รักชาติแต่ไร้ตัวแทน

4.09.23 | 12:04 น.

สถานีคิดเลขที่ 12 : รักชาติแต่ไร้ตัวแทน

หลังวันที่ 1 กันยายน 2566 สังคมการเมืองไทยคลี่คลายระหกระเหินไปสู่บทตอนใหม่ๆ อีกบทตอนหนึ่ง

มีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าทึ่ง มีบางสิ่งหวนคืนกลับไปสู่จุดเดิมๆ อย่างน่าพิศวง

อาทิ การนับถอยหลังการกลับมามีตัวตนบทบาทในสาธารณะอย่างเปิดเผยของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร

ความสัมพันธ์ ความขัดแย้ง ความเป็นมิตร ความเป็นศัตรู และอัตลักษณ์ทางการเมืองในสงครามเสื้อสีที่ดำเนินมาเกินหนึ่งทศวรรษ ก็จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

Advertisement

ส่วนลุงๆ อดีตผู้นำกองทัพที่ลงมือทำรัฐประหาร 2557 ก็หมดบทบาททางการเมืองอย่างเป็นทางการ แล้วส่งมอบอำนาจในการนำประเทศให้แก่รัฐบาลเพื่อไทยเศรษฐา อย่างแทบจะไร้รอยตะเข็บ

อย่างไรก็ดี บทความชิ้นนี้อยากจะมุ่งความสนใจไปยังผู้คนจำนวนหนึ่ง

ในสังคมไทย ที่มีจำนวนอยู่ไม่น้อย มีกลุ่มก้อนเข้มแข็ง และกระตือรือร้นทางการเมืองมาเกือบๆ ยี่สิบปีโดยต่อเนื่อง

เราอาจเรียกหรือนิยามพวกเขาว่าเป็นประชาชนฝ่ายอนุรักษนิยมเข้มข้น

ในเชิงอัตลักษณ์ทางการเมือง พวกเขาถูกแปะป้ายตีตรา หรือจงใจจะแสดงตนเองเป็นคนเสื้อเหลือง” “สลิ่ม” “กปปส.” “คนเป่านกหวีด มาสู่การเป็นแฟนคลับลุงตู่

ในเชิงรสนิยมทางการเมือง พวกเขาแสดงจุดยืนของตัวเองผ่านการกากบาทเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนจะถ่ายโอนคะแนนมายังพรรคพลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติ ในคูหาเลือกตั้ง

ในเชิงอุดมการณ์ความคิด คนเหล่านี้รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์อย่างจริงจังจริงใจ แม้ในช่วงผันผวนทางการเมือง และในระยะเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย

ในเชิงประสบการณ์ทางการเมือง ผู้คนกลุ่มนี้มีอารมณ์รักจริง ศรัทธาจริง โกรธจริง เกลียดจริง เคยประสบพบเจอความสมหวังมาจริงๆ และผ่านพบความสูญเสียมาจริงๆ

ปัญหาหรือคำถามสำคัญ ณ เดือนกันยายน 2566 ก็คือ เมื่อพรรคลุงๆ อย่างพรรคพลังประชารัฐและพรรครวมไทยสร้างชาติ หันไปจับมือตั้งรัฐบาลสลายขั้วกับพรรคเพื่อไทย อย่างราบรื่นไร้รอยต่อ

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ก็กลายสภาพเป็นพรรคการเมืองที่ประชาชนกลุ่มนี้อาจจะฝากความคาดหวังพันธกิจใหญ่ๆ เอาไว้ไม่ได้

แล้วใคร/พรรคการเมืองใดจะมารับบทบาทหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนกลุ่มนี้ ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข?

ท่ามกลางบริบทที่ลุงๆ โดยเฉพาะลุงตู่พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชาหาวิธีลงจากหลังเสือได้อย่างสวยงามไม่เจ็บตัวไปเรียบร้อยแล้ว

ท่ามกลางบริบทที่คนเสื้อแดงและพลเมืองหัวก้าวหน้าฝ่ายเสรีนิยม ยังมีทางเลือกในทางการเมืองมากกว่าหนึ่งทาง

แต่ประชาชนฝ่ายขวาอีกมากมาย คล้ายกำลังถูกทอดทิ้งให้เคว้งคว้าง ไม่สามารถยึดโยงกับผู้แทนราษฎรพรรคใดๆ หรือนักการเมืองหน้าไหนๆ ได้เลย

พวกเขากำลังกลายเป็นผู้รักชาติแต่ไร้ตัวแทนในสังคมการเมืองไทย