‘ชัชชาติ’ เล็งถก ‘เศรษฐา’ แก้ฝุ่นพิษ-รถไฟฟ้า 2 สาย-ภาษีที่ดิน

5.09.23 | 06:30 น.

ชัชชาติ เล็งถก เศรษฐา แก้ฝุ่นพิษ-รถไฟฟ้า2สาย-ภาษีที่ดิน

เมื่อวันที่ 5 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 19/2566 นายชัชชาติเปิดเผยหลังการประชุมว่า เรื่องที่จะต้องหารือกับรัฐบาลเป็นเรื่องฝุ่น PM2.5 เนื่องจากใกล้ถึงฤดูฝุ่นสูงแล้ว สัปดาห์หน้าจะมีการประชุมหารือร่วมกับกรมควบคุมมลพิษในการรับมือฝุ่น PM2.5 ปัจจุบันเรามีข้อมูลต่างๆ มากขึ้น เช่น ฝุ่นมาจากไหน มีมาตรการอย่างไร การพยากรณ์เป็นอย่างไร รวมถึงได้มีการปรับเกณฑ์ใหม่ แถบสีต่างๆ จะมีความเข้มข้นมากขึ้น ต้องรีบหารือกับรัฐบาล เนื่องจากหลายส่วน กทม.ควบคุมไม่ได้ เชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญลำดับต้นๆ ของทางรัฐบาลอยู่แล้ว

นายชัชชาติกล่าวว่า ส่วนการสร้างรถไฟฟ้า 2 สายคือ สายสีเทา (วัชรพล-ทองหล่อ และพระโขนง-ท่าพระ) และสายสีเงิน (บางนา-บางโฉลง-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) ซึ่งสายสีเทารูปแบบการจัดสร้างจะคล้ายสายสีเหลืองและสายสีชมพู หากให้รัฐบาลทำก็จะมีประโยชน์มากกว่า เพราะการเดินทางจะเชื่อมกับรถไฟฟ้าของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นของรัฐบาล ส่งผลให้การทำตั๋วมีประโยชน์มากกว่า สอดคล้องกับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ส่วน กทม.จะทำในส่วนของรถฟีดเดอร์นำมารับส่งคนเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า กทม.เป็นท้องถิ่นพอมีกำลังจะทำได้โดยไม่ต้องใช้งบประมาณเยอะ

นายชัชชาติกล่าวว่า ปีนี้ กทม.จัดเก็บรายได้ที่ค่อนข้างดี ตัวเลข ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2566 จัดเก็บได้ 91,319,809,630.11 บาท คิดเป็น 115.59% จากที่ประมาณการไว้ 79,000 ล้านบาท คาดว่าภายในสิ้นปีนี้น่าจะจัดเก็บภาษีได้ถึง 97,000 ล้านบาท หากดูรายละเอียด ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจัดเก็บได้ค่อนข้างดีประมาณ 11,000 ล้านบาท จะเห็นว่าการจัดเก็บมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากได้เร่งทำฐานข้อมูลมากขึ้นและส่งใบเก็บภาษีได้ถึง 1 ล้านคน รายได้ที่ กทม.จัดเก็บเองมีประมาณ 19,000 ล้านบาท รายได้ที่ส่วนราชการอื่นจัดเก็บให้ประมาณ 72,000 ล้านบาท รายได้ที่ส่วนราชการอื่นจัดเก็บให้ได้มากที่สุดคือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม 37,285 ล้านบาท ภาษีมูลค่าเพิ่มมี 2 ส่วน คือ แบ่งตามจุดซื้อขายและแบ่งตามจำนวนประชากร ปัจจุบันจำนวนประชากรที่ลงทะเบียนบ้านในกรุงเทพฯมีจำนวนหนึ่ง แต่จำนวนประชากรแฝงมีเกือบถึง 10 ล้านคน คงต้องหารือกันว่าการให้ทะเบียนประชากรสอดคล้องกับจำนวนประชากรที่อยู่จริง เพื่อจะทำให้ได้งบประมาณสอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น

นายชัชชาติกล่าวว่า ด้านภาษีรถยนต์เก็บได้ถึงประมาณ 17,000 ล้านบาท ยังมีผู้ที่ยังไม่จ่ายอีกประมาณ 1,000 ล้านบาท กทม.ได้ทำเอ็มโอยูกับกรมการขนส่งทางบกเรียบร้อยแล้ว เพื่อเร่งเก็บภาษีส่วนนี้เพิ่ม การเก็บภาษีในแต่ละเขตมีหน่วยงานที่เก็บภาษีได้เกินเป้า 7 หน่วยงาน ได้แก่ 1.กองรายได้ 2.เขตลาดกระบัง 3.เขตลาดพร้าว 4.เขตสวนหลวง 5.เขตจตุจักร 6.เขตหนองจอก 7.เขตห้วยขวาง แต่มีบางเขตที่เก็บได้น้อย เช่น เขตดอนเมือง เก็บได้เพียง 38% เนื่องจากกระทรวงการคลังเปลี่ยนวิธีคำนวณการประเมินภาษี ทำให้ภาษีที่ดินแปลงใหญ่จากแต่ก่อนอาจเก็บได้อัตราหนึ่ง แต่เมื่อมีการปรับวิธีการคำนวณประเมินใหม่การเก็บภาษีจึงเก็บได้ลดลง เพราะฉะนั้นรายละเอียดเหล่านี้เราให้ฝ่ายรายได้ศึกษา 2 ประเด็น คือ 1.การปรับวิธีการคำนวณราคาประเมินทำให้มีการสูญเสียรายได้ที่ควรจะเป็นเท่าใด 2.พื้นที่การเกษตรที่ผิดวัตถุประสงค์ คือพื้นที่ทำการเกษตรเพื่อหวังลดภาษีมีเท่าใด เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องต้องหารือกับรัฐบาลว่ามีข้อแนะนำอย่างไร

Advertisement