‘เศรษฐา’ ให้เกียรติ ‘ชลน่าน’ แถลงลาออกเอง รับแจ้งผู้ใหญ่แล้ว ยัน ‘สุทิน’ ประสานกองทัพได้ มั่นใจ ‘อนุทิน-ธรรมนัส-สมศักดิ์-สุริยะ’ เหมาะนั่ง รมต.
เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 30 สิงหาคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์หน้าตาคณะรัฐมนตรี (ครม.) บางคนอาจไม่เหมาะกับบางตำแหน่งว่า ต้องให้เกียรติพรรคร่วมรัฐบาลและผู้ที่ประสานงานจัดตั้ง ครม.ด้วย คิดว่าหน้าตาหรืออะไรก็มีสิทธิที่คนจะคิดกันได้ แต่ต้องให้เกียรติกับรัฐมนตรี และมั่นใจว่ารัฐบาลของเรามีภารกิจมาก และมีเป้าหมายในการทำงานอย่างชัดเจน เราคงวัดกันที่ตรงนี้ เพราะวันนี้ทุกคนคงต้องเริ่มทำงานแล้ว
เมื่อถามว่า มีเสียงสะท้อนว่าหากพลเรือนมาคุมกองทัพอาจเป็นการถูกด้อยค่า นายเศรษฐากล่าวว่า คิดว่า นายสุทิน คลังแสง ส.ส.บัญชีผู้รายชื่อ พรรค พท. เป็นผู้อาวุโส เป็น ส.ส.หลายสมัย เท่าที่ตนรู้จักนายสุทิน ท่านเป็นคนที่ให้เกียรติคนและเชื่อว่าการประสานงานกับกองทัพจะเป็นไปได้ด้วยดี ส่วนตัวจะเข้าไปช่วยดูตรงนี้ด้วย ต้องให้แน่ใจว่าทุกสถาบันได้รับการดูแล เอาใจใส่ และได้รับการพูดคุยอย่างเหมาะสม สมฐานะ
เมื่อถามว่า เมื่อวานนี้ (29 สิงหาคม) ว่าที่รัฐมนตรีทยอยเข้าไปกรอกประวัติที่ทำเนียบรัฐบาล สำนักเลขาธิการ ครม.ได้แจ้งหรือไม่ว่าจะใช้เวลากี่วันและขั้นตอนต่อไปจะเริ่มได้เมื่อไหร่ นายเศรษฐากล่าวว่า ตามที่ได้พูดคุยกับเลขาธิการ ครม. ระยะเวลาในการตรวจสอบน่าจะอยู่ที่ 2 วัน หลังจากนั้นก็จะนำขึ้นทูลเกล้าฯเลย
เมื่อถามว่า เลขาธิการ ครม.ได้มีการแจ้งเรื่องคุณสมบัติมาบ้างหรือไม่ เพราะมีรายงานว่ารัฐมนตรีบางคนคุณสมบัติไม่ผ่าน นายเศรษฐากล่าวว่า เรื่องยังไม่ถึงตน ตนยังไม่ได้ทราบ
เมื่อถามถึงกรณีที่ นายณฐพร โตประยูร จะทำจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีว่ามีว่าที่รัฐมนตรี 4 คน ประกอบด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท., นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยาและเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) คุณสมบัติไม่ผ่าน โดยอ้างอิงจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา นายเศรษฐากล่าวว่า ยังไม่ได้รับข้อมูล แต่เชื่อว่าทั้ง 4 คน เป็นบุคคลที่เหมาะสมในการเข้าดำรงตำแหน่ง เหลือแค่เช็กคุณสมบัติจากเลขาธิการ ครม.อีกครั้ง
เมื่อถามถึงกรณีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่านและหัวหน้าพรรค พท. จะลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค นายเศรษฐากล่าวว่า ทราบเรื่องแล้ว วันนี้ นพ.ชลน่านคงประกาศเรื่องนี้เอง ต้องให้เกียรติท่าน ซึ่งท่านก็เป็นส.ส.หลายสมัย ทำประโยชน์ให้กับพรรค พท.มานาน และเป็นที่รักของ ส.ส.ทุกคน ตนเพิ่งเข้ามาใหม่ ท่านก็ให้การดูแลที่ดี และเชื่อว่าไม่ว่าท่านจะตัดสินใจเช่นไร ในอนาคตท่านก็จะยังอยู่ในพรรค พท.ต่อไป ทั้งนี้ ผู้ใหญ่ในพรรคมีการคุยกัน แต่ต้องให้เกียรติ นพ.ชลน่านในการแถลง
เมื่อถามย้ำว่า เรื่องเซอร์ไพรส์ที่นายเศรษฐาเคยบอกคือเรื่องที่ นพ.ชลน่านจะลาออกใช่หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า “ไม่ใช่ครับ นพ.ชลน่านประกาศไว้นาน หากมีการเลือกนายกรัฐมนตรีเสร็จเรียบร้อย และหากเสร็จภารกิจ นพ.ชลน่านก็จะมีการประกาศของท่านออกไป”
เมื่อถามต่อว่า ถ้า นพ.ชลน่านลาออกใครจะมาเป็นหัวหน้าพรรคต่อ นายเศรษฐากล่าวว่า ตนไม่ทราบ ต้องมีการประชุมพรรค เพราะเราเป็นพรรคที่มีสมาชิกเยอะ คงต้องว่าไปตามกฎพรรคการเมือง และคงต้องมีการรักษาการไปก่อน ซึ่งจะต้องมีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคใหม่ภายใน 60 วัน ทั้งนี้ ขอฟัง นพ.ชลน่านแถลงก่อน
เมื่อถามว่า มองคุณสมบัติของคนที่จะมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนต่อไปอย่างไร นายเศรษฐากล่าวว่า ตนในฐานะหนึ่งในสมาชิกพรรคคิดว่าต้องเป็นคนที่อยู่ในพรรคมานาน และมีความรู้ความสามารถ รอบรู้ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม
เมื่อถามว่า มองว่า นพ.ชลน่านจะมีโอกาสกลับมานั่งหัวหน้าพรรคอีกหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ตนไปก้าวล่วงสิทธิของสมาชิกพรรคทุกท่านไม่ได้ ต้องให้เกียรติสมาชิก เราหนึ่งคนหนึ่งเสียง เราเคารพระบบพรรคการเมือง
เมื่อถามว่า ส่วนตัวจะเป็นกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ด้วยหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่ขอพูดเรื่องนี้ ขึ้นอยู่กับการเลือกกรรมการบริหารพรรค
เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการจัดทำนโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภา นายเศรษฐากล่าวว่า มีความคืบหน้าตลอด เมื่อวานนี้มีการพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แล้ว ซึ่ง นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ว่าที่เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นคนเจรจาและรวบรวมข้อมูล แล้ววันนี้เวลา 11.00 น. นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ ม.ล.ชโยทิต กฤดากร หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จะเข้ามาพบตนที่พรรค พท.เพื่อพูดคุยเรื่องนโยบาย ซึ่งเราก็เร่งด่วนในเรื่องนี้ เพราะอยากแถลงนโยบายโดยเร็วหลังเข้าถวายสัตย์ เพื่อที่ประเทศจะได้เดินไปข้างหน้าได้ ซึ่งมีหลายเรื่องที่ต้องทำ
เมื่อถามว่า หลังจากนำ ครม.ถวายสัตย์แล้วคาดว่าจะใช้เวลากี่วันในการแถลงนโยบายต่อสภาได้ นายเศรษฐากล่าวว่า ขอไปดูนิดหนึ่งก่อน ขึ้นอยู่กับถวายสัตย์เมื่อไหร่ แต่คาดว่าจะไม่เกิน 1 สัปดาห์
เมื่อถามว่า ภารกิจที่จะเน้นเรื่องการท่องเที่ยวนั้น ช่วงไฮซีซั่นตั้งตัวเลขไว้อย่างไรบ้าง นายเศรษฐากล่าวว่า กำลังทำการศึกษาอยู่ ซึ่งในทุกเวทีที่เราพูดคุย การท่องเที่ยวที่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดีที่สุด รวมถึงเดือนตุลาคมซึ่งใกล้ถึงช่วงไฮซีซั่นแล้ว ซึ่งช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาตนได้ลงพื้นที่ที่ จ.ภูเก็ตและพังงา ได้คุยกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นการท่าอากาศยาน, การบินไทย, กระทรวงคมนาคม ในเรื่องแผนการพัฒนาและสนับสนุน และมีการคุยกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ในเรื่องของการดูแลด้านความปลอดภัย
นายเศรษฐากล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยซึ่งท่านก็สนับสนุนและเห็นชอบในเรื่องนี้ ฉะนั้น เรื่องนักท่องเที่ยวจีนที่เรามีดำริว่าเราจะยกเลิกขอวีซ่าก็หวังว่าจะได้รับการตอบสนองที่ดีจากทุกภาคส่วน ส่วนตัวเลขวันประกาศคงจะมีการอธิบายให้ฟังว่าจะดีขึ้นอย่างไร แล้วจะเห็นผลเมื่อไหร่
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

