บก.ศิลปวัฒนธรรม ยกย่อง ‘นิธิ’ ปัญญาชนแห่งยุคสมัย ผลงาน ‘แรงด้วยเนื้อหา ไม่ใช่ด้วยถ้อยคำ’
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่มติชน อคาเดมี เขตจตุจักร กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์มติชนร่วมกับศูนย์ข้อมูลมติชน (MIC) จัดงาน “มติชนเปิดโกดังหนังสือการเมือง” ครั้งแรก ระหว่างวันที่ 30 ส.ค.-3 ก.ย.66 นี้ โดยภายในงานคับคั่งด้วยกองทัพหนังสือการเมืองเล่มสำคัญที่หายาก พร้อมด้วยผลงานของศาสตราจารย์ ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ รวมถึงกิจกรรมเสวนา ‘นิธิแห่งทัศนะและปัญญา’ นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นพิเศษและของพรีเมียมอีกมากมาย
เวลา 15.00 น. มีการจัดกิจกรรมนำชมนิทรรศการ ‘นิธิทรรศกาล’ ซึ่งเป็นการรวบรวมผลงานของศาสตราจารย์ ดร.นิธิ
นายอพิสิทธิ์ ธีระจารุวรรณ ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลมติชน (MIC) เป็นผู้นำชม โดยยกคำกล่าวของศาสตราจารย์ ดร.นิธิ จากมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 19-25 กุมภาพันธ์ 2559 ความว่า
‘เมื่อไหร่ที่เราเห็นความคึกคักทางด้านประวัติศาสตร์ในสังคมใด ก็ให้สงสัยไว้ก่อนว่า คงมีเงื่อนไขบางอย่างที่ทำให้ผู้คนในสังคมนั้นกำลังคิดวาดอนาคตใหม่ของสังคม จึงพามันทบทวนความทรงจำเกี่ยวกับอดีต เพื่อวางอนาคตใหม่ตามความใฝ่ฝันของตน’
นายอพิสิทธิ์กล่าวอีกว่า งานของศาสตราจารย์ ดร.นิธิ ในช่วงหลังมักพูดถึงการเข้าถึงทรัพยากร ที่มีบางชนชั้นเข้าถึงมากกว่า
“การเดินชมนิทรรศการวันนี้เป็นเพียงน้ำจิ้ม โดยงานวันเสาร์และวันอาทิตย์นี้ คุณสุพจน์ แจ้งเร็ว บก.ศิลปวัฒนธรรม และคุณสุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร บก.มติชนสุดสัปดาห์ จะพาชม โดยเล่าเบื้องหลังการทำงานกับอาจารย์นิธิอีกครั้ง” นายอพิสิทธิ์กล่าว
นายสุพจน์ แจ้งเร็ว บรรณาธิการนิตยสารศิลปวัฒธรรม กล่าวว่า ตนเริ่มต้นทำงานที่นิตยสารศิลปวัฒนธรรมเมื่อ พ.ศ.2523 ซึ่งศาสตราจารย์ ดร.นิธิ เขียนผลงาน ‘น้ำเน่ากับหนังไทย’ เป็นบทความชิ้นแรก
“อาจารย์นิธิ กับคุณสุจิตต์ วงษ์เทศ รู้จักกัน ไม่ทราบว่าไปเจอในงานอะไร ก็เลยชวนกันมาเขียน จากนั้นมา เวลาอาจารย์นิธิไปนำเสนอผลงานที่ไหน เราก็จะขอเอามาลงศิลปวัฒนธรรม แต่ช่วงที่เริ่มต้นเขียนเป็นประจำจะเป็นระยะหลังลงมาหน่อย
ตอนแรกอาจารย์นิธิเขียนบทความมาเป็นระยะ ควบคู่กับการทำวิจัย ทำงานเล่มไปด้วย เพิ่งมาวางงานวิชาการจริงๆ สักประมาณปี 2555 แล้วมาทุ่มเทให้กับงานคอลัมน์ในมติชนสุดสัปดาห์” นายสุพจน์กล่าว
นายสุพจน์กล่าวอีกว่า งานเขียนของศาสตราจารย์ ดร.นิธิ เรียบร้อย กองบรรณาธิการไม่ต้องมานั่งแก้ เพราะท่านเขียนหนังสืออย่างระมัดระวัง ไม่ใช่โฉ่งฉ่าง ซึ่งก็เป็นไปตามบุคลิกส่วนตัว
“อาจารย์เขียนมีเหตุผล มันแรงโดยเนื้อหามากกว่าที่จะแรงด้วยถ้อยคำ” นายสุพจน์กล่าว
นายสุพจน์กล่าวว่า ตนมองว่าจากผลงานชิ้นแรกจนถึงชิ้นหลังสุด มองเห็นพัฒนาการด้านภาษาอย่างชัดเจน เดิมใช้ภาษาเคร่งขรึม ต่อมา เมื่อมาเป็นคอลัมนิสต์ ภาษามันลื่นไหล มีทั้งทีเล่นทีจริง หยิกแกมหยอกให้เจ็บ
“ส่วนงานวิชาการ อาจารย์นิธิมีทรรศนะในการมองสังคมแบบที่คุณนึกไม่ถึง อาจารย์มีคำอธิบายให้ว่าทำไมเป็นแบบนี้ นี่คือนิธิในปัจจุบันที่พัฒนามา” นายสุพจน์กล่าว
นายสุพจน์ยังให้นิยามถึงศาสตราจารย์ ดร.นิธิ ว่า ‘สุดยอดปัญญาชนแห่งยุคสมัย’







