‘วันชัย’ เชื่อ ส.ว.ไม่ปล่อย ‘ครม.เศรษฐา’ แถลงนโยบายแล้วกลับไปเฉยๆ ชี้อาจใช้เวลาซักมากกว่า รบ.ประยุทธ์ เผยเตรียมประเด็นคำถามนโยบายเงินดิจิทัล-ปรองดอง-แก้ รธน. พร้อมขอคำมั่นทำได้จริงหรือไม่
เมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่รัฐสภา นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ให้สัมภาษณ์ถึงการแถลงนโยบายรัฐบาลของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 11 กันยายนว่า ภาพรวมขณะนี้ ส.ว.ไม่ได้ตกลงในรายละเอียดว่าจะแถลงอย่างไร แต่วันที่ 6 กันยายนจะมีประชุมวิปวุฒิสภา คงจะมีการหารือและตกลงในหลักการและมอบหมายให้ผู้แทนของวิปวุฒิสภา หารือเรื่องเวลากับวิป 3 ฝ่ายที่จะประชุม 7 กันยายน จากนั้นแนวปฏิบัติที่ทำมาในครั้งก่อน คือเมื่อได้นโยบายมาแล้วจะมาแยกแยะแจกแจงเพื่อให้ ส.ว.แจ้งความประสงค์ว่าใครจะพูดเรื่องอะไร ในประเด็นอะไรในระยะเวลาเท่าไร ซึ่งเชื่อว่าการอภิปรายครั้งนี้เท่าที่แลกเปลี่ยนพูดคุยกันในแต่ละกรรมาธิการ (กมธ.) โดยเฉพาะนโยบายใหม่ๆ ของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นเงินดิจิทัล 10,000 บาท ต้องซักถามกันมาก รวมถึงนโยบายปรองดอง การทหาร และทุกนโยบาย
นายวันชัยกล่าวว่า เชื่อว่า ส.ว.ซึ่งเป็นการทำหน้าที่เป็นวาระสุดท้ายในสภา มีความกระตือรือร้นในการอภิปราย โดยเฉพาะ ส.ว.ต่างจังหวัดที่เขาได้รับการร้องเรียนปัญหาด้านเศรษฐกิจ ปัญหาพืชผลการเกษตร เขาอยากดูว่าในระยะเวลาที่รัฐบาลมาบริหารช่วงแรก 3-6 เดือน จะสร้างความเปลี่ยนแปลงและความหวังให้กับประชาชนตามที่หาเสียงได้หรือไม่

“ประเด็นเหล่านี้ผมเชื่อว่า ส.ว.คงจะไม่ปล่อยให้รัฐบาลแถลงนโยบาย แล้วกลับไปเฉยๆ จะต้องหาคำมั่นหาคำยืนยันให้ชัดเจนว่าสิ่งที่พูดไว้แต่ละเรื่องนโยบายทำได้จริงหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการลดค่าไฟ ค่าครองชีพ และนโยบายพักหนี้ต่างๆ เมื่อไรทำได้ ไม่ใช่เหมือนพรรคการเมืองอื่นๆ หรือรัฐบาลอื่นๆ ที่แถลงนโยบายเสร็จเรียบร้อย ทำได้หรือไม่ ก็ไม่รับผิดชอบ คณะรัฐบาลของนายเศรษฐาจะต้องถูก ส.ว.จี้ และขอคำมั่นอย่างชัดเจนในแต่ละนโยบายต่างๆ” นายวันชัยกล่าว
นายวันชัยกล่าวต่อว่า ส่วนนโยบายการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาตินั้น แม้รัฐบาลจะแถลงแล้ว แต่เป็นการแถลงนอกสภา ในสภาเราจะขอคำมั่นว่าการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวดพระมหากษัตริย์จะแตะหรือไม่อย่างไร รวมถึงประเด็นที่แก้ไขต่างๆ ในส่วนรัฐบาลมีประเด็นอะไรบ้าง ที่สำคัญคือการมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จะมาจากไหน จะมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด หรือมาจากส่วนใด สิ่งเหล่านี้เป็นประเด็นสำคัญเพราะคนที่มาร่างรัฐธรรมนูญ เราดูว่าหากมาจากการเลือกตั้งทั้งหมดจะเกิดอิทธิพลครอบงำจากพรรคการเมือง ทำให้รัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากความต้องการของประชาชนจริง อาจจะเป็นความต้องการของพรรคการเมือง ดังนั้น สิ่งเหล่านี้ต้องหาความพอดีและความชัดเจนว่าคนที่จะมาร่างควรมีภาคส่วนใดบ้าง นักวิชาการควรมาอย่างไร สาขาอาชีพต่างๆ ควรมาอย่างไร การเลือกตั้งควรมีสัดส่วนอย่างไร สิ่งเหล่านี้จะฟังความชัดเจนจากรัฐบาล
เมื่อถามว่า ส.ว.ติดขัดเรื่องคุณสมบัติรัฐมนตรีที่จะมาทำเรื่องนโยบาย เช่น เอาตำรวจคุมกระทรวงศึกษา นายวันชัยกล่าวว่า ข้อจำกัดทางการเมืองของเขารวมทั้งสถานการณ์ทางการเมือง บางคนอาจจะมีข้อตำหนิ ไม่เหมาะสม แต่โดยส่วนตัวถือว่าจัด ครม.ในสถานการณ์อย่างนี้ได้ขนาดนี้ดีแล้ว แต่ลำพังแค่หน้าตาของรัฐมนตรีคงไม่พอ คิดว่าผลงานจะเป็นเรื่องสำคัญที่จะลบข้อครหาของคนที่เป็นรัฐมนตรีไปได้ ถ้าทำงานแล้ว 3-6 เดือน หรือ 1 ปี มีผลงานดีจะลบข้อตำหนิได้หมด แต่หากไม่มีผลงานยิ่งกว่าถูกตำหนิ เหมือนเป็นการซ้ำเติมหน้าตาของรัฐมนตรีคนนั้น ดังนั้น การที่จะรัฐบาลอยู่ได้หรือไม่ได้ อยู่ยาวหรือไม่

“ผมมองว่ามาจากเหตุ 3 ประการ คือ 1.เป็นแล้วมีผลงานหรือไม่ ซึ่งถือว่าสำคัญที่สุด เพราะคนรอผลงาน รอความหวัง หากเป็นแล้วไม่สามารถสร้างความหวังให้เขาได้ไม่มีผลงาน กระแสจะถูกตีกลับ 2.พรรคร่วมรัฐบาลขัดแย้งหรือไม่ จะทำให้รัฐบาลอยู่ ก็ได้หากทะเลาะกัน ดังนั้น ในสถานการณ์นี้หากผนึกกำลังกันได้เข้มแข็งและมีผลงาน จะทำให้รัฐบาลอยู่ได้ยาว และ 3.ผลงานที่ปรากฏในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวจะเป็นตัวกำกับสำคัญ โดยเฉพาะไม่โกง หรือทุจริตคอร์รัปชั่น หากเป็นรัฐบาลแล้วทำมาหากิจเอื้อประโยชน์ให้พรรค หรือพรรคพวกของตนเอง รวมถึงประโยชน์ของบริษัท บริวารของพรรคพวกตัวเอง เท่ากับว่าเป็นรัฐบาลฆ่าตัวตาย สิ่งเหล่านี้มีบทเรียนและประสบการณ์ต่างๆ ของคนที่เป็นรัฐมนตรีและมาจากการเลือกตั้ง ดังนั้นบทเรียนที่ผ่านมาจะเป็นบทเรียนให้รัฐบาลนี้แก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด” นายวันชัยกล่าว
เมื่อถามถึงความเหมาะสมของระยะเวลาการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา นายวันชัยกล่าวว่า ระยะเวลาอภิปราย 2 วันมีความเหมาะสมและเชื่อว่าการอภิปรายนั้นจะใช้เวลาที่ยาวนานกว่าการแถลงนโยบายสมัยรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ ที่เวลารวม 30 ชั่วโมง ขณะเดียวกันการอภิปรายของ ส.ว.ครั้งนี้ เชื่อว่าจะขอเวลามากกว่าครั้งก่อนอยู่มาก เพราะมีหลายประเด็นที่ต้องการซักถามรายละเอียด อย่างไรก็ดี หลังจากที่ได้กรอบเวลาหลังการประชุมวิป 3 ฝ่าย ในวันที่ 7 กันยายนแล้ววุฒิสภาจะจัดสัมมนา โดยหารือในประเด็นรายละเอียดของนโยบาย ซึ่งตนเชื่อว่าจะเห็นรายละเอียดล่วงหน้า พร้อมกับหนังสือนัดประชุมรัฐภา จากนั้นจะมอบหมายให้ กมธ.ของวุฒิสภานำประเด็นไปศึกษารายละเอียดก่อนกำหนดตัวบุคคลที่จะอภิปราย
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ‘เศรษฐา’ ขอโทษภาพขว้างปากกา ลั่น จะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น ย้ำเงินดิจิทัล 1 หมื่นจ่ายงวดเดียว
- ‘เพื่อไทย’ ยัน จ่ายเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท งวดเดียว สร้างพายุหมุนทาง ศก.

