หน้าแรก การเมือง ไอติม ทวงสัญญ...

ไอติม ทวงสัญญาหาเสียง หวังเศรษฐา-เพื่อไทย รับรองกม. ผลักดันยกเลิกเกณฑ์ทหาร

28.08.23 | 21:39 น.

ไอติม หวังเศรษฐา จับมือก้าวไกล ร่วมทำตามหาเสียง รับรองกม.ยกเลิกเกณฑ์ทหาร

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้โพสต์ข้อเขียน เรื่อง [ การตัดสินใจเรื่องแรกๆของนายกฯเศรษฐา : นายกฯจะรับรองให้ ร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร เข้าสู่การพิจารณาในสภาฯหรือไม่ ] โดยมีเนื้อหาดังนี้

ผมเข้าใจดีว่า ในฐานะนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศไทย คุณเศรษฐาคงมีหลายประเด็นเร่งด่วนที่ต้องพิจารณาและตัดสินใจ แต่หนึ่งในเรื่องแรกๆที่รอการตัดสินใจของคุณเศรษฐา คือการตัดสินใจเกี่ยวกับร่างกฎหมายต่างๆที่ถูกเสนอโดย ส.ส. และภาคประชาชน ที่เกี่ยวข้องกับการเงิน

ตามกลไกของรัฐธรรมนูญ 2560 เมื่อ ส.ส. หรือภาคประชาชน มีการเสนอกฎหมายสู่สภาผู้แทนราษฎร กฎหมายทั้งหมดจะถูกแบ่งเป็น 2 ประเภทเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่แตกต่างกันออกไป

(i) ร่างกฎหมายที่ไม่เกี่ยวกับการเงิน – จะถูกบรรจุเข้าระเบียบวาระของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเลย

Advertisement

(ii) ร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงิน – จะต้องส่งให้นายกฯ ตัดสินใจว่าจะให้การรับรองหรือไม่ / หากให้การรับรอง จึงจะถูกบรรจุเข้าระเบียบวาระของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร

การที่นายกฯตัดสินใจ “รับรอง” ร่างกฎหมายฉบับใด ไม่ได้หมายความว่านายกฯจะต้องเห็นชอบกับเนื้อหาของร่างดังกล่าว แต่หมายถึงเพียงการให้โอกาสร่างดังกล่าวถูกถกเถียงและพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร – แน่นอนว่าในระบบรัฐสภาที่ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติมีความสัมพันธ์กัน หากนายกฯและ ครม. ไม่เห็นชอบร่างกฎหมายฉบับใด ส.ส. ของพรรคจากขั้วรัฐบาล (ซึ่งเป็นเสียงข้างมาก) ก็สามารถโหวตไม่เห็นชอบและปัดตกร่างกฎหมายดังกล่าวในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้

แม้จากสภาชุดที่แล้ว นายกฯประยุทธ์ ตัดสินใจ “ไม่รับรอง” ร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเงินที่ถูกเสนอจากฝ่ายค้านสูงถึง 41% (19 จาก 46 ร่าง จากข้อูมลที่รวบรวมโดย 101PUB) แต่ผมหวังว่าในสภาชุดนี้ นายกฯเศรษฐาจะเห็นถึงความสำคัญของการนำประเด็นต่างๆมาถกกันในสภาผู้แทนราษฎร และตัดสินใจ “รับรอง” ให้กฎหมายเกี่ยวกับการเงินได้ถูกบรรจุเข้าวาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร โดยที่หากนายกฯและรัฐบาลไม่เห็นด้วยกับร่างใด ส.ส. รัฐบาลก็สามารถอภิปรายถึงเหตุผลและโหวตไม่เห็นชอบในชั้นสภาผู้แทนราษฎรได้

ความคาดหวังของผมตรงนี้ยิ่งสูงเป็นพิเศษ สำหรับร่างกฎหมายที่มีหลักการและเหตุผลที่สอดคล้องกับนโยบายที่คุณเศรษฐา และพรรคเพื่อไทยเคยรณรงค์ช่วงเลือกตั้ง ดังเช่น ร่าง พ.ร.บ. รับราชการทหาร (ยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร) ที่พรรคก้าวไกลยื่นเข้าสู่กระบวนการของสภาเมื่อวันที่ 18 ก.ค. และตอนนี้ได้ถูกสำนักประธานสภาฯวินิจฉัยว่าเป็นร่างการเงิน ซึ่งจะนับเป็นร่างกฎหมายแรกๆที่กำลังรอให้นายกฯเศรษฐามาตัดสินใจว่าจะ “รับรอง” ให้ร่างดังกล่าวเข้าสู่การประชุมสภาฯหรือไม่

โดยสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. รับราชการทหาร (ยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร) มีดังนี้

1. ยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหาร (ในยามปกติ)

– ในยามปกติ: คัดเลือกบุคคลเข้าเป็นทหารกองประจำการจากบุคคลที่สนใจสมัครรับราชการทหารด้วยตนเองเท่านั้น โดยเปิดให้บุคคลทุกเพศสามารถสมัครเป็นทหารกองประจำการได้ (มาตรา 8-9)
– เปิดให้คณะรัฐมนตรีตราพระราชกฤษฎีกาเรียกและตรวจเลือกคนเข้ากองประจำการ เฉพาะในยามที่มีเหตุปรากฎว่าประเทศอาจเผชิญสงครามในระยะเวลาอันใกล้ (มาตรา 10)

2. ยกระดับคุณภาพชีวิตพลทหาร
– ห้ามนำทหารไปทำงานรับใช้ส่วนตัว (พลทหารรับใช้) หรือกระทำการใดที่ละเมิดต่อร่างกายหรือจิตใจ (มาตรา 13)
– กำหนดให้หลักสูตรฝึกวิชาทหารต้องส่งเสริมความรู้ด้านประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการทหาร (มาตรา 12)
– สนับสนุนให้มีการทบทวนรายได้ สวัสดิการ และ สิทธิประโยชน์ของพลทหารให้เหมาะสมขึ้น (มาตรา 11)
– ปรับระยะเวลาในการปฏิบัติหน้าที่พลทหารให้มีความยืดหยุ่นขึ้น โดยคำนึงถึงความก้าวหน้าทางอาชีพ (มาตรา 9)
3. ออกแบบขั้นตอนธุรการให้ทันสมัยขึ้น
– กำหนดให้รายละเอียดและขั้นตอนธุรการต่าง ๆ (เช่น การขึ้นบัญชีทหารกองเกิน การรับสมัครทหารกองประจำการ การปลดทหารกองประจำการ) ถูกออกแบบในระดับกฎกระทรวง เพื่อให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง
ผมหวังเป็นอย่างยิ่งครับ ว่าแม้ ณ วันนี้ คุณเศรษฐากับพรรคก้าวไกล อาจไม่ได้อยู่ในขั้วทางการเมืองเดียวกันในฐานะรัฐบาลกับฝ่ายค้าน แต่เราจะร่วมมือกันในการใช้กลไกสภาเพื่อเดินหน้ายกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารโดยเร็ว และสร้างสังคมที่ประชาชนมีเสรีภาพและประเทศมีความมั่นคงควบคู่กัน