09.00 INDEX กระบวนท่า ยืมหอก สนองคืน ก้าวไกล รอเพื่อไทย ชำระแค้น
มีความเด่นชัดเป็นลำดับว่ากระบวนท่าอันนำไปสู่สถานการณ์ ”สภาล่ม” เมื่อเวลา 16.10 น.ของวันที่ 31 สิงหาคม ดำเนินไปตามกลยุทธ์ ”ยืมหอกสนองคืน”
จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลต้องประเมินบทบาทและผลสะเทือนด้วยความระมัดระวัง
ด้านหนึ่ง หอกนี้มี ”เป้าหมาย” แจ่มชัดอยู่ที่พรรคเพื่อไทยและ พรรคร่วมรัฐบาล ขณะเดียวกัน ด้านหนึ่ง ในเมื่อกลยุทธ์นี้เคยริเริ่มอย่างมีกัมมันตะโดยพรรคเพื่อไทย โอกาส ”สนองคืน” จึงมีสูง
เพียงแต่มิได้เป็นการสนองคืนผ่านกระบวนท่า ”สภาล่ม” อย่างที่สะสมความจัดเจนมา หากแต่เป็นการสนองคืนในท่วงทำ นองแบบ ”แค้นนี้ต้องชำระ”
เพราะหากจับอากัปกิริยาในการโต้กลับจาก นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ จาก นายอดิศร เพียงเกษ เมื่อประสานกับอาการขบเขี้ยวเคี้ยวฟันของ นายภราดร ปริศนานันทกุล ย่อมประจักษ์
เพราะหากเทียบจำนวน 149 ที่พรรคก้าวไกลมีอยู่ไม่สามารถ
เทียบกับ 141 ของพรรคเพื่อไทย กับ 71 ของพรรคภูมิใจไทยได้อย่างแน่นอน
เพียงแต่ ”ปริมาณ” ที่มากกว่าอาจกลายเป็น ”จุดอ่อน” ได้
จุดอ่อนอย่างยิ่งยวดภายในกระบวนการตอบโต้อันมาจากพรรคเพื่อไทยอยู่ที่กลยุทธ์นี้ของพรรคก้าวไกลเป็นการเรียนรู้และถอดบทเรียนมาจากพรรคเพื่อไทย
ต้องยอมรับว่าความเชี่ยวชาญอย่างยิ่งของพรรคเพื่อไทย คือ การก่อสถานการณ์ ”สภาล่ม” ติดต่อกันได้มากกว่า 20 ครั้ง
ทั้งมิได้เป็นการก่อให้เกิด ”สภาล่ม” อย่างธรรมดา หากภายใน แต่ละครั้งได้จดจารบันทึกอันเหมือนกับเป็น ”บทสรุป” เอาไว้อย่างครบถ้วน
ไม่ว่าจะเป็นบทสรุปของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ไม่ว่าจะเป็นบทสรุปของ นายจุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ ไม่ว่าจะเป็นบทสรุปของ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์
จนกลายเป็น ”ผลึก” และรวบยอดเป็นกระบวนท่าของพรรค
เพื่อไทยในห้วงปลายของสภายุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
บทสรุปอันเป็นความจัดเจนของพรรคเพื่อไทยอย่างเป็นระบบเป็น ทางการเช่นนั้นเองที่ได้รับการบันทึกและได้กลายเป็นสิ่งที่เรียกว่าเป็น ”ดิจิทัล ฟุตพรินต์”
อันทำให้ ”หลายส่วน” ภายในพรรคเพื่อไทยต้อง ”ปิดปาก” นิ่ง
กระนั้น ความนิ่งเช่นนี้ก็ไม่น่าจะเป็นความนิ่งอย่างราบคาบในลักษณะยอมจำนน ตรงกันข้าม กลับเป็นความนิ่งในลักษณะที่ จะต้องเอาคืนภายในอีกไม่นาน
เด่นชัดว่าเมื่อพรรคก้าวไกลเล่นแบบ ”ยืมหอกสนองคืน” หอก นั้นย่อม ”คืนสนอง” มาจากพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน
เพียงแต่รอคอย ”จังหวะ” และ ”เวลา” อันเหมาะสมเท่านั้น

