คีรีภูวดล ต่างหากคือแม่เหล็กแท่งมหึมาจากภายในปกาเกอะญอ
ความแหลมคมอยู่ที่ทำไมมีเพียงพรรคก้าวไกล ไม่มีพรรคอื่น
ความเป็นจริงที่ประจักษ์ในเชิงสาธารณะก็คือ ภาพและข่าวจากในงาน “กี่จึลาคุปุ” ปรากฏอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นมติชน ไม่ว่าจะเป็นข่าวสด ไม่ว่าจะเป็นไทยรัฐ
หากติดตามผ่านสื่อโทรทัศน์ก็เห็นได้จากทั้งช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณ จากช่อง 3 เรื่องเล่าเช้านี้ และรวมถึงข่าวอมรินทร์
มองในแง่ของปริมาณชนในชาติพันธุ์ปกาเกอะญอจากหลาก หลายจังหวัดทั่วประเทศที่เข้าร่วมก็จำนวนหลายพัน ถือได้ว่าเป็น งานชุมนุมชาติพันธุ์ปกาเกอะญอที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
มองในแง่วัฒนธรรมนี่ย่อมเป็นภาพสะท้อนและให้การศึกษา ในทางขนบประเพณีในลักษณะชนเผ่าที่เร้าความสนใจยิ่ง ไม่ว่าในเรื่องเครื่องแต่งกาย ไม่ว่าในเรื่องการแสดง
เมื่อมีความหนักแน่นทั้งในเชิงปริมาณการเข้าร่วม ทั้งในเชิง วัฒนธรรมย่อมทรงความหมายในเชิงการตลาดและการเมือง
เหตุใดพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา อันถือว่าเป็นพรรคหลักมีความเป็นมืออาชีพจึงปล่อยให้หลุดมือ
ไม่เพียงแต่ปล่อยให้ นายมานพ คีรีภูวดล แสดงบทบาท
หากบทบาทนั้นยังเท่ากับเป็นการเปิดพื้นที่ในทางการเมืองให้กับพรรคก้าวไกล และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ได้กลายเป็นอีกพื้นที่ หนึ่งที่ประสานภาพลักษณ์ตรึงตราในทางการเมือง
ความหมายจากงาน “กี่จึลาคุปุ” จึงมิได้ต่อสภาพการณ์ในปัจจุบัน หากแต่ยังสะท้อนไปถึงแนวโน้มที่จะตามมาในอนาคต

