สรุปข่าวหน้า 1 – เศรษฐานำครม.ชุดใหม่เข้าเฝ้าฯถวายสัตย์วันนี้ นายกฯสั่งรมต.เพื่อไทยทุ่มหมดหน้าตัก ห้ามพูดกับปชช.ว่าทำไม่ได้
เมื่อวันที่ 5 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นัดรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับรัฐมนตรีพรรค พท.ทั้ง 17 คน อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
นายเศรษฐากล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่พบกันอย่างเป็นทางการ น่ายินดีว่าวันที่ 5 กันยายนมีวาระที่ ครม.เข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่ ทุกคนทราบขั้นตอนแล้วว่าเป็นอย่างไรบ้าง จากนี้ต่อไปจะระวังคำพูด โดยเฉพาะเป็นรัฐบาลของประชาชนที่มีพรรคร่วม 11 พรรค เพื่อให้เกียรติพรรคร่วมรัฐบาลด้วย และตรงนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ เป็นรัฐบาลของประชาชน ช่วงที่มีการเลือกนายกฯและแต่งตั้งรัฐมนตรี นายภูมิธรรมก็พูดหลายหนว่าใช้ต้นทุนที่สูง แต่อยากเปลี่ยนเป็นคำว่าเราเทหมดหน้าตัก การทำงานครั้งนี้มีผู้มีเกียรติที่นั่งอยู่ที่นี่ ที่ได้รับเกียรติจากประชาชนเลือกเข้ามาดูแลบ้านเมือง การเทหมดหน้าตักเป็นเรื่องที่ต้องทุ่มเทการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน
นายเศรษฐากล่าวว่า เชื่อว่าทุกท่านตระหนักดีว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในช่วงเวลานี้ ทั้งเรื่องการทำงาน ระยะเวลา และขีดจำกัดของงบประมาณ ไม่อยากให้ขีดจำกัดเรื่องงบประมาณ หรือเข้ามาบริหารช้าไปนิดหนึ่ง การใช้งบประมาณคาดว่าจะได้ใช้ต้นปี 2567 แต่ไม่ได้หมายความว่างบประมาณจะเป็นขีดจำกัดไม่ให้ทำงาน เชื่อว่ามีควิกวินหลายอย่างที่เราทำได้ เพื่อดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน และยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน เรื่องอะไรที่ทำได้ก่อนก็ทำ และเข้าใจว่าแต่ละกระทรวง ทบวง กรม มีแผนงานมากมาย บางอย่างขึ้นอยู่งบประมาณและการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย แต่ไม่ใช่ทุกอย่างที่ต้องมีขีดจำกัดทั้งด้านเวลา งบประมาณ หรือกฎหมาย หากอะไรทำได้ หรืออะไรที่เป็นควิกวินเพื่อให้พี่น้องประชาชนเห็นว่าเราทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ ตนก็อยากให้เขียนออกมาให้ได้ก่อน
นายเศรษฐากล่าวต่อว่า เวลาที่ไปพูดคุยกับพี่น้องประชาชนอย่าไปบอกว่าทำไม่ได้ เราถูกเลือกเข้ามาเพื่อให้ทำให้ได้ ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ดังนั้น รัฐบาลของประชาชนต้องลดช่องว่างระหว่างฝ่ายบริหารและประชาชนให้ได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ และอยากให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงผู้บริหารได้ อยากให้เป็นมิติใหม่ของการทำงานให้รัฐบาลนี้ ถ้ามีโอกาสได้คุยกับพรรคร่วมรัฐบาลอีกจะเน้นย้ำเรื่องนี้อีกครั้ง

