หน้าแรก การเมือง ก้าวไกล-เป็นธ...

ก้าวไกล-เป็นธรรม ยื่นตั้งกมธ. แก้ปัญหาผู้ลี้ภัย ดึงผู้เชี่ยวชาญ-นักวิชาการร่วม

31.08.23 | 11:48 น.

ก้าวไกล-เป็นธรรม เสนอตั้งกมธ.วิสามัญแก้ปัญหาผู้ลี้ภัย หวังใช้กลไกนิติบัญญัติแก้ไขอย่างยั่งยืน ชี้ รบ.ใหม่ควรให้ความสำคัญ

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายมานพ คีรีภูวดล ส.ส.พรรคก้าวไกล (ก.ก.) และส.ส.พรรค ก.ก. พร้อมด้วย นายกัณวีร์ สืบแสง ส.ส.พรรคเป็นธรรม (ปธ.) แถลงข่าวถึงการเสนอขอยื่นญัตติเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและหาแนวทางแก้ไขปัญหากรณีผู้ลี้ภัยจากการสู้รบในพื้นที่พักพิงชั่วคราว 9 แห่งในประเทศไทย และผู้หนีภัยจากการสู้รบแนวชายแดนไทยพม่า

นายมานพ กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ลี้ภัย และผู้หนีภัยการ สู้รบในประเทศไทยมีทั้งหมด 70,000 -90,000 คน กระจายอยู่ใน 4 จังหวัด ประกอบด้วย แม่ฮ่องสอน,ตาก,กาญจนบุรี และราชบุรี บุคคลเหล่านี้ได้เข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2528 และไม่ได้คงอยู่ในสถานะที่ไม่ได้ถูกยอมรับว่า เป็นผู้ลี้ภัยอย่างเป็นทางการ เพราะประเทศไทยไม่ได้ลงนามว่า ด้วยเรื่องผู้ลี้ภัย สถานะของผู้ลี้ภัย จึงใช้คำว่า ผู้พักพิงชั่วคราว เพราะฉะนั้น ในระยะเวลาเกือบ 40 ปี ที่ได้อาศัยอยู่ในประเทศไทย ชีวิตความเป็นมนุษย์ความเป็นคนในสถานะที่เป็นผู้ลี้ภัย อยู่อย่างยากลำบาก ซึ่งประเทศไทยต้องแก้ปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาวให้ได้

“ซึ่งในบทบาทสภาผู้แทนราษฎร จึงขอเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อที่จะแก้ไขเรื่องนี้ โดยดึงบุคคลภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญแต่ละด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิทธิมนุษยชน เรื่องการกลับประเทศ เรื่องความมั่นคง และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเข้ามาเป็นคณะกรรมการวิสามัญเพื่อพิจารณาว่า จะแก้ไขปัญหาคนเหล่านี้ในระดับภายในประเทศ ร่วมมือกับนานาประเทศ และประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นปัญหาร่วมมือกันอย่างไร” นายมานพ กล่าว

ด้าน นายกัณวีร์ กล่าวว่า ความจำเป็นที่ต้องมีกรรมาธิการ เพื่อใช้กรอบของกฎหมายในการแก้ไขปัญหาต่างๆ พร้อมอธิบายรายงานสถานการณ์โลกว่า เรื่องของการกลับประเทศต้นกำเนิดโดยสมัครใจเป็นเรื่องที่ดีที่สุด และแนวทางในการแก้ปัญหา โดยการตั้งถิ่นฐานในประเทศใหม่เป็นเรื่องยาก เพราะมีปริมาณคนกว่า 1 ล้านคนต่อปี นอกจากนี้ การผสมกลมกลืนในประเทศลี้ภัย ที่จะผสมกลมกลืนกันได้ ดังนั้น กรรมาธิการ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และฝ่ายนิติบัญญัติในการจัดทำแนวทางแก้ปัญหาผู้ลี้ภัยแบบยั่งยืนโดยใช้ฝ่ายนิติบัญญัติเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้ความสำคัญไม่ว่าจะเป็น นายกรัฐมนตรีคนใหม่ หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทยหรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเลขาสภาความมั่นคงแห่งชาติที่เป็นกรรมการอยู่ในสภาความมั่นคงแห่งชาติด้วย

Advertisement

นายมานพ กล่าวเพิ่มเติมว่า เราจะประสานภาคประชาชน ภาควิชาการที่มีประสบการณ์เรื่องนี้อย่างยาวนาน และจะดำเนินการในลักษณะเป็นคณะทำงาน ดำเนินการทำงานคู่ขนานไปก่อน เพื่อความรวดเร็ว ทั้งนี้หากคณะรัฐมนตรีได้รับรองชัดเจนคณะทำงานจะเข้าไปพูดคุย กับผู้เกี่ยวข้องโดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยจะไม่รอว่าการตั้งกรรมาธิการจะสำเร็จเมื่อใด เพราะเห็นว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ ไม่ควรละเลยในประเด็นนี้ และควรให้ความสำคัญ