เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 4 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2560 โดยมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) และข้าราชการ เจ้าหน้าที่ภายในทำเนียบรัฐบาล เข้าร่วมพิธี ซึ่งมีพระสงฆ์บิณฑบาตจำนวน 60 รูป ทั้งนี้ภายหลังนายกรัฐมนตรี ใส่บาตรแล้วเสร็จได้เดินทักทาย ครม. ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ที่มาร่วมงาน ก่อนที่จะเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า
จากนั้นนายกฯ และครม.ได้เปลี่ยนชุดเป็นชุดปกติสีขาว เพื่อถ่ายภาพหมู่ร่วมกับ ครม.ทั้งหมด และรัฐมนตรีชุดใหม่ ที่มีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา จำนวน 12 ตำแหน่งที่บริเวณด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนที่จะประชุม ครม.นัดแรกของปี 2560 โดยนายกฯได้กล่าวภายหลังว่า ได้มีการแต่งเพลงขึ้นมาใหม่ชื่อเพลง “สะพาน” ให้กับ ครม.ทุกคนในการทำงาน เพื่อก้าวข้ามไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ขณะที่เนื้อเพลงดังกล่าวนายกฯ เป็นผู้ประพันธ์คำร้อง ซึ่งเรียบเรียงคำร้อง และทำนอง โดยนายวิเชียร ตันติพิมลพันธ์ เรียบเรียงเสียงประสานโดย พ.ต.สุรชัย ถวิลไพร ขับร้องโดย จ.ส.อ.พงศธร พอจิต
โดยเนื้อร้องมีเนื้อหาดังนี้ “อาจจะนานที่สุดเพื่อเธอ เพื่อแผ่นดินที่แสนรักมั่น นานแค่ไหนรู้ไว้ไม่หวั่นหัวใจ เมื่อต้องเจอเเม่น้ำเชี่ยวกราก อุปสรรคที่แสนยิ่งใหญ่ จะพาเธอให้พ้นทุกข์ภัยเช่นไร อย่าเพิ่งท้อแท้ เพราะฉันไม่เคยจะท้อถอย สองมือจะไม่ปล่อย ขอจงอย่าหวั่นใดใด ฉันพร้อมจะเป็นสะพาน เพื่อให้เธอข้ามไป ปลายทางที่ฝัน จะพาถึงฝั่ง ดั่งที่ตั้งใจ ฉันพร้อมจะเป็นสะพาน เพื่อให้เธอข้ามสู่ความร่วมเย็นสดใส วันนั้นอีกไม่ไกล สิ่งที่ฝันไว้ จะกลายเป็นจริง สิ่งที่ในวันนั้นสัญญา ที่ผ่านมายังสู้ด้วยใจ ต่อให้ล้มยังลุกขึ้นใหม่ทุกครา เกิดมามีชีวิตเพื่อเธอ เพื่อแผ่นดินที่แสนมีค่า จะตอบแทนจะสู้จนกว่าจะสิ้นใจ เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน แล้วแผ่นดินที่งดงามจะคืนกลับมา ฉันพร้อมจะเป็นสะพาน เพื่อให้เธอข้ามไป ปลายทางที่ฝัน จะพาถึงฝั่ง ดังที่ตั้งใจ ฉันพร้อมจะเป็นสะพาน เพื่อให้เธอข้ามสู่ความร่วมเย็นสดใส วันนั้นอีกไม่ไกล สิ่งที่ฝันไว้…จะกลายเป็นจริง”
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการประชุมคสช. ก่อนการประชุมครม.หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่มีเรื่องมาตรา 44 จะประชุมคสช.ทำไม






ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Wassana Nanuam และ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

