หน้าแรก การเมือง ก้าวไกลแจง &#...

ก้าวไกลแจง ‘พงศธร’ รายได้ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี คดียักยอกทรัพย์ ตร.สั่งไม่ฟ้อง เชื่อถูกดิสเครดิต

29.08.23 | 11:38 น.

ก้าวไกลแจง ‘โย พงศธร’ มีรายได้จากตำแหน่งผู้ชำนาญการ ส.ส. ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี ยันยื่นแบบฟอร์มต่อ กกต.ถูกต้อง เชื่อมีขบวนการสาดโคลนดิสเครดิต ลั่นมาสู้กันเอาชนะใจ ปชช.ดีกว่า

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล และ นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ระยอง เขต 3 พรรคก้าวไกล ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนกรณีข้อกล่าวหาทางด้านภาษีและคดียักยอกทรัพย์ ตามที่ปรากฏในข่าว

นายรังสิมันต์กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2562 โย พงศธร ศรเพชรนรินทร์ ทำหน้าที่เป็นผู้ชำนาญการประจำตัว ส.ส. คือ น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ มีเงินรายได้ประมาณ 15,000 บาท/เดือน เมื่อคำนวณตลอดทั้งปี คุณโยจะมีรายได้ไม่เกิน 180,000 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขไม่เกินที่กฎหมายกำหนดให้จ่ายภาษี ดังนั้น เมื่อตลอด 3 ปีที่ผ่านมาคุณโยก็ไม่ได้ยื่นแบบฟอร์มภาษี ทั้งที่ตัวเองก็โดนหักภาษี ณ ที่จ่าย และคุณโยก็ได้ทำแบบฟอร์ม สส.4/7 เพื่อยืนยันว่าตัวเองมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี

ประเด็นที่สอง กรณีสื่อแห่งหนึ่งพาดหัวข่าวว่า “โซเชียลทั้งขุดทั้งแฉโย พงศธร ผู้สมัครเขต 3 ระยอง ก้าวไกล ไม่ได้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา พบชีวิตหรูหราฟู่ฟ่า ขายเบียร์ใส่รถกันเป็นลังๆ อีกด้านขุดกันไปถึงคดียักยอกปี’61” ซึ่งเป็นพาดหัวค่อนข้างรุนแรง จึงขอชี้แจงตามนี้

Advertisement

นายรังสิมันต์กล่าวว่า กรณีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นายพงศธรได้ร่วมหุ้นกับเพื่อนเพื่อดำเนินธุรกิจนี้จริง แต่การประกอบธุรกิจดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่นำไปสู่การปันผลจนถึง ณ ปัจจุบันนี้ เมื่อไม่ได้รับปันผลคุณโยก็ไม่เคยต้องไปยื่นเสียภาษีในกรณีนี้

ดังนั้น รายได้ของคุณโยในช่วงเวลาที่ผ่านมามาจากการทำหน้าที่ตำแหน่งผู้ชำนาญการ ส.ส.เท่านั้น

ประเด็นต่อมา คดีความที่คุณโยเคยถูกแจ้งความร้องทุกข์ในคดียักยอกทรัพย์ ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏอยู่ชัดเจนแล้วว่าสุดท้ายตำรวจมีความเห็น “สั่งไม่ฟ้อง” คุณโยจึงยังมีคุณสมบัติครบถ้วน ลงสมัครรับเลือกตั้งได้

“ขอยืนยันต่อสื่อมวลชนว่าเราเข้าใจดีในการตรวจสอบ และเราก็ยินดีที่พี่น้องสื่อมวลชน พี่น้องประชาชนจะตรวจสอบพวกเรา เพราะถือเป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่สำคัญที่จะทำให้เกิดการเมืองที่มีความโปร่งใส  แต่เมื่อพิจารณาจากพาดหัวข่าวและประเด็นที่มีการโจมตี ต้องเรียนว่าเกินเลยจากข้อเท็จจริงไปมาก

“สุดท้ายก็คงคิดเป็นอื่นไม่ได้ว่าคงจะมีกลุ่มบุคคล หรือใครบางคนหวังใช้ข้อเท็จจริงเหล่านี้หวังประโยชน์ทางการเมืองจากการดิสเครดิตนี้ ผมขอฝากว่าอย่าเลยครับ เรามาสู้กันเพื่อเอาชนะใจประชาชนมากกว่าจะมาใช้การสาดโคลนดิสเครดิตทางการเมืองจะดีกว่า” นายรังสิมันต์กล่าว

ด้านนายพงศธรกล่าวว่า มีพี่น้องประชาชนติดต่อสอบถามเข้ามาจำนวนมาก ตนยังมีกำลังใจดี ไม่หวั่นไหว หรือกังวลต่อกรณีดังกล่าว เชื่อว่าทุกวันนี้พ่อแม่พี่น้องทุกคนมีวุฒิภาวะแยกแยะข้อเท็จจริงได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง