หน้าแรก การเมือง เดชอิศม์ ขุดอ...

เดชอิศม์ ขุดอดีตด่ากราด พวกกาฝาก เตือนคนปชป.ติดคุกก็มี อย่าไปคิด พรรคอื่นชั่วหมด

29.08.23 | 16:26 น.

“เดชอิศม์” ของขึ้นด่ากราด ผู้ใหญ่ยันผู้น้อย ยกเหตุปี’62 ปชป.เห็นต่างร่วมรัฐบาล “บิ๊กตู่” สุดท้าย ไปนั่งประธานสภา- รมช.สธ.ซัดอย่ามองคนอื่นต่ำ มองตัวเองสูง แฉมี กาฝากในพรรค เลียแข้งเลียขาผู้ใหญ่ ยันต่อหน้า “พระแม่ธรณีฯ” โหวตหนุน “เศรษฐา” เพื่อให้ปท.เดินหน้า ไร้เงื่อนไขต่อรอง ย้ำเป็นฝ่ายค้าน 100% ขู่ให้โอกาสแล้ว ทำงานไร้ประโยชน์เจอเล่นแรง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลภาคใต้ กล่าวภายหลังรับมอบดอกไม้จากตัวแทนสาขาพรรค 4 ภาคทั่วประเทศ เพื่อให้กำลังใจกรณีที่มีการยื่นให้ตรวจสอบ 16 ส.ส.ลงมติเห็นชอบให้ นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ที่เป็นการขัดต่อมติพรรคว่า ในที่ประชุมพรรคได้มีการพูดคุยกันถึงแนวทางลงมติ 3 แนวทางคือ ไม่เห็นชอบ งดออกเสียง และเห็นชอบ

ซึ่ง นายชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ ขอที่ประชุมลงมติไม่เห็นชอบไม่ว่าพรรคจะมีมติอย่างไร แต่ในที่ประชุมพรรคไม่ได้มีการลงมติ และเพิ่งทราบภายหลังว่า การเดินออกจากห้องประชุมของนายชวนติดภารกิจไปงานศพ และก่อนหน้านี้การเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคก้าวไกล ก็ติดเรื่องมาตรา 112 ส่วนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยก็มีกระแสจะล้มอีก พวกตนจึงตกลงกันว่า เมื่อ 3 เสาหลักพรรค โหวตงดออกเสียง และไม่เห็นชอบ เราจึงลังเลว่าเป็นมติพรรคหรือไม่ จึงตัดสินใจโหวตเห็นชอบ

“พรรคประชาธิปัตย์แปลกตรงที่เสียงส่วนน้อยจะดังกว่าเสียงส่วนมาก และอดีต ส.ส. หรือส.ส.สอบตก จะมีเสียงดังกว่า ส.ส.สอบได้ คนที่อยู่นอกพรรคเสียงดังกว่าคนในพรรค เราจึงมาโหวตทีหลัง โดยไม่ได้ตรวจสอบว่าคะแนนผ่านหรือไม่ผ่าน แต่เหตุผลที่ลงมติเพราะอยากให้ประเทศเดินหน้าได้” นายเดชอิศม์กล่าว

นายเดชอิศม์กล่าวต่อว่า ส่วนที่พูดว่าไปขอร่วมรัฐบาลไม่อายเขาหรือ ขอยืนยันเป็นครั้งที่ 100 ว่า ตัว ส.ส.ไม่มีอำนาจในการเข้าร่วมรัฐบาล แม้แต่กรรมการบริหารพรรค หรือตัวบุคคลก็ไม่มีอำนาจ หลักของประชาธิปัตย์คือต้องเทียบเชิญมา แล้วประชุมร่วมกัน จึงมีมติ ยกตัวอย่างการเลือกตั้งปี 2562 ที่พรรคมีการถกเถียงกันมาก โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสาธิต ปิตุเตชะ ได้คัดค้าน ไม่อยากร่วมรัฐบาล หรือส่งเสริม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือสืบทอดเผด็จการ ถกเถียงกัน 1 วัน 1 คืน สุดท้ายจบตรงลงมติ 61 คนขอให้ร่วมรัฐบาลเพื่อให้เดินหน้าไปได้ ส่วนอีก 16 คนเห็นว่าไม่ควรร่วม

Advertisement

แต่ผลสุดท้ายนายสาธิตก็มารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายชวนรับตำแหน่งประธานสภา ส่วนที่ตนบอกว่า ใครไม่โหวตใครรับไม่ได้ แล้วออกไป ตนหมายถึงนายอภิสิทธิ์ ไม่ได้ตั้งใจมาพูดในวันนี้เพื่อขับไล่ใคร จึงขออย่านำเรื่องอื่นมาโยงใยเพื่อทำร้ายให้คนเกลียดชัง แล้วคนที่พูดดูดี

“พวกผมจะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน 100 เปอร์เซ็นต์ และขอให้ดูบทบาทฝ่ายค้านว่าค้านจริงอย่างไร และ ขออย่ามองคนอื่นต่ำ ตัวเองสูง จึงอยากฝากถึงคนประชาธิปัตย์ว่า ให้ทุกคนมองมาที่พรรคทั้ง 360 องศา โดยเฉพาะเรื่องที่ได้จำนวน ส.ส. ลดลง นโยบายโดนใจประชาชน ตรงต่อความต้องการของประชาชนหรือไม่ ถ้าไม่ ก็ต้องปรับต้องแก้ และต้องดูผลการเลือกตั้งในจังหวัดของตัวเอง เขตตัวเอง ต้องดูตัวเองให้ชัด อย่าฟังลิ่วล้อมากเกินไป ผู้ใหญ่บางคนที่ไม่ใช้สติและคิด และกาฝากในประชาธิปัตย์ก็มี เป็นใหญ่เป็นโตเพราะเลียแข้งเลียขาผู้ใหญ่

และเห็นว่าประชาธิปัตย์ต้องกลับมาเริ่มคิดและนับหนึ่งใหม่ อย่าหลงงมงายกับกาฝากบางคนอาจจะโดนติดคุกที่มีเรื่องมีคดี เราอย่าคิดว่าเป็นพรรคอื่นที่เราไม่ชอบจะเป็นคนชั่วหมด เป็นประชาธิปัตย์แล้วต้องเป็นคนดีทั้งหมด เพราะประชาธิปัตย์มีทั้งที่ติดคุกและกำลังจะติดคุก ดังนั้น ความจริงเท่านั้นที่จะพาให้ประชาธิปัตย์เดินไปข้างหน้าได้ ถ้าไม่ยอมรับความเป็นจริงก็ยากมากที่ชนะการเลือกตั้งสมัยหน้า” นายเดชอิศม์กล่าว

นายเดชอิศม์ยังเล่าย้อนว่า ตนรอคอยมา 17 ปีเต็มๆ ที่จะลงสมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนหน้านั้นมีการทำโพลแข่งกันในเขต 1 สงขลา กับนายเจือ ราชสีห์ โดยมีนายบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นหัวหน้าพรรค ตนเสนอตัวคิดว่าจะทำโพลแข่งกัน แต่อยู่ๆ นายบัญญัติประกาศชื่อนายประพร เอกอุรุ เป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 สงขลา ทำให้ตนต้องย้ายไปพรรคไทยรักไทย มาปี 2562 มีผู้สมัครประสงค์ลงสมัครอยู่ 3 คน และตนได้ลงเพราะมาจากการทำโพล ต้องขอบคุณนายอภิสิทธิ์ที่ให้โอกาส และผลเลือกตั้งตนชนะที่ 1 ของจังหวัดสงขลา

นายเดชอิศม์กล่าวต่อว่า มาวันนี้เขาจะดูถูกเหยียดหยามตนอย่างไร แต่อยากบอกว่า เป็นครั้งแรกที่คนใต้ให้โอกาสสูงสุด เป็นครั้งแรกที่คนสงขลาให้โอกาสครอบครัว เลือกทั้งตน ภรรยา และลูก มาเป็น ส.ส. นี่คือเกียรติที่เขาให้กับครอบครัวตน นี่คือความตั้งใจที่จะไปแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เขาออกไปตากแดดตากฝนไปเลือก ส.ส. ตนไม่นั่งล้มมวย ไม่มาชกภายใต้เงื่อนไขของประชาชน จะมาเป็นผู้แทนฯทำไม วันนี้การต่อสู้ของเป้าหมายคือการต่อสู้เพื่อประชาชนทั้งประเทศ จึงอยากฝากว่า นอกจากพวกตนไม่ทรยศประชาชนแล้ว ต้องสร้างความเจริญให้กับประชาชนด้วย ตนไม่พูดจาแต่คำหวาน จนประชาชนเบื่ออย่างแน่นอน

เมื่อถามว่า ทำไมถึงโหวตให้นายเศรษฐาเป็นนายกฯ นายเดชอิศม์กล่าวว่า อยากให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้ ตอนนั้นคิดว่าน่าจะไม่ผ่าน แต่อยากให้ประเทศเดินไปข้างหน้า วันนี้ความเดือดร้อนของประชาชนมีมาก นักลงทุนจากต่างประเทศไม่กล้ามาลงทุน นักท่องเที่ยวบ้านตนติดชายแดนมาเลเซีย เพราะขาดความมั่นใจที่มาเที่ยวประเทศไทย วันนี้เราประกาศชัดเจน เราเป็นฝ่ายค้านอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ต้องมากังวลเราเลย ให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้ ยืนยันไม่มีผลประโยชน์ในการโหวต

ส่วนข่าวที่ออกว่าตนไปเจรจากับนายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยนั้น ไม่ได้เจอกับนายภูมิธรรมเลยตั้งแต่เป็น ส.ส.มาจนถึงวันนี้ ไม่มีโอกาสพบนายภูมิธรรมตัวเป็นๆ เลย

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีสมาชิกพรรคยื่นให้นายจุรินทร์ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบลงโทษ 16 ส.ส. เพราะถือว่าขัดต่อมติพรรค นายเดชอิศม์กล่าวว่า เรายอมรับได้หมด เพราะตนมาจากประชาชน คือ 1.หากประชาชนบอกให้ตนอยู่พรรคนี้ ตนจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขให้พรรคนี้ดีขึ้น 2.หากเห็นว่าตนไม่ควรอยู่พรรคนี้ก็พร้อมที่จะไป และ 3.ถ้าไปแล้วยังไม่พอให้ตนเลิกเล่นการเมืองก็ได้ แต่ต้องถามประชาชน เพราะเขามีความคาดหวังในตัวตนและพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งข้อ 1. ข้อ 2. ทำได้ แต่ข้อ 3. ทำไม่ได้แน่ เพราะต้องถามประชาชนก่อน

เมื่อถามว่า ยืนยันใช่หรือไม่ว่าการโหวตสวนมติพรรคเพราะต้องการทำให้ประเทศเดินหน้า นายเดชอิศม์กล่าวว่า ยืนยันต่อหน้าพระแม่ธรณีบีบมวยผม เราไม่มีเงื่อนไขและผลประโยชน์ใดๆ เลย หลังจากโหวตแล้วเราไม่ได้ไปพบใครเลย นั่นคือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพราะเราบอกแล้วว่าการร่วมรัฐบาลมี 3 ข้อ

ดังนั้น ไม่ว่าใครก็ตาม ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่มาจากไหน หากอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ต้องได้รับเทียบเชิญ และต้องประชุมร่วมกันแล้วมีมติออกมา ซึ่ง ส.ส.ทั้ง 16 คนได้ไปพูดคุยกันหน้าห้องประชุมว่า จะโหวตให้นายเศรษฐา แต่ก่อนหน้านั้นคุยกันอย่างไม่เป็นทางการ วันนั้นหลายคนบอกโหวตให้เถอะโดยเสนอในที่ประชุม ส.ส. นายชวนก็คงได้ยิน และมีหลายคนบอกงดออกเสียง แต่คนที่บอกว่าไม่เห็นด้วยมีนายชวนคนเดียว

เมื่อถามย้ำว่า กังวลหรือไม่หากพรรคจะมีมติออกมาให้ขับ 16 ส.ส. นายเดชอิศม์กล่าวว่า ไม่กังวลเพราะหลักของประชาธิปไตย เสียงส่วนใหญ่ว่าอย่างไรก็ต้องยอมรับมติ

เมื่อถามว่ายืนยันใช่หรือไม่ว่าการประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีมติงดออกเสียงในการโหวตนายเศรษฐา นายเดชอิศม์กล่าวว่า ตนคิดว่าเป็นอย่างนั้นเพราะนายจุรินทร์เกรงใจนายชวน หากโหวตออกมาแล้วจะเป็น 1 ต่อ 24 เสียง จึงบอกว่าอย่าโหวตเลยให้เป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. แต่หลายคนเข้าใจว่าเป็นมติเพราะด้วยความเกรงใจผู้ใหญ่ นั่นคือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยไม่มีมติออกมาว่างดออกเสียง เพราะถ้าเป็นมติต้องโหวตแข่งกันใน 3 แนวทางนั้น และเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมดูเหมือนเห็นด้วยกับการงดออกเสียง

เมื่อถามว่า แสดงว่าโฆษกที่ประชุม ส.ส. ออกมาแถลงว่า งดออกเสียงถือเป็นการแถลงผิดใช่หรือไม่ นายเดชอิศม์กล่าวว่า โฆษกน่าจะเข้าใจเหมือนหลายคนในวันนั้นว่าเป็นมติ เพราะเมื่อประชุมเสร็จทุกคนก็ต่างแยกย้ายกัน และเมื่อลงมติในที่ประชุมรัฐสภา ทั้งนายชวน นายบัญญัติ นายจุรินทร์ ไม่ได้โหวตเหมือนกัน เราจึงยิ่งมั่นใจว่าไม่ได้เป็นมติพรรค

เมื่อถามว่าเมื่อเราโหวตเห็นชอบนายเศรษฐา แต่ไม่ได้ร่วมรัฐบาล ถือเป็นการโหวตให้ฟรีหรือไม่ นายเดชอิศม์กล่าวว่า ไม่ถือว่าฟรี อย่างน้อยประเทศชาติก็ได้ประโยชน์ “เวลาเราเป็นฝ่ายค้านเราก็พูดได้เต็มคำว่า พวกผมให้โอกาสคุณไปใช้ แล้วประเทศชาติไม่เกิดประโยชน์ เราเล่นแรงนะครับ”

เมื่อถามย้ำว่า ตอนมาโหวต นายเศรษฐาได้เสียงเพียงพอแล้ว นายเดชอิศม์กล่าวว่า ตอนนั้นไม่ได้เช็กเสียง เพราะกลุ่มเราลงมติตอนที่สภาโหวตไปได้แค่ 10% จึงไม่รู้ว่าเสียงพอหรือไม่ แต่เมื่อเสียงเขาครบแล้วมติเรายังอยู่เหมือนเดิมเราก็โหวตตามนั้น

ต่อข้อถามว่า ตอนนี้มีตัวกลางมาประสานรอยร้าวบ้างหรือยัง เพราะรัฐบาลก็ได้ไปแล้ว แต่หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ยังไม่ได้ นายเดชอิศม์กล่าวว่า ยังไม่มีใครมาคุยเลยว่าจะเอาอย่างไร และวันศุกร์นี้ ตนจะกลับบ้านที่สงขลา แล้วจะมีประชาชนจำนวนมากมาพบ ตนยังให้คำตอบเขาไม่ได้เลยว่ากรรมการบริหารพรรคเราจะได้เมื่อไหร่

ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง