หน้าแรก การเมือง ‘ก้าวไกล’ ชงเ...

‘ก้าวไกล’ ชงเปลี่ยนวาระประชุม เลื่อนเอา รธน.พิจารณาก่อน แต่ถูกค้าน ‘ครูมานิตย์’ ขอนิมนต์อย่ามายุ่งกันอีก

30.08.23 | 12:43 น.

‘ก้าวไกล’ ชงเปลี่ยนวาระประชุม เลื่อนเอา รธน.พิจารณาก่อนความเดือดร้อน ปชช. แต่ถูกพรรค รบ.ค้าน ‘ครูมานิตย์’ ขอนิมนต์อย่ามายุ่งกันอีก ก่อนเสียงข้างมากเอาชนะไม่เลื่อนญัตติ

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา เป็นประธานที่ประชุม หลังเปิดให้สมาชิกหารือปัญหาความเดือดร้อนแล้ว นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เสนอที่ประชุมให้เปลี่ยนระเบียบวาระ โดยนำญัตติขอให้สภาพิจารณาเห็นชอบและแจ้งให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ดำเนินการให้มีการออกเสียงประชามติเพื่อสอบถามความเห็นของประชาชนต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งถูกบรรจุในเรื่องที่ค้างพิจารณา ลำดับที่ 33 ขึ้นมาพิจารณาก่อน ซึ่งจะไม่มีผลกระทบต่อการพิจารณาวาระอื่นๆ ที่กำหนดไว้ในระเบียบวาระ

นายพริษฐ์กล่าวว่า มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่สภาต้องทำให้เกิดความชัดเจน หลังจากที่สังคมถกเถียงในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจจะใช้เวลาดำเนินการจากวันนี้จนถึงมีรัฐธรรมนูญใหม่ และมีผลบังคับใช้นั้นอาจจะต้องใช้เวลายาวนานอย่างน้อย 2 ปี ซึ่งการเสนอคำถามประชามติเดียวกันที่หลายพรรคการเมืองเคยลงมติเห็นชอบแล้วในสภาชุดที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 3 พ.ย.65 ดังนั้นการเสนอของตนเพื่อยืนยันหลักการของสภาที่เคยลงมติมาแล้วในรอบที่ผ่านมา

“มีความจำเป็นต้องทำให้เกิดความชัดเจน โดยใช้เวทีของสภา เพราะ ครม.ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะทำได้โดยเร็วหรือไม่ แม้จะระบุว่าจะทำเรื่องในนัดแรกที่มีการประชุม และไม่ว่า ครม.จะได้ข้อสรุปตามนั้นจริงหรือไม่ คิดว่าการถกเถียงกันในสภามีความจำเป็น และหาก ครม.มีเสียงว่าจะไม่ได้ข้อสรุปโดยเร็วในการประชุมนัดแรก ยิ่งเป็นเหตุผลที่จะใช้สภาในการเดินคู่ขนาดและสามารถดำเนินการได้เร็วกว่า ในเมื่อ พ.ร.บ.ประชามติ ปี 2564 มีการอนุญาตให้ทำประชามติได้ แต่หาก ครม.เดินหน้าได้ข้อสรุปโดยเร็วว่าจะจัดทำประชามติหรือไม่ อย่างไร หากเป็นเช่นนั้นเราต้องยิ่งถกในภา ที่ทุกพรรคต้องถกเถียงให้ตรงกัน ว่าควรจะทำประชามติ แต่ปีศาจอยู่ในรายละเอียดและรายละเอียดมีความสำคัญมากในการกำหนดชะตากรรม ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือ คำถามประชามติ ที่ควรออกแบบให้ดี” นายพริษฐ์กล่าว

ทั้งนี้ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อภิปรายคัดค้านว่า เรื่องที่บรรจุในวาระพิจารณาลำดับก่อนหน้านั้นมีความสำคัญและเร่งด่วนต่อการแก้ปัญหาให้เกษตรกร เช่น ผู้เลี้ยงกุ้ง ซึ่งตนเสนอและบรรจุไว้ในลำดับที่ 3 อย่างไรก็ตาม การเลื่อนระเบียบวาระตนไม่ขัดข้อง หากทุกพรรคการเมืองเห็นพ้องต้องกัน แต่ตนไม่เห็นด้วยและต้องการให้คงระเบียบวาระไว้เช่นเดิม

Advertisement

ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อภิปรายเพื่อหาทางออกว่า ในวันที่ 31 ส.ค. ทราบว่าจะมีการเสนอข้อหารือเพื่อปรึกษาปัญหาของประชาชนในประเด็นเรื่องสินค้าและผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ดังนั้นอาจใช้โอกาสเพื่อหารือถึงประเด็นกุ้งร่วมด้วยได้ หากนายอรรถกรรับปากว่าในวันพรุ่งนี้ (31 ส.ค.) จะพิจารณาญัตติเรื่องคำถามประชามติ พรรคก้าวไกลพร้อมถอนญัตติของนายพริษฐ์เพื่อเปลี่ยนระเบียบวาระ

ทำให้นายอรรถกรตอบโต้ว่า ตนไม่สามารถให้คำสัญญาได้ เพราะตัดสินใจเองไม่ได้ หากจะเปลี่ยนวาระ ต้องหารือกัน ส่วนจะสำเร็จหรือไม่ ตนไม่รับรองและขณะนี้มี ส.ส.หลายคนที่ยื่นญัตติไว้ ดังนั้นอย่าแซงดีกว่า

ทั้งนี้ มี ส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) สนับสนุนนายอรรถกร โดยขอให้พิจารณาไปตามระเบียบวาระ ทำให้ต้องใช้การลงมติตัดสิน แม้นายวันมูหะมัดนอร์กดสัญญาณให้แสดงตนแล้ว แต่ยังมีการอภิปรายพาดพิงไปมา ระหว่างพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย รวมถึงพรรครวมไทยสร้างชาติด้วย (รทสช.) ซึ่งพรรคก้าวไกลย้ำว่าได้เดินคุยกับพรรคก้าวไกลและพรรครวมไทยสร้างชาติแล้วไม่มีใครขัดข้อง

ด้านนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ขอใช้สิทธิพาดพิงว่า วันนี้อย่าไปคิดว่าพรรคเพื่อไทยไม่ทำอะไร และนายกฯแจ้งว่า อีก 1-2 สัปดาห์ ครม.จะมีการประชุมนัดแรกแล้วก็จะมาคุยกันเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ แต่เรื่องความเดือดร้อนของประชาชนสำคัญกว่าการถกเถียง ดังนั้นไม่อยากให้หารือซ้ำซาก และอย่ามาพาดพิงพรรคเพื่อไทย พรรคท่านที่เป็นผู้เจริญแล้วจะทำอะไรก็ทำ แต่ขอนิมนต์อย่ามายุ่งกับเขา

จากนั้นได้มีการลงมติ โดยผลการลงมติ เสียงข้างมาก 262 เสียง ไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนระเบียบวาระ ต่อ 143 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง ทั้งนี้ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับการเลื่อนหรือไม่เลื่อนระเบียบวาระ แต่ขณะนี้ยังไม่มีคณะกรรมการประสานงาน (วิป) ทำให้ไม่มีการหารือร่วมกัน ทั้งนี้ การหารือในห้องประชุมถือว่าทำได้ แต่การใช้เวทีวิปจะทำให้ไม่เสียเวลาที่ประชุม