‘เศรษฐา’นำครม.ชุดใหม่ถ่ายรูปหมู่ แถลงครั้งแรก พร้อมน้อมนำกระแสพระราชดำรัสในหลวงเป็นแนวทางในการปฏิบัติราชการต่อไป มั่นใจพรรคร่วมฯมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน ‘ยัน’ เป็นรัฐบาลของปชช. ‘ขู่’ ไม่มีเวลาฮันนีมูนให้กับ ครม. มั่นใจแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นเร็วสุดไม่เกินไตรมาสแรกปีหน้า
เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 5 กันยายน ที่บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรีได้เดินทางกลับมาถึงทำเนียบรัฐบาลภายหลังจากที่ได้เข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณ จากนั้นทั้งหมดได้ร่วมกันถ่ายรูปหมู่ ตามธรรมเนียมปฏิบัติ มีช่างภาพและสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศให้ความสนใจบันทึกภาพ โดยทุกคนมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ถือเป็นคณะรัฐมนตรีเศรษฐา 1 โดยสมบูรณ์
ในเวลา 14.30 น. ที่โถงกลางตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงข่าวภายหลังเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ซึ่งมีคณะรัฐมนตรียืนร่วมอยู่ด้วย โดยกล่าวว่า วันนี้ได้นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้าเฝ้าฯเพื่อถวายสัตย์และปฏิญาณเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตนและคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะน้อมนำกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติราชการต่อไป ขอยืนยันว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลของประชาชน และทุกท่านที่มาในวันนี้มาที่นี่ มาเพื่อเป็นตัวแทนของประชาชนทุกคน รัฐบาลนี้เรามีความตั้งใจ เพราะปัญหามีมากมาย เราจะทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยทุกวัน ทุกนาที เราจะเอาความต้องการของประชาชนทุกคนเป็นที่ตั้ง เริ่มจากวันที่ 8 กันยายนนี้ ตนจะลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น จ.อุดรธานี และ จ.หนองคาย เพื่อพูดคุยรับทราบปัญหาของประชาชนทุกคน เป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไป และสัปดาห์หน้าในวันที่ 11 กันยายน จะมีการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา
นายเศรษฐากล่าวว่า รัฐบาลนี้เราจะสร้างความชอบธรรมในการบริหารราชการแผ่นดินในระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยการฟื้นฟูหลักนิติธรรมที่เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ภายใต้หลักการที่มีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งรัฐบาลจะสร้างโอกาสความเท่าเทียมให้กับประชาชน เพื่อให้ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านไปสู่ประเทศที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนในอนาคต
เมื่อถามว่า การประชุม ครม.นัดพิเศษในวันที่ 6 กันยายน เป็นการประชุมเรื่องอะไรบ้าง นายเศรษฐากล่าวว่า เป็นเรื่องการเตรียมตัวแถลงนโยบายในวันที่ 11 กันยายน
ถามว่านายกฯจะเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจเองใช่หรือไม่ เนื่องจากปัจจุบันปัญหาเศรษฐกิจมีค่อนข้างมาก นายเศรษฐากล่าวว่า เรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งรัฐบาลนี้ทุกท่านให้ความสำคัญ ขอไปพูดคุยกันภายในพรรคร่วมรัฐบาลก่อน เพราะหลายคนอาจจะมีความคิดที่ดี และจะแจ้งให้ทราบ
เมื่อถามว่าจะมอบรองนายกฯคนใดดูงานด้านความมั่นคง นายเศรษฐากล่าวว่า ขอไปพูดคุยกันก่อน เพราะรัฐมนตรีบางท่านวันนี้เพิ่งเจอกันวันนี้เป็นครั้งแรก ขอโอกาสพูดคุยกันก่อน ซึ่งหลายท่านอาจจะมีข้อคิดที่ดี จึงจะขอรับฟังก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นห่วงงบประมาณล่าช้าหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ตนและรัฐมนตรีทุกท่านที่ยืนอยู่ ณ ที่นี้ทราบถึงปัญหานี้ และคิดว่าคงไม่เป็นอุปสรรคใดๆ ในการบริหาร อะไรทำได้ก่อนเราจะทำทันที

เมื่อถามว่านายกฯให้เวลาในการประเมินผลงานของรัฐมนตรีกี่เดือน นายเศรษฐากล่าวว่า คงแล้วแต่เรื่อง เพราะบางเรื่องอาจจะใช้เวลานาน ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐมนตรีทุกคนด้วย ซึ่งรัฐมนตรีทุกคนเข้าใจและตระหนักดีถึงปัญหาของประชาชน และในเรื่องการ ทำงานจนเหน็ดเหนื่อยไม่ใช่ประเด็น ขอโอกาสให้รัฐมนตรีทุกท่านได้ทำงาน
ผู้สื่อข่าวถามถึงนโยบายแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาทจะอยู่ใน 100 วันแรก ที่รัฐบาลจะทำได้ใช่หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ยังไม่เคยบอกว่า 100 วัน แต่จะพยายามทำให้ได้เร็วที่สุด คิดว่าไม่เกินไตรมาสแรกปีหน้า ยืนยันว่าอย่างไรก็ต้องทำ และเป็นการจ่ายรวดเดียวและงวดเดียว
เมื่อถามว่านายกฯจะใช้หลักอะไรในการบริหาร เมื่อมีพรรคร่วมรัฐบาลจำนวนมากเพื่อให้เป็นเอกภาพ นายเศรษฐากล่าวว่า เราเป็นรัฐบาลของประชาชน เชื่อว่ารัฐมนตรีทุกท่านในที่นี้เข้าใจและตระหนักดีถึงปัญหาที่เราเผชิญอยู่ในปัจจุบัน โดยไม่มีการแบ่งก๊วน แบ่งพวก และแบ่งฝ่าย
ผู้สื่อข่าวถามว่าการเดินทางไปประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) ที่สหรัฐอเมริกา จะบอกกับแต่ละประเทศอย่างไรให้หันกลับมาสนใจประเทศไทย นายเศรษฐากล่าวว่า มีหลายเรื่องที่ต้องไปพูดคุยกัน แล้วแต่เรื่องที่เราจะไปเจอกับผู้นำในหลายประเทศ ซึ่งอาจจะไปเจอกับนักธุรกิจด้วย จึงขอเตรียมงานก่อน
เมื่อถามถึงนโยบายการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญนายเศรษฐากล่าวว่า จะเรียนให้ทราบในการแถลงนโยบายรัฐบาลในวันที่ 11 กันยายน ซึ่งจะมีรายละเอียดตรงนั้น
ถามอีกว่าจะมอบหมายรองนายกฯคนใดเป็นพิเศษให้ดูแลเรื่องกฎหมาย นายเศรษฐากล่าวว่า เดี๋ยวจะมีการพูดคุยกันในการมอบหมาย ซึ่งมีการวางตัวไว้แล้ว เพราะเป็นรัฐบาลของประชาชน ไม่ใช่อยู่ดีๆ เราจะไปตัดสินใจ ต้องถามความเห็นจากรัฐมนตรีทุกท่าน
เมื่อถามว่านายกฯเป็นผู้นำรัฐบาลที่เป็นความหวังของประชาชน ตั้งเป้าไว้หรือไม่ว่าภายใน 1-2 ปี ประชาชนจะมีเงินในกระเป๋ามากขึ้น นายเศรษฐากล่าวว่า เป็นคำถามที่ประชาชนทุกคนอยากจะทราบ วันนี้เรื่องปัญหาปากท้องเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่ง ที่ประเทศเรากำลังเผชิญอยู่ทุกวัน ตนมั่นใจว่ารัฐมนตรีทุกท่านจะทำงานอย่างหนัก พยายามเข็นนโยบายออกมา เพื่อเป็นประโยชน์ให้ประชาชนทุกคน และบางอย่างทำได้เร็ว บางอย่างทำได้ช้า จะไม่เอามาเป็นข้ออ้างในการไม่ทำทั้งหมด อะไรที่ทำได้เร็วเราจะรีบทำก่อน
เมื่อถามว่านายกฯอยากจะขยายความกรณีที่ระบุระหว่างร่วมรับประทานอาหารกับรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ว่างานไหนที่ทำไม่ได้ต้องเปลี่ยนคน นายเศรษฐากล่าวปฏิเสธว่า ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ตนหมายความว่า อะไรที่ทำได้ก็ทำไปก่อน อะไรที่ติดขัดก็ทำต่อไป แต่ไม่ใช่เหตุผลที่จะไม่ทำอะไรเลย
เมื่อถามว่ามีระยะเวลาฮันนีมูนให้กับ ครม.หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่มี ตั้งแต่เราเริ่มฟอร์มรัฐบาลชุดนี้มาเราก็ลงพื้นที่เก็บข้อมูลจากประชาชน เพียงแต่ว่ายังสั่งการบริหารจัดการแผ่นดินไม่ได้ ซึ่งในวันที่ 8-9 กันยายน จะลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลและปัญหา จะต้องรอแถลงนโยบายรัฐบาลก่อนจึงจะสั่งการได้ ย้ำว่าไม่มีฮันนีมูน เริ่มงานทันที
เมื่อถามว่านายกฯอยากพูดประโยคหนึ่งให้เข้าหูประชาชนอยากจะพูดว่าอะไร นายเศรษฐานิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวว่า เป็นอะไรที่ยากถ้าจะต้องพูดประโยคเดียว ขอให้เชื่อมั่นในรัฐบาลนี้ว่าพวกเรามีความตั้งใจจริง และพวกเราตระหนักดีถึงปัญหาที่ประชาชนเผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องความแตกแยกทางความคิด ถ้าเรื่องนี้รัฐบาลจะให้ความสำคัญเท่าเทียมกัน และพยายามเดินไปข้างหน้า รวมถึงจะพยายามจัดการปัญหาเหล่านี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด
เมื่อถามด้วยว่าหวังว่าพรรคร่วมรัฐบาลที่อยู่ด้วยกันตรงนี้จะอบอุ่นตลอดไปในรัฐบาลชุดนี้ใช่หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า “มั่นใจ มั่นใจ เรามีจุดมุ่งหมายเดียวกัน”
ทั้งนี้ นายเศรษฐา กล่าวถึงการนอนที่ทำเนียบรัฐบาลว่า “ขอดูก่อนครับ”
“ขอให้เชื่อมั่นในรัฐบาลนี้ว่า เรามีความตั้งใจจริง เราตระหนักดีในปัญหาที่ประชาชนเผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ ความแตกแยกทางความคิด เป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเท่าเทียมกัน แล้วจะจัดการปัญหา และมั่นใจในพรรคร่วมรัฐบาล เพราะเรามีจุดมุ่งหมายเดียวกัน” นายเศรษฐา กล่าว
ทั้งนี้นายเศรษฐา ปฏิเสธตอบคำถามถึงกรณีความเป็นอิสระในการบริหารงานของรัฐบาล กรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังอยู่ในประเทศไทย
ขณะที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะผู้จัดการรัฐบาล ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ในทุกกรณี โดยระบุว่า ขอรอแถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภาก่อน ส่วนการประชุมแกนนำพรรคพท.ในวันนี้ก็จะเป็นการหารือในประเด็นทั่วไป

