‘อนุทิน’ ประกาศ โผ รมต.ภท.นิ่งแล้ว เผย สลค.แจ้งกรอกคุณสมบัติ ยัน ไม่ติดใจหลังชวดกระทรวงที่หวัง ไม่ปิดประตู ส.ส.จ้องย้ายซบ
เมื่อเวลา 14.05 น. วันที่ 28 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัดส่วนของพรรค ภท.ที่มีการเผยแพร่บนหน้าสื่อว่า ชัดขึ้นเรื่อยๆ ในส่วนของ ภท.น่าจะนิ่งแล้ว ณ ขณะนี้ได้ส่งรายชื่อไปที่พรรคเพื่อไทย (พท.) เรียบร้อย ส่วนที่ถามว่าลูกพรรคพอใจแฮปปี้หรือไม่นั้น ตนในฐานะหัวหน้าพรรคต้องอธิบายได้หมด
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า รายชื่อที่ส่งนี้ส่งให้กับสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) หรือพรรค พท. นายอนุทินกล่าวว่า ส่งให้ทางพรรคแกนนำ โดยพรรคแกนนำได้ประสานทาง สลค. และ สลค.ได้ประสานมายังพรรค ภท.แล้ว เดี๋ยวคงจะต้องเร่งกรอกประวัติของผู้ที่จะได้รับการเสนอชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ จะต้องมีการตรวจสอบประวัติก่อนว่าไม่ขาดคุณสมบัติ และเป็นไปตามคุณสมบัติทุกประการ
เมื่อถามว่า พรรค พท.ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล บอกหรือไม่ว่าสัปดาห์หน้าจะเสนอรายชื่อ ครม.ขึ้นทูลเกล้าฯได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตรงนี้ไม่ได้ถาม แต่เชื่อว่าพรรค พท.ต้องมีภารกิจยุ่งมากในเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล เราก็ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรค ภท.มั่นใจหรือไม่ว่าประวัติรัฐมนตรีของพรรคที่เลือกมาขาวสะอาดทุกคน นายอนุทินหัวเราะพร้อมกล่าวว่า ถามแบบนี้ไม่อยากตอบเลย ไม่ควรถาม เพราะรัฐมนตรีมีคุณสมบัติที่ต้องทุ่มเท เสียสละ และเป็นคนที่ต้องไม่มีประวัติด่างพร้อยอยู่แล้ว จึงต้องมีการตรวจสอบประวัติ
เมื่อถามว่า เมื่อเป็นรัฐบาลผสมหลายพรรค อยากบอกประชาชนให้เชื่อมั่นรัฐบาลชุดนี้อย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ครม.ทุกคณะก็มาจากประชาชน และนายกรัฐมนตรีก็ถูกเลือกมาโดยรัฐสภา ซึ่งก็เป็นหัวหน้าคณะรัฐบาลที่ประชาชนเลือกให้เข้ามาทำหน้าที่ และต้องถือว่าเป็นนายกฯของประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่พวกเราต้องให้ความร่วมมือกับท่านอยู่แล้ว
ถามว่า พรรค ภท.ไม่ติดใจที่ไม่ได้กระทรวงตามที่วางไว้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ติดใจ ตรงนั้นจบไปแล้ว ขั้นตอนนั้นจบผ่านไปได้ด้วยดี เข้าใจกันทุกฝ่าย
เมื่อถามว่า จะฝากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขคนใหม่สานต่อเรื่องกัญชากัญชงหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เดี๋ยวค่อยคุยกันในแถลงการณ์ ซึ่งการนำมาใช้ทางการแพทย์และสุขภาพยังอยู่ในแถลงการณ์ที่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยหัวหน้าพรรค พท.เป็นคนแถลง
ถามอีกว่า ต้องมาคุยกันก่อนหรือไม่ในเรื่องนโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภา นายอนุทินกล่าวว่า ตนคิดว่ามีนโยบายอยู่ในนั้นแล้ว และสิ่งที่เราทำในทางการแพทย์และเรื่องสุขภาพถือเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ แต่ที่มีปัญหาก่อนที่จะจบรัฐบาลชุดนี้ ที่ผ่านมากฎหมายถูกค้างในสภา มีการใช้เกมการเมืองจากพรรคร่วมกันเองด้วยซ้ำ มันจึงทำให้ยังไม่ผ่าน ตอนนี้กฎหมายก็คงตกไปแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขคงจะต้องมาดูแลต่อไป จะออกมารูปแบบใดก็ต้องเป็นนโยบายของเขา
เมื่อถามว่า มีนโยบายไหนที่พรรค ภท.อยากผลักดันเป็นพิเศษเพื่อบรรจุไว้ในการแถลงนโยบาย นายอนุทินกล่าวว่า มีอยู่หลายเรื่อง ต้องรอตอนแถลงนโยบาย ซึ่งจะต้องมีการหารือกับพรรคร่วมก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูจากไทม์ไลน์ การประชุม ครม.ในวันที่ 29 สิงหาคมจะเป็นนัดสุดท้ายหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า จะไปกำหนดอย่างนั้นคงไม่ควร รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่า ครม.ชุดเดิมจะพ้นหน้าที่ก็ต่อเมื่อ ครม.ชุดใหม่ถวายสัตย์ปฏิญาณ ดังนั้น เราต้องทำหน้าที่ไปจนถึงวันที่ ครม.ชุดใหม่ถวายสัตย์ปฏิญาณ
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า นายอนุทินจะนั่งรองนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในเรื่องของรถไฟฟ้าสายสีเขียวจะเข้า ครม.เลยหรือไม่ หรือต้องไปหารือกันใหม่ นายอนุทินกล่าวว่า รอโปรดเกล้าฯ ตอนนี้เราพูดอะไรไม่ได้ทั้งนั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า จากที่วาง 8 เก้าอี้รัฐมนตรีพรรค ภท. โควต้าได้ครบทุกกลุ่มหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มีโควต้าในพรรค ภท.อยู่แล้ว รัฐมนตรีทุกคนทางพรรคไม่ได้ดูจากโควต้า หรือรากฐานทางการเมืองเท่านั้น ต้องดูหลายๆ อย่าง ทั้งความรู้ความสามารถ ความทุ่มเท และการที่จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ ซึ่งเราดูทุกมิติ
เมื่อถามว่า ดูเหมือนพรรค ภท.ยังเนื้อหอมไม่หยุด หากมี ส.ส.พรรคไหนถูกขับออกและจะขอมาอยู่พรรค ภท.จะรับหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตอนนี้เรามี 71 คน เรื่องของอนาคตเราพูดไม่ได้ แต่พรรค ภท.ได้แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วตั้งแต่สมัยรัฐบาลชุดที่ผ่านมาก็มีเพิ่มมากขึ้น เราก็ไม่ได้ทำตัวให้เป็นปัญหา ไม่ได้ไปขอโควต้ารัฐมนตรีหรือตำแหน่งใดๆ เพิ่ม ทำงานตามที่เริ่มมาจนจบสมัย มีแต่รัฐมนตรีหายไป 2-3 คนด้วยซ้ำ แต่การที่ใครจะเข้ามาเราต้องคุยกัน เมื่อเรามาเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แล้วถ้าจะทำให้พรรคร่วมรัฐบาลเกิดความเข้มแข็ง ก็เป็นสิ่งที่เราพิจารณาต้องช่วยกัน เพราะเป็นรัฐบาลผสม จะไปกินแรงพรรคอื่นก็ไม่ได้ ตรงไหนที่จะช่วยให้รัฐบาลเกิดความเข้มแข็ง การบริหารราชการแผ่นดินดำเนินไปด้วยความราบรื่น ใครได้ประโยชน์ก็อยู่ที่ประชาชนและบ้านเมือง ซึ่งพวกเราประชาชนไว้ใจเลือกเข้ามาทำหน้าที่ ก็ต้องทำอย่างเต็มที่
ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจในพรรคร่วมรัฐบาลที่มีจำนวนมากใช่หรือไม่ มองว่าจะไปอย่างทุลักทุเลหรือแข็งแกร่ง นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าเทียบเป็นรัฐบาลผสม ไม่ได้มีมากกว่ารัฐบาลชุดที่แล้ว ซึ่งก็ทำงานมากันได้อย่างดีในภาพรวมครบ 4 ปี ใจหายเหมือนกัน

