เมื่อวันที่ 3 มกราคม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Yingluck Shinawatra ระบุว่า ถูกเจ้าหน้าที่ติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด ทั้งที่แค่ไปเที่ยวกับลูก พร้อมบอกว่า เวลาเช่นนี้ ควรจะไปดูแลพี่น้องประชาชนมากกว่าที่จะมาเฝ้าติดตามตน
โดยข้อความบนเฟซบุ๊ก ความว่า “การเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่อมาพักผ่อนและชมธรรมชาติกับครอบครัว ไม่คิดเลยค่ะว่าจะถูกติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบและฝ่ายปกครอง รวมถึงการไปตรวจสอบร้านค้าและสถานที่ต่างๆ ที่ดิฉันไป ซึ่งไม่ใช่การมาดูแลรักษาความปลอดภัยตามปกติ ทั้งๆ ที่ดิฉันเป็นเพียงผู้หญิงและประชาชนคนหนึ่ง ที่พาลูกชายมาชมแหล่งท่องเที่ยวที่ยังไม่เคยมาตามปกติเท่านั้น ในช่วงเวลาเช่นนี้หน่วยงานของรัฐควรใช้ทรัพยากรบุคคลในการดูแลพี่น้องประชาชนมากกว่าที่จะมาเฝ้าติดความเคลื่อนไหวของดิฉันเช่นนี้ หากทุกฝ่ายทำงาน อย่างไม่เลือกปฏิบัติและไม่มีอคติต่อกัน ก็คงจะเกิดความปรองดองอย่างที่ทุกคนชอบพูดกันได้ไม่ยาก”
ทั้งนี้ แหล่งข่าวใกล้ชิด เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 1-5 มกราคมนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีกำหนดเดินทางไปพักผ่อนที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนกับลูกชาย โดยได้แวะพักที่ อ.ปาย ในคืนวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา ปรากฏว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบและเจ้าหน้าฝ่ายปกครอง นับสิบคน เฝ้าคอยติดตามความเคลื่อนไหวของอดีตนายกฯอยู่ตลอดเวลา จนทำให้ประชาชนที่มาถ่ายรูปและทักทายเพื่อให้กำลังใจรู้สึกไม่ปลอดภัย
“อดีตนายกฯรู้สึกว่า การมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองมาคอยติดตามอยู่ตลอดเวลา ก็เสียความรู้สึกที่ต้องการจะพาลูกและคนในครอบครัวมาท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ เนื่องจากไม่มีความเป็นส่วนตัว แม้แต่ช่วงเวลาที่เข้าไปนมัสการพระในอุโบสถ ก็ยังมีเจ้าหน้ามาแอบถ่ายวิดีโอ บริเวณหน้าต่างทำให้พี่น้องประชาชนที่มาคอยให้กำลังรู้สึกไม่พอใจกับการกระทำของเจ้าหน้าที่ จนต้องเดินมาแจ้งกับทีมงานเพราะเกรงว่าอดีตนายกรัฐมนตรีจะไม่ปลอดภัย” แหล่งข่าวระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เดิมกำหนดการของอดีตนายกฯจะเดินทางกลับกรุงเทพ ในวันที่ 5 มกราคมนี้ แต่จะเลื่อนกำหนดเวลากลับให้เร็วขึ้น เนื่องจากทุกคนในคณะรู้สึกไม่ปลอดภัยกับการกระทำดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ โดยจะเดินกลับในวันพรุ่งนี้ (4 มกราคม) ทันที

